ข่าว

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐหนุนเทคโนฯกักเก็บพลังงาน

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐหนุนเทคโนฯกักเก็บพลังงาน

05 เม.ย. 2561

ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐบาลส่งเสริมใช้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า หลังต้นทุนลดลง ได้พลังงานสะอาด

 

นางสาว วิชสิณี วิบุลประเสริฐ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานเสวนาเรื่องทางเลือกพลังงานไฟฟ้าไทย ถ้าไม่พึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ว่า ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของไทยพึ่งก๊าซธรรมชาติสูงมาก รัฐบาลจึงพยายามกระจายเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้ามากขึ้นและใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะถ่านหินที่ขัดแย้งต่อความต้องการของประชาชน ดังนั้นจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมาแทนมากขึ้น

สำหรับระบบพลังงานแห่งอนาคตควรมีระบบกักเก็บพลังงานเพื่อให้ได้ระบบไฟฟ้าที่สะอาด ประชาชนมีส่วนร่วม ต้นทุนต่ำ รักษาเสถียรภาพการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแนวโน้มราคาไฟฟ้าจะลดลง 

ทั้งนี้เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานที่มีศักยภาพทางการตลาดสูงสุดคือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่แนวโน้มต้นทุนที่ต่ำลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากการพัฒนาตลาดด้านอิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือ กล้องถ่ายรูป แล็ปท็อป ยานยนต์ไฟฟ้า แต่การเก็บไฟฟ้าในรูปแบตเตอรี่ของไทยยังไม่แพร่หลาย เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตแต่แนวโน้มต้นทุนลดลง รัฐบาลควรมองเทคโนโลยีนี้มาส่งเสริมระยะยาว

 

 

 

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเพิ่มโรงไฟฟ้าทำได้ยากขึ้น ดังนั้นต้องหันมาพิจารณาการบริหารจัดการไฟฟ้าที่มีอยู่ ซึ่งการใช้ไฟฟ้าจะไม่เพียงพอเฉพาะในช่วงพีคเท่านั้น แต่ช่วงอื่นมีไฟฟ้าเกินความต้องการเพราะไทยไม่มีระบบการจัดเก็บ 

ส่วนกรณีที่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ได้ ก็ต้องใช้อย่างอื่นเป็นพลังงานทดแทน เช่น พลังงานชีวมวล ในขณะที่โซล่าเซลล์ได้รับความนิยมมากขึ้นแต่มีข้อเสียที่ความไม่แน่นอนในการผลิต ดังนั้นถ้ามีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีอายุเกิน 3 ปี จะส่งผลให้เกิดความนิยมมากขึ้น

นายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้าใช้แก๊สธรรมชาติผลิตสูงถึง 65% ที่เหลือเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ลมและน้ำ ในอนาคตการพึ่งพาพลังงานจากแก๊สธรรมชาติจะลดลงเหลือ 30-40% ดังนั้นการใช้พลังงานด้านอื่นจะต้องเพิ่มขึ้น และการให้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานก็น่าสนใจ

นายกวิน ทังสุพานิช กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า ไทยต้องเดินหน้าเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) โดยต้องไม่มองกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนและประโยชน์สูงสุด โดยใช้โมเดลออสเตรเลียที่นำโซล่าเซลล์มารวมกับระบบการกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะลดต้นทุนและเปิดตลาดขายไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน และขณะนี้สหรัฐเริ่มใช้แล้วในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคาดว่าจะขยายไปยังรัฐอื่นภายในปี 2568 จะมีเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานมาทดแทนได้เกือบทั้งหมด  

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ