ข่าว

ทักษิณวิดีโอลิ้งค์แนะผู้ประกอบSMEอดทน

ทักษิณวิดีโอลิ้งค์แนะผู้ประกอบSMEอดทน

09 ต.ค. 2552

" ทักษิณ " วิดีโอลิ้งค์สายตรงเข้างานสัมมนา ทางรอด วิกฤติ SME ไทย แนะผู้ประกอบ SME ให้อดทน ยกเอาชีวิตตัวเองเป็นอุทาหรณ์ สอนรบ.อย่างทำงานคนเดียว ต้องหันมาพูดคุยกันนักลงทุน แถมแขวะรบ.มี DNA ผิดปกติ ส่งผลทำให้โตอย่างไม่แข็งแรง พร้อมย้ำประเด็นไม่เห็นด้วยแก้ร

 (9ต.ค.) โรงแรมเอสซี ปาร์ค ระหว่างการจัดสัมมนา สัมมนาพรรคเพื่อไทย หัวข้อ " ทางรอด วิกฤติ SME ไทย" เศรษฐกิจซึ่งมีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานส.ส.ภาค กทม. , ส.ส.ภาค กทม. ผู้ลงทุนธุรกิจ SME และประชาชน จำนวน 330 คน ร่วมฟังการสัมมนา ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง กล่าวถึงภาพรวมและปัญหา และเสนอแนะทางออกนั้น

เมื่อเวลา 14.10 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์ภาพและเสียง จากต่างประเทศ มายังห้องจัดสัมมนาเพื่อกล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจ และธุรกิจขนาดเล็ก SME ว่า ผมขอขอบคุณที่ได้ให้มาพูดคุยเรื่อง SME เพราะผมก็เคยเป็น SME มาก่อนจึงรู้ปัญหาดี ซึ่งผมผ่านปัญหามาเยอะขนาดถูกฟ้องศาลเรื่องเช็ค และหลังจากหลุดเรื่องเช็คแล้วเมื่อไปทำธุรกิจถูกที่ ถูกทาง จึงมีฐานะดีขึ้นมา ดังนั้นขอให้ทุกคนสู้ต่อไปอย่างผมไม่เคยนอนไม่หลับ แม้จะถูกกระทำ ก็ยังนอนหลับ แต่พอตื้นขึ้นมาก็ตาค้าง มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรรต่อไป ซึ่งจะต้องรู้จักพักผ่อนสมองนอนให้หลับ อย่างช่วงแรกที่ทำธุรกิจผมก็มีลูกและเมียเป็นยาชโลมใจ ช่วงที่มีปัญหาเรื่องเช็ค มีเงิน 10,000 บาท พาครอบครัวไปเที่ยวพัทยาแล้วคิดว่าต้องทุกอย่างไว้เพื่อให้ลูกและเมีย

 ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจต่อไปว่า โลกนี้มีปัญญาหาว่า คนเก่งๆ ชอบหากินง่ายๆ ในระบบทุนนิยม ก็หากินกับสถาบันการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีคนจำนวนมากที่ทำงานเรื่องนี้เพราะได้รับโบนัสค่าตอบแทนจำนวนมาก ส่วนภาคการผลิตมีคนทำงานน้อยลง ตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา ในยุคทุนนิยมงานที่คนหันมาทำกันมากคือ ด้านการเงิน และกฎหมาย ขณะที่วิวัฒนาการด้านการเงิน การลงทุนของโลกวิ่งไปเร็วมากจนภาคเศรษฐกิจอื่นตามไม่ทัน คือตลาดหุ้นทำกำไรได้ จนนักเศรษฐศาสตร์ออกมาพูดกันว่า ความเป็นจริงเศรษฐกิจไม่ได้โตเร็ว ต้องระวังที่จะปรับตัวแล้ว ซึ่งหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจมูลค่าตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับราคาทองที่ขึ้นด้วย ซึ่งผมก็ทำเหมืองทองอยู่ โดยตอนนี้เพิ่มจาก 2 เหมือง เป็น 10 เหมืองแล้ว ก็ต้องขอบคุณที่ราคาทองขึ้น แต่เพราะวิกฤติทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจนคนเริ่มเป็นห่วงแล้วจะนำที่ไหนไปชำระหนี้ ขณะที่รู้สึกไม่มั่นใจต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ผันผวน ดังนั้นในอนาคตผมจึงอยากให้มองเป็นพิเศษเรื่องตลาดเอเชียเป็นพิเศษ ซึ่งเวลานี้มีประเทศจีน อินเดีย และกลุ่มมิดเดิลเอิร์ธ ตะวันออกกลาง กำลังเติบโต และมีเงินเยอะ โดยประเทศทั้งสามกลุ่ม กำลังไล่ล่ากิจการประเทศตะวันตก ขณะที่ประเทศกลุ่มตะวันตกกำลังอ่อนแอ และยังไม่รู้ว่าตัวเองจะฟื้นตัวกลับไปยังจุดเดิมได้อย่างไร ขณะที่ตลาดด้านการเงินนำไปก่อน แต่ตลาดการผลิตตามไปไม่ทัน เพราะไม่มีการจับจ่ายใช้สอย

 ส่วนปัญหาธุรกิจขนาดเล็ก SME พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เวลานี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยยังติดลบ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย กำลังเป็นบวก ซึ่งเศรษฐกิจไทยมีปัญหาเรื่องการจ้างงาน ทั้งที่ประเทศไทยมี SME จำนวนมาก หากจะจ้างงานแห่งหนึ่งก็ได้ 5 - 6 คน แต่เวลานี้ SME กลับมีปัญหา รัฐบาลจึงต้องดูแลโดยเร่งด่วน เพี่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเข้มแข็ง ซึ่งก็จะต้องมีไอเดีย ไม่ใช่มีแต่โปรเจกต์ โดยจุดอ่อนของคนไทยคือมีปัญหาเรื่องควบคุมทิศทางไม่ได้ ตัวอย่างเหมือนการเดินทาง ที่ยังบอกไม่ถูกว่าจะไปทางไหน มีใครจะไปบ้าง วิธีไหน และวางแผนไปอย่างไร แต่กลับบอกว่ามีรถยนต์ที่จะใช้เดินทางไปแล้วโดยไม่มีทิศทางที่แน่นอน ซึ่งการที่คุมทิศทางยังไม่ได้ทำให้เกิดความอลหม่าน ดังนั้นวันนี้รัฐบาลต้องคิดร่วมกับเอกชน ไม่ใช่คิดคนเดียวแล้วยัดเยียดโปรเจคต์เข้าไป ซึ่งการคิดร่วมกับเอกชนต้องไปมองว่าเป็นสีอะไรเพราะประเทศจะเดินไปไม่ได้ วันนี้รัฐบาลต้องมาคุยกับเอกชนโดยมีเป้าหมายชาติเดียว ONE NATION ไม่ใช่มองเป็นเอกชนสีเหลือง สีแดง ส่วนเราจะผลิตอะไร รัฐบาลก็ต้องคิดควบคู่ไปกับเอกชน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยพูดกันว่า การส่งออกทำให้ GDP สูงมาก แต่ต้องคิดด้วยว่าประเทศไทยต้องแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย ที่เขาวางแผนเศรษฐกิจ ปี 2011 โดยที่ผ่านมารัฐบาลติดเพียงมิติเดียว ขณะที่เรายังมีจุดอ่อนที่ไม่กล้าออกไปต่างประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าปัญหาเรื่องภาษาหรือไม่ ทั้งที่ผมเห็นว่าประเทศไทยมีอนาคตที่ดี เพราะเอเชียจะเป็นแหล่งผลิต และตลาดที่สำคัญ

 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า เมื่อขณะนี้โลกเป็นแบบโกบอลไลซ์เซชั่น ที่โลกทั้งหมดติดต่อสื่อสารถึงกันทั้งเรื่องการเงิน การสื่อสาร สินค้า รวมทั้งความรู้ต่างๆ ที่จะได้จากระบบอินเตอร์เน็ต ดังนั้นเราจะต้องไม่หยุดที่จะศึกษา หาความรู้ ไอเดีย จากการนั่งหน้าจอบนอินเตอร์เน็ต ขณะเดียวกันต้องเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์ด้วย ไม่ใช่อยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ขณะที่เวลานี้ในโลกกำลังสนใจตลาดพลังงาน ที่จะต้องเน้นหลัก Reduce Reuse Recycle ส่วนเรื่องเทคโนโลยีกำลังสนใจเกี่ยวกับเรื่องยีนส์ หรือ Genertic หุ่นยนต์โรบอทส์ และอินเตอร์เน็ท ดังนั้นควรจะต้องศึกษาหาความรู้ให้มากในเรื่องดังกล่าว ส่วนการลงทุนธุรกิจขนาดเล็ก SME ก็ต้องระวังที่จะไม่ลงทุนเกินความสามารถที่ทำได้ อย่างผมครั้งแรกลงทุน 10 ล้านบาท แต่ก็เจ๊งมาลงทุนใหม่ 1,000 ล้านบาท ก็ถือว่าฟลุ๊ค ที่ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อมาได้ แต่วันนี้ SME ไทยก็ยังมีปัญหาเรื่องธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้อีก ขณะที่ต่างประเทศที่ผมอยู่รัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารปล่อยกู้ลงทุนถึง 80 % ของมูลค่าโครงการ เช่น มูลค่าลงทุน 100 ล้าน ให้ปล่อยกู้สุงสุดถึง 80 ล้าน นอกจากนี้ปัญหาSME ที่เกิดปัญหาการเงินไฟแนนซ์เชี่ยลแล้ว อีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาการใช้เงินผิดประเภท นำเงินภาคธุรกิจไปใช้ส่วนตัวมากเกินไป และการทำบัญชีไม่เป็นระบบ ดังนั้นในส่วนนี้ก็ต้องแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นโดยทำบัญชีให้เป็นระบบมากขึ้น

 พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวย้ำการแก้ปัญหา SME ว่า ต้องเรียกผู้ประกอบมานั่งคุยเพื่อดูว่า ผู้ประกอบรายนั้นยังดำเนินกิจการได้อีกหรือไม่ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นทุน ขณะที่รัฐก็ต้องดูแลทิศทางของการประกอบธุรกิจ SME ก็ต้องชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้างขายได้บ้างในต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลต้องพาผู้ประกอบไปเปิดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ พร้อมกับการสร้างแบรนด์ไทยแลนด์ให้ต่างประเทศรู้จักจนกลายเป็น MADE IN THAILAND

 ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหาของรัฐบาลด้วยว่า ผมคิดว่าปัญหาที่แก้ยาก เพราะรัฐบาลนี้มี ปัญหาเรื่อง DNA ที่ประกอบกันเป็นมนุษย์รัฐบาลนี้ โดยใช้ศาลรัฐธรรมนูญ ตะแบงข้อกฎหมาย ถ้าข้อกฎหมายไม่มีก็เอาพจนานุกรมมาใช้ และเมื่อเริ่มต้นจะเป็นรัฐบาล ก็ซื้อ ส.ส. ตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วเอาไปทำคลอดในรั้วทหาร และยังเร่งคลอดก่อนกำหนดอีก เมื่อคลอดออกมาไม่สมบูรณ์ และ DNA ผิดปกติ ทำให้โตขึ้นไม่แข็งแรง ขณะที่วันนี้ยังมีการสาดโคลนใส่กันจนทำให้ตัวเหม็น จนต่างประเทศหันไปมองที่อื่น ขณะที่การแก้รัฐธรรมนูญ ก็เถียงกันเรื่อง 6 ประเด็นว่า ที่มาส.ส.จะพวงใหญ่ หรือพวงเล็ก ปัญหาการลงนามสนธิสัญญา ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเป็นประโยชน์กับประชาชนแล้วยังจะเอาเงิน 2,000 ล้านบาทไปทำประชามติ ที่ไม่ได้มีประโยชน์ แต่เป็นเพียงการซื้อเวลาให้อยู่ได้นานอีกหน่อยเท่านั้น ขณะที่ปัญหาการลงทุนพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง หลายแสนล้านบาทก็มีปัญหามาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ทั้งที่ของดีมีอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่ก็กลับถูกฉีกทิ้ง

 ดังนั้นถ้าคิดว่าจะเอาเงิน 2,000 ล้านบาทมาใช้ก็น่าจะเอาให้ SME กู้ ตัวอย่างถ้าให้กู้รายละ 5 ล้านก็ได้ 400 ราย แล้ว SME 400 ราย ก็มาจ้างงานคนประมาณ 7 คน ก็จะมีคนงานได้ทำงาน 2,800 คน ซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่า

 ทั้งนี้ก่อนที่จะจบการวีดีโอลิงค์ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวฝากผู้ร่วมงานสัมมนาว่า ขอให้อดทนเหมือนที่ผมอดทน ขณะที่สิ่งที่ผมผ่านมาปัญหาหนักกว่า ดังนั้นขอให้อดทนกันอีกหน่อย

 ขณะที่ก่อนจะปิดการสัมมนา ผู้ดำเนินรายการ ได้ถาม พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับการเปิดสถานีโทรทัศน์ 100 ช่อง ที่กำลังจะออกอากาศ 1 พ.ย.นี้ จะช่วยเหลือแก้ปัญหาผู้ประกอบธุรกิจ SME “ได้อย่างไรบ้าง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังจะทดลองออกอากาศ สถานีจะโฆษณาพรีเซ็นต์สินค้าให้ หลังจากถ้าทำสถานีให้เป็น Shop Channel ได้แล้วก็จะทำเป็นรายการสั่งซื้อสินค้าต่อไป โดยเวลานี้หากผู้ปประกอบการรายใด ต้องการให้เผยแพร่ถ่ายทำเกี่ยวกับการผลิตสินค้า ก็สามารถแจ้งมาได้ที่ ทวิตเตอร์ทักษิณไลฟ์ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ติดตามถ่ายทำเรื่องให้มาออกอากาศต่อไป