
ในหลวงทรงมีพระกำลังเพิ่มขึ้นเสวยได้ดี
พระอาการในหลวงคงที่ เสวยพระกระยาหารได้ดีและมีพระกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ "องค์หญิงยีหวาง แห่งภูฏาน" เสด็จลงพระนามถวายพระพรในหลวงให้ทรงหายจากพระอาการประชวร เลขาธิการอาเซียนลงนามถวายพระพร ระบุประชาชนทั่วโลกห่วงใยพระอาการในหลวงร่วมภาวนาให้หายประชวรโดยเร็ว
เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 9 ตุลาคม สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 20 ใจความว่า วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปคงที่ เสวยพระกระยาหารได้ดีและมีพระกำลังเพิ่มขึ้น
เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน องค์หญิงยีหวาง พินดาริกาแห่งภูฏาน และมีศักดิ์เป็นน้าสาว (พระมาตุจฉา) ในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 5 ของภูฏาน โดยปัจจุบันองค์หญิงทรงกำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาสื่อมวลชนและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสด็จมาทรงลงพระนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และถวายราชสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) พร้อมกับมีพระดำรัสว่า ในฐานะประชาชนชาวภูฏาน ขอถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว และมีพระพลานามัยที่แข็งแรง พระชนมายุยิ่งยืนนาน จากการใช้ชีวิตศึกษาในประเทศไทยรู้สึกว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเปรียบเสมือนพระมหากษัตริย์ของชาวภูฏานเช่นกัน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 9 ตุลาคม ประชาชนยังทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ว่าราชการ 8 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา เลย ลำพูน ลำปาง ราชบุรี ระนอง และแม่ฮ่องสอน นำรายชื่อราษฎรจำนวน 418,475 ชื่อ ที่ร่วมลงนามถวายพระพรมามอบให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป
จากนั้นพระมหาพงศ์นริทร์ ฐิตวิโร ประธานโครงการเยาวชนไทยทำความดีถวายในหลวง โครงการคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ วัดสุทัศนเทพวราราม นำเยาวชนในโครงการร่วมลงนาม และตั้งจิตอธิษฐาน ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร
นายสัก กอแสงเรือง ในฐานะรองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมลงนามถวายพระพร นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ในฐานะประธานประชาชนมีส่วนร่วมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เขตสายไหม นำรายชื่อประชาชนในพื้นที่เขตสายไหมจำนวน 14,335 ชื่อ มาทูลเกล้าฯ ถวายด้วย นอกจากนี้ พล.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.กองกำกับการถวายอารักขาภูธรภาค 7 นำกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการถวายอารักขาภูธรภาค 7 วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 18 คน ร่วมลงนามถวายพระพร
ช่วงบ่ายประชาชนเข้ามาลงนามถวายพระพรอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พสกนิกรบางส่วนได้จุดธูปขอพรต่อพระราชบิดาให้ทรงปกปักคุ้มครองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีคณะลูกเสือชาวบ้านจาก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ร่วมลงนามถวายพระพร
ต่อมาคณะนักกีฬายกน้ำหนักคนพิการทีมชาติไทย นำโดย นายธนิต อนุสาร แชมป์โลกยกน้ำหนักรุ่น 52 กิโลกรัม น.ส.อรวรรณ บุตรโพธิ์ แชมป์โลกรุ่น 60 กิโลกรัม ที่เกาหลี ร่วมลงนามถวายพระพร
น.ส.อรวรรณ กล่าวว่า เป็นคน จ.อุดรธานี เกิดมาก็พิการ ขาทั้งสองข้างพับไปด้านหลัง พออายุ 5 ขวบ พ่อพาไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทอดพระเนตรเห็นความพิการของตนจึงทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ก่อนหน้านี้ตาของพ่อก็เป็นต้อกระจก ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จย่าทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์อีกด้วย ส่วนเหตุที่มาเล่นกีฬาเพราะครอบครัวมีฐานะยากจน อยากหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว โดยใช้เวลาถึง 2 ปีจนติดทีมชาติไทย และเมื่อลงแข่งครั้งใดก็จะอธิษฐานขอพระบารมีของพระองค์ท่านเพื่อเป็นกำลังใจทุกครั้งไป จากนี้ไปตั้งใจว่าจะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศและนำเหรียญทองจากการแข่งขันมาทูลเกล้าฯ ถวายให้มากที่สุด
ต่อมาเวลา 14.30 น. นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เดินทางมาวางพานพุ่มและลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวว่า การมาลงนามถวายพระพรมาในนามส่วนตัว แต่ตนมีตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนด้วย ทั้งนี้ จากที่ได้สัมผัสและติดต่อกับชาวไทยทั่วโลก ทุกคนต่างมีความห่วงใยในหลวงและร่วมกันภาวนาให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว รวมถึงประชาชนทั่วโลก ทั้งระดับชาวบ้านธรรมดา และระดับผู้นำประเทศต่างๆ ด้วย พระองค์ท่านทรงเป็นที่ชื่นชมและเป็นแบบอย่างแก่ประชากรทั่วโลก จะเห็นว่ามีการส่งสาส์นจากผู้แทนพระองค์มาจำนวนมาก เพราะต่างชื่นชมในพระบารมีของพระองค์ท่าน
นอกจากนี้ยังมี นายซาเฮด บูซาเรน ชาวพม่า เชื้อสายอินเดีย นับถือศาสนาอิสลาม อายุ 29 ปี ไาสวดบูอา เพื่อตั้งจิตอธิษฐานแด่ในหลวง และร่วมลงนามถวายพระพรด้วย
เวลา 15.30 น. นายเอกสิทธิ์ เข้มงวด นักศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากชมรมนักพับกระดาษ อายุ 28 ปี ได้มาพับกระต่ายกระดาษสีทอง 9 ตัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวว่า อยากทำอะไรเพื่อถวายแด่ในหลวง ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ซึ่งนอกเหนือจากการทำความดีแล้ว มีความถนัดในการพับกระดาษตั้งแต่อายุ 5 ขวบ พับตั้งแต่พื้นฐาน เช่น เครื่องบิน กบ นกกระเรียน เป็นต้น แต่สาเหตุที่พับกระต่าย เพราะตรงกับปีเกิดของในหลวง และสีทองหมายถึงสีแห่งความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงเลข 9 ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาการพับกระดาษเป็นไดโนเสาร์ได้ด้วย
นอกจากนี้ ยายก้าง พร้อมด้วยหลานสาว 2 คน น้องหม่า และน้องปั้นยือ ยายหลานชาวม้ง จากรายการ “หลานปู่กู้อีจู้” ได้เข้าแสดงความจงรักภักดีและร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ส่วนที่โรงเรียนตะพานหินพิทยาคม จ.พิจิตร น.ส.มาลัยรัตน์ มั่นสำฤทธิ์ หรือ "น้องต้น" เด็กกตัญญูที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากครอบครัวยากลำบาก และได้รับการช่วยเหลือจนได้เรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว น้องต้นและเพื่อนๆ ชั้น ม.6 ได้ร่วมกันถักผ้าพันคอเพื่อเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว และยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที ในฐานะที่เป็นข้าในพระบาทด้วย
น.ส.มาลัยรัตน์ กล่าวว่า จะใช้เวลาในการถักผ้าพันคอประมาณ 15 วัน ซึ่งผ้าพันคอผืนนี้เป็นเครื่องหมายแสดงความอบอุ่น ในฐานะที่เป็นคนไทย มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพ่อที่ปกครองลูกๆ ทุกคนให้มีความอบอุ่นและมีความสุข ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกๆ อาจจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อถักเสร็จแล้วก็จะนำส่งไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป



