ข่าว

'เอสซีบี'ทุ่มปฏิวัติคอลเซ็นเตอร์

'เอสซีบี'ทุ่มปฏิวัติคอลเซ็นเตอร์

04 เม.ย. 2561

'เอสซีบี'ทุ่มปฏิวัติคอลเซ็นเตอร์

 

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า ธนาคารได้ใช้งบ 500 ล้านบาท ลงทุนด้านเทคโนโลยีและพัฒนา “ศูนย์บริการลูกค้า” หรือ “Customer Center” แห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 3,990 ตารางเมตร ณ ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค เป็นแห่งที่2 ของธนาคาร อีกแห่งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ โดยได้มีการปรับระบบการให้บริการใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น สามารถแก้ปัญหาลูกค้าได้เบ็ดเสร็จ ทั้งกระบวนการภายในธนาคาร และการให้อำนาจพนักงานคอลเซ็นเตอร์ตัดสินใจ

“เราให้อำนาจพนักงานตัดสินใจได้เลย เช่น หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการโอนเงินแล้วไม่เข้า การเว้นค่าธรรมเนียม หรือมีปัญหาที่เป็นวงเงินไม่สูง ก็ให้เป็นอำนาจของพนักงานได้ จากเดิมต้องรับเรื่องส่งให้แต่ละส่วนอนุมัติ หรือต้องประสานไปยังธนาคารที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือลูกค้าในการแก้ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น ”

ทั้งนี้หลังจากยกเลิกค่าธรรมเนียมการให้บริการบนช่องทางออนไลน์พบว่ามีลูกค้าสมัครแอพพลิเคชั่น SCB easy เพิ่มขึ้นจำนวนมาก สูงสุดอยู่ที่ 1.8 หมื่นรายต่อวัน เป็นลูกค้ารายใหม่เลยประมาณ 1ใน 4 หรือ 25% ที่เหลือเป็นลูกค้าเก่าของธนาคารอยู่แล้ว

นายสุรวัตร ชินวัตร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด Customer Service เอสซีบี กล่าวว่า จำนวนลูกค้าที่ติดต่อคอลเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการเปิดแอพพลิเคชั่น SCB easy จำนวนลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 30% หรือเฉลี่ย 1 ล้านสายต่อเดือน ซึ่งหลังจากธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมออนไลน์ คาดว่าจะมีลูกค้าติดต่อคอลเซ็นเตอร์เข้ามามากขึ้น หรือเพิ่มขึ้นอีก 60% ธนาคารจึงมีแผนรับพนักงานเพิ่มเข้ามาตั้งเป็น 1.2 พันคนในไตรมาส 2 ปีนี้ จากเดิมมีอยู่ 700 คน ซึ่งได้ทยอยเพิ่มคนมาต่อเนื่อง ล่าสุดมีกว่า800คนแล้ว

นอกจากเพิ่มจำนวนพนักงานแล้ว ธนาคารยังจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทำให้สามารถบริการลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยี Voice biometric มาใช้ในการยืนยันตัวตนลูกค้าด้วยเสียง เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งในต่างประเทศหลายแห่งก็นำมาใช้แล้ว คาดว่าจะเปิดใช้บริการได้ภายในไตรมาส3 ปีนี้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้เห็นชอบแล้ว

ที่มา:·กรุงเทพธุรกิจ