ข่าว

"กสทช.-ทีดีอาร์ไอ" ผ่าทางตันอุ้มมือถือ

"กสทช.-ทีดีอาร์ไอ" ผ่าทางตันอุ้มมือถือ

04 เม.ย. 2561

"กสทช.-ทีดีอาร์ไอ" ผ่าทางตันอุ้มมือถือ

 

ความคืบหน้าเรื่องการออกมาตรา 44 เยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและโทรคมนาคม ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอแผน ยังเป็นที่จับตามอง หลังจากหลายฝ่ายเห็นว่าทางการควรจะมีการแยกเรื่องการช่วยเหลือระหว่างทีวีกับค่ายมือถือออกจากกัน เนื่องจากมือถือมีกำไร แต่ทีวีดิจิทัลขาดทุนต่อเนื่องมาจากนโยบายของ กสทช. ประกอบกับศาลปกครองได้ตัดสินคดีไทยทีวี เป็นบรรทัดฐาน

ล่าสุดวันนี้ (4 เม.ย.) เวลา 17.00น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีนัดหมายในการหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกับ กสทช.และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่มีความเห็นแตกต่างกัน โดยจะเชิญนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ตัวแทนจาก กสทช.กับตัวแทนจากทีดีอาร์ไอ คือนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ เบื้องต้น เป็นการทำความเข้าใจและทำความตกลงร่วมกันที่จะตอบคำถามสังคมได้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าในวันอังคารที่ 10 เม.ย.จะนำเรื่องเสนอต่อ คสช.และครม.ต่อไป

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล, ค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ และการขอผ่อนผันมีโฆษณาของกรมประชาสัมพันธ์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีให้แนวทางว่าขอให้คำนึงถึงสิ่งสำคัญ 2 ประการ คือ 1.ต้องให้เอกชนสามารถประกอบธุรกิจได้ ไม่กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน และให้เอกชนยอมรับความจริงเรื่องความเสี่ยงทางธุรกิจ และ 2.ต้องไม่ให้ผลประโยชน์ของรัฐเสียหาย

ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ได้เสนอให้มีการผ่อนผันข้อจำกัดเรื่องห้ามโฆษณา ส่งผลให้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในแต่ละปีราว 239 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะลงทุนผลิตรายการที่มีคุณภาพ แต่การขอผ่อนผันดังกล่าว จะมีข้อกำหนดไม่ใช่เชิงธุรกิจ แต่เพื่อเพิ่มคุณภาพรายการเท่านั้น

“เราแค่ต้องการหาผู้ประกอบการที่สามารถตอบโจทย์ภาครัฐได้เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อหารายได้ในเชิงธุรกิจ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

วันเดียวกัน ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ มีการเสนอมาและอยู่ในกระบวนการทบทวน ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการในการใช้มาตรา 44 เพราะยังมีแง่มุมของกฎหมายมากมาย เราจึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียดว่าจะมีผลกระทบ คสช.ภายหลังหรือไม่อย่างไร

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงคำถามที่ว่าการช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการอุ้มบริษัทหรือไม่ ว่า เรื่องนี้มีอยู่หลายแง่มุม มุมนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กำลังพิจารณาอยู่เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และต้องไม่เป็นปัญหาในอนาคต

รายงานเพิ่มเติมถึงความเคลื่อนไหวทั้งในด้าน กสทช.และที่ดีอาร์ไอ โดยเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ทั้งผู้บริหารและบอร์ด กสทช.ไม่ตอบคำถามในเรื่องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นหน้าที่ของนายฐากร ในฐานะเลขาธิการ ขณะที่นายสมเกียรติอ้างว่าจะให้สื่อมวลชนได้สอบถามในเวลาบ่ายโมง หรือก่อนเข้าพบนายวิษณุ เนื่องจากวันนี้ เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องคริสตัล บอลลูม ชั้น 2 โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลมนายสมเกียรติจะเข้าร่วมงานเสวนา “ทางเลือกพลังงานไฟฟ้าไทย ถ้าไม่พึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และทีดีอาร์ไอ โดยนายสมเกียรติจะทำหน้าที่ดำเนินรายการ

แผนเยียวยาที่ กสทช.เสนอและยังไม่มีการอนุมัติก็คือ ยืดอายุการจ่ายค่าใบอนุญาต 4 จีในคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้กับผู้ชนะการประมูลทั้ง 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็ฯ) บริษัทในเครือเอไอเอส และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) บริษัทในกลุ่มทรูฯ โดยขยายเวลาการจ่ายใบอนุญาตงวดที่ 4 หรืองวดสุดท้าย ออกไปเป็นการผ่อนจ่าย 5 งวดๆละ 13,000 ล้านบาท จากเดิมที่กลุ่มทรูฯผู้ชนะการประมูลไปด้วยราคา 76,298 ล้านบาท ต้องจ่ายงวดสุดท้ายถึง 60,218 ล้านบาท ส่วนเอไอเอสชนะประมูลไปด้วยราคา 75,654 ล้านบาท และต้องจ่ายงวดสุดท้าย 59,574 ล้านบาท

โบรกชี้แม้ไม่อุ้มก็ไม่กระทบฐานะการเงิน

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส ประเมินว่า กรณีที่ยังคงเงื่อนไขเดิมนั่นคือจ่ายเงินก้อนสุดท้ายวงเงิน 6 หมื่นล้านบาทในปี 2563 เอเซียพลัสเชื่อว่าทั้ง ADVANC และ TRUE จะยังมีศักยภาพหาแหล่งเงินทุนได้แน่นอน แม้สินเชื่อจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 1.50% แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับฐานะทางการเงินมากนัก แต่ว่าหาก คสช. ใช้มาตรา 44 เข้ามาช่วยเหลือ จะเป็นประโยชน์ส่วนเพิ่มในด้านภาระต้นทุนทางการเงินเบาลงอย่างมีนัยสำคัญ

“ถ้าทางการใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือ ADVANC และ TRUE จะช่วยเรื่องต้นทุนทางการเงินที่จะแข็งแกร่งกว่าประมาณการเดิม จึงต้องมาติดตามว่า ในที่สุดแล้ว คสช. จะตัดสินใจใช้มาตรา 44 เข้ามาช่วยผู้ประกอบการหรือไม่”

ส่วน บล.เคจีไอ คาดว่า หาก กสทช. สามารถให้เหตุผลต่อ ครม. ประเด็นขอให้ยืดเวลาชำระหนี้ประมูลคลื่น 900MHz ของ ADVANC และ TRUE ยืดชำระหนี้จริง จะเป็นบวกต่อค่าใช้จ่ายทางการตลาดของ TRUE เพื่อให้พันธมิตรใช้ในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด รวมถึงกระแสเงินสดจะไม่ตึงตัว

ที่มา:·กรุงเทพธุรกิจ