
เพลิงพิโรธ ! เผาตึก 15 ชั้น ดับ 3 เจ็บอื้อ
หนีตายกลางดึก ! ไฟไหม้ "ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์" สำลักควันดับ 3 เจ็บ 61 วิศวกรตรวจโครงสร้างไม่เสียหาย ชี้อุทหรณ์ "ช่องรวมสายไฟ-เคเบิล" เจ้าของเยียวยาผู้อาศัย
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 เมษายน ร.ต.อ.วรธน อิ่มวิทยา รอง สารวัตรสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 488/18 ซอยเพชรบุรี 18 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจ สน.พญาไท เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตราชเทวี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และประสานรถน้ำดับเพลิงสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 10 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารแบ่งให้เช่าพักอาศัย สูง 15 ชั้น ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตร พบกลุ่มควันภายในตัวอาคารพวยพุ่งออกมา ภายในอาคารแห่งนี้มีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติพักอาศัยที่ยังคงติดค้างภายในตัวอาคารอีกจำนวนมาก ต่างออกมายืนตะโกนและใช้แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือขอความช่วยเหลืออยู่นับสิบห้อง บางรายทนกลิ่นควันที่กำลังปกคลุมอยู่ไม่ไหว ประกอบกับความร้อนของแสงเพลิง พยายามใช้เสื้อผ้าที่หาได้ภายในห้องนำมาผูกติดกันเป็นเชือกโรยตัวเพื่อหนีตายจากชั้น 6 ลงมาด้านล่าง แต่เกิดพลาดท่าตกลงมา เป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 25-35 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะโพกซ้าย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไท นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอาการสำลักควันหลายราย
ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างได้แจ้งให้ประชาชนที่อยู่ด้านบนหมอบก้มลงต่ำ และนำผ้ามาชุบน้ำมาปิดจมูกเพื่อป้องกันการสำลักควัน จากนั้นให้ออกมาที่ริมระเบียงเพื่อหาอากาศหายใจ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกส่วนหาแหล่งน้ำธรรมชาติเนื่องจากไม่สามารถนำรถน้ำดับเพลิงเข้าที่เกิดเหตุได้ จากนั้นลากสายยางระดมหัวฉีด โดยให้นักผจญเพลิงเดินเท้าเข้าภายในตัวอาคารเพื่อช่วยเหลือผู้ติดค้าง แต่เนื่องจากภายในตึกมีควันค่อนข้างหนามองไม่เห็น ทัศนวิสัยด้านในจึงเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ และยังมีเจ้าหน้าที่อีกชุดนำเครื่องระบายควันไปช่วยระบายควันออกจากตึก นอกจากนี้ ญาติยังมาช่วยในการแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ติดค้างอยู่ชั้นใดบ้างหรือมีจำนวนกี่คน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้รวดเร็วมากขึ้น
เบื้องต้นทราบว่า มีผู้บาดเจ็บและผู้ที่ถูกช่วยเหลือลงมาไม่ต่ำกว่า 23 ราย และทยอยลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้เสียชีวิตยังไม่มีการยืนยัน สำหรับจุดต้นเพลิงคาดว่าเกิดบนชั้น 5 ลุกไหม้จากสายไฟลุกลามไปบนเพดาน จากนั้นได้ลุกไหม้ไปที่ช่องแอร์ และส่งผลทำให้ควันลอยตัวขึ้นชั้นบนผ่านทางช่องบันไดอย่างรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 05.00 น. พล.ต.ต.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น.1 ซึ่งเดินทางมาที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ายังมีผู้ติดค้างภายในอาคารประมาณ 24 ราย จึงประสานเฮลิคอปเตอร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สันนิษฐานว่าต้นเพลิงเกิดจากห้องระบบไฟฟ้า (ห้องชาร์ป) แล้วลุกลามไปยังท่อสายไฟส่งผลให้มีควันพวยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วดังกล่าว
ด้าน พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ติดค้าง จำนวน 30 ราย ตั้งแต่ชั้น 11-14 ลงมาได้อย่างปลอดภัย โดยพบผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นชาย 1 คน ทราบชื่อต่อมาคือ นายพีรณัฐ อินวกูล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 สภาพนอนคว่ำหน้า ในห้องพักชั้น 12 มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง 1 คน เป็นชาย อายุ 46 ปี ทราบชื่อต่อมาคือ นายเมทิพย์ รอดทิม และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชวิถี อีก 1 คน (ยังไม่ทราบชื่อ) ทั้งหมดเสียชีวิตเนื่องจากสำลักควัน
พล.ต.อ.ชินทัตกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 45 คน ส่งเข้ารักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเข้าตรวจสอบทุกห้องของอาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดค้างอยู่ภายใน
ด้านนายวรุต พูลผล ผู้รอดชีวิตกล่าวว่า อาศัยอยู่ชั้น 4 ขณะกำลังเล่นเกมอาร์โอวีกับเพื่อนที่อยู่ภายในอพาร์ทเมนท์เดียวกัน จู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนประกายไฟดังขึ้นบริเวณตรงข้ามห้อง จึงเดินออกไปดูพบว่ามีประกายไฟเกิดขึ้นบริเวณห้องควบคุมไฟ จึงเดินลงไปข้างล่างเพื่อแจ้ง รปภ.ให้ทราบ
เมื่อเดินขึ้นห้องปรากฏว่ามีควันไฟคลุ้งดำไปหมดจึงได้แจ้งเพื่อนที่เล่นเกมด้วยกันผ่านไมค์ในเกมว่ามีไฟไหม้ เพื่อนจึงออกมาจากห้องพบว่ามีควันไฟอยู่บริเวณทางเดินเป็นจำนวนมาก ตนและเพื่อนจึงรีบเก็บของที่มีค่าออกมาและตะโกนบอกทุกคนในบริเวณนั้นให้หนีออกมาและโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือ
ส่วนนางวิชุตา กาญจนพันธา หนึ่งในผู้รอดชีวิตเปิดเผยว่า อาศัยอยู่ชั้น 8 มีคนเดินมาบอกว่าไฟดับจึงเดินออกมาดูพบว่าเงียบไม่มีใครเดินออกมา แต่เห็นควันออกมาจำนวนมากจึงบอกลูกว่าให้ลงไปก่อนเลยไม่ต้องห่วงป๊ากับม้า
“จากนั้นจึงเก็บของในห้องและกำลังจะลงไปด้านล่างแต่มีคนจากด้านล่างวิ่งสวนขึ้นมาและบอกว่าลงไม่ได้แล้ว ดิฉันจึงวิ่งขึ้นไปชั้นบนและถีบประตูห้องชั้นบนดาดฟ้าเพื่อเข้าไปอยู่ภายในห้องใช้ผ้าชุบน้ำอุดรูประตูและเปิดประตูด้านหลังไว้เพื่อให้หายใจออก ระหว่างที่ติดอยู่ในนั้นพยายามพูดให้กำลังใจบอกให้ใจเย็นๆ ตลอด ซึ่งมีคนที่ติดอยู่ด้วยกันประมาณ 20 คน ติดประมาณ 30 นาทีก่อนมีคนมาช่วย" นางวิชุตากล่าวอย่างตระหนก
ต่อมาเวลา 07.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนด้วย ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ต้นเพลิงเกิดจากห้องรวบรวมสายไฟและสายเคเบิลภายในอาคาร หรือห้องชาร์ป ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ก่อนลุกลามต่อเนื่องไปจนถึงชั้น 14 ของอาคารดังกล่าว
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า อุปสรรคสำคัญของการทำงานครั้งนี้ พบว่าอพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่ในซอยแคบ ทำให้รถกระเช้าซึ่งมีขนาดใหญ่เข้าไปได้ยาก ต้องใช้รถขนาดเล็กเข้าไปดับไฟ ขณะเดียวกันกทม.ได้ประสานเฮลิคอปเตอร์โรงพยาบาลตำรวจเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บริเวณชั้นบนอีกทางหนึ่ง แต่บนดาดฟ้าของอาคารไม่มีที่จอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยลำเลียงประชาชนจากชั้นบนออกจากอาคาร เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือและนำออกมาจากอาคารให้เร็วที่สุด
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า อาคารที่เกิดเหตุขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งก่อสร้างก่อน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัยของอาคารสูงไว้ จึงอาจยังไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัยที่พร้อมมากนัก อย่างไรก็ตามสำนักงานโยธา และสำนักงานเขตได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบอาคารตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่พบความผิดแต่อย่างใด สำหรับมาตรการดูแลผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ทางสำนักงานเขตราชเทวีได้เข้ามาตั้งศูนย์ช่วยเหลือและตั้งเต็นท์ที่พักสำหรับผู้ประสบภัยแล้ว พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ห้ามเข้าไปภายในอาคารโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันทรัพย์สินของผู้พักอาศัยสูญหาย จนกว่าจะตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารเป็นที่เรียบร้อย
“อาคารราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ได้ขอจดทะเบียนก่อสร้างอาคารเมื่อปี 2530 หรือก่อนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 จึงสั่งการให้สำนักงานเขตราชเทวีตรวจสอบการขออนุญาตจดทะเบียนก่อสร้างอาคารดังกล่าวอีกครั้ง รวมถึงยังได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตร่วมตรวจสอบอาคารขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมด พร้อมขอความร่วมมือไปยังเจ้าของอาคารให้ตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารที่เกิดเหตุ มีบันไดหนีไฟ และสัญญาณเตือนเท่านั้น เนื่องก่อสร้างก่อนที่จะมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร สำหรับสาเหตุไฟไหม้เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในช่องสำหรับเดินสายไฟภายในอาคาร ที่เกิดเหตุ
นายพรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ สรุปข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้อาคารราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ที่โรงพยาบาลกลาง 1 คน และที่โรงพยาบาลราชวิถี 1 คน ส่วนผู้บาดเจ็บ 61 คน ได้นำส่งโรงพยาบาลต่างๆ ดังนี้ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 3 คน, โรงพยาบาลกลาง 1 คน, โรงพยาบาลตำรวจ 10 คน, โรงพยาบาลราชวิถี 12 คน
โรงพยาบาลรามาธิบดี 11 คน, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 9 คน, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 5 คน, โรงพยาบาลพญาไท 1 จำนวน 5 คน, โรงพยาบาลพญาไท 2 จำนวน 4 คน และโรงพยาบาลเปาโลพหลโยธิน 1 คน ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 11 คน รอผลการรักษา 26 คน นอนโรงพยาบาล 21 คน และอยู่ห้องไอซียู 3 คน
ต่อมาเวลา 09.45 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดเพลิงไหม้บนอาคารสูง โดยต้องเร่งระงับเหตุเพลิงไหม้และอพยพประชาชนจากเพลิงไหม้ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถเผชิญเหตุได้ในทันทีที่เกิดเหตุ พร้อมยังกำชับให้มีการฝึกอบรม ทำความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมเบื้องต้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องตระหนักถึงการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้ง ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 3 เมษายน นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สน.พญาไท มาตรวจสอบความเสียหาย และโครงสร้างของอาคารที่เกิดเหตุ
นายธีรยุทธ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อปี 2530 ก่อนที่พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2533 ซึ่งออกเป็นกฎหมายในปี 2535 จะออกมา โดยมีสาระสำคัญคือให้ติดตั้งอุปกรณ์ด้านรักษาความปลอดภัย โดยมีกฎกระทรวงออกมากำกับเพื่อให้อาคารที่สร้างก่อน พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะต้องปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าพัก จากการตรวจสอบของสำนักงานเขตซึ่งได้เข้ามาตรวจสอบอาคารดังกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ก็พบว่าอาคารมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและดูแลป้องกันอัคคีภัยไว้แล้ว ถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่อาจจะไม่สมบูรณ์เท่านั้น เพราะโครงสร้างอาคารสร้างมาก่อน แต่ก็ได้ปรับปรุงตามที่กฎหมายบังคับแล้ว
“สำหรับอุปสรรคครั้งนี้เกิดขึ้นจากต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 2 ตรงช่องเดินสายไฟ ทำให้ควันแผ่พุ่งไปที่ชั้น 13 ทันที และควันได้ขยายวงกว้างทั่วชั้น 13 ก่อนจะกดตัวให้ต่ำไล่ชั้นลงมา ดังนั้นผู้ที่อยู่ชั้นล่างๆ จึงสามารถหนีเอาตัวรอดได้ ส่วนผู้ที่อยู่ชั้น 9-11 จึงบาดเจ็บสำลักควันกันมาก ตอนนี้เรายังไม่หาคนผิด แต่เร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้พักอาศัยให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังปิดจุดเกิดเหตุ หากตรวจสอบแล้วเสร็จ ก็จะให้ผู้พักอาศัยเข้าไปเก็บข้าวของใช้ส่วนตัวกัน" นายธีรยุทธ กล่าว
ด้าน ตัวแทนจาก บริษัท ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ยืนยันว่าทางบริษัทมีการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารอยู่เสมอ ซึ่งอาคารในเครือของบริษัท มีแค่ราชเทวี อพาร์ทเม้นท์ แห่งเดียวที่สร้างก่อนปี 2530 โดยล่าสุด ตรวจสอบไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็รู้สึกตกใจ แต่ทางบริษัทจะเยียวยาให้แก่ผู้อาศัย จะมีการหาที่อยู่ให้ใหม่ ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ในเครือเดียวกัน จะถามความสมัครใจผู้อาศัยว่าสะดวกอยู่ในละแวกไหน และจะมีการดูแลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
ต่อมาเวลา 11.30 น. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) นำโดยนายธเนศ วีระศิริ นายก วสท.นำผู้เชี่ยวชาญ เข้าตรวจจุดเกิดเหตุโดยใช้เวลากว่า 45 นาทีจึงแล้วเสร็จ
นายธเนศกล่าวว่า อาคารดังกล่าวมีทั้งหมด 15 ชั้น ต้นเพลิงพบที่ช่องชาร์ป (ช่องเดินสายไฟ) ชั้น 5 มีกลุ่มควันปรากฏที่พื้นลับชั้น 6 และไฟไหม้อย่างรุนแรงที่พื้นลับ ชั้น 8-11 ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุอยู่ในห้องชั้น 12 ซึ่งควันออกมาจากช่องชาร์ปพอดี และพบใยมะพร้าวซึ่งเป็นเชื้อเพลิงบนเตียงนอนในชั้น ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเตียงนอนดังกล่าวอยู่ตรงไหนในช่วงก่อนเกิดเหตุ ส่วนชั้น 14 เจอสายไฟละลายเป็นจำนวนมาก แต่โครงสร้างหลักของอาคารยังไม่เสียหายมากนัก สามารถซ่อมแซมและเปิดใช้งานต่อได้ แต่ต้องตรวจสอบโครงสร้างรองอีกที เพราะเหล็กบางส่วนโดนความร้อนทำให้พื้นโก่งตัว ซึ่งก็ต้องให้วิศวกรมาตรวจอย่างละเอียดใช้เวลา 1-2 เดือน แล้วอาคารต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จ ทำเรื่องไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาต จึงจะสามารถเปิดใช้งานได้
“อุทาหรณ์ในคดีนี้คือ เรื่องช่องชาร์ป ต้องมีการปิดช่องว่างให้หมด การมีรูหรือช่องว่างที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นลักษณะตัววี ตรงนี้เองทำให้มีคนตาย เพราะพอควันไฟโผล่มาช่องชาร์ปของแต่ละชั้น ทำให้ควันลามไปทั่ว คนที่จะหนีเจอกลุ่มควันหนาก็สู้ไม่ไหว ต้องหนีกลับไปที่ห้องตัวเอง อีกทั้งสายไฟที่ร้อนและเสื่อมทำให้เกิดประกายไฟในช่องชาร์ป หากมีช่องว่างในชั้น ทำให้ควบคุมเพลิงได้ยาก ก็ขอให้ทุกอาคารตรวจสอบด้วย” นายธเนศกล่าว
ทั้งนี้ ในเขตราชเทวีมีอาคารสูง 314 แห่ง ส่วนที่เกิดเหตุทางเขตได้ติดป้ายประกาศหน้าตึกห้ามมิให้บุคคลใช้หรือเข้าออกอาคารดังกล่าวแล้ว



