ข่าว

โวยรัฐหยุมหยิมกลัวอียูไม่ปลดใบเหลือง

โวยรัฐหยุมหยิมกลัวอียูไม่ปลดใบเหลือง

03 เม.ย. 2561

ชาวประมงขู่จอดเรือทั้งประเทศ หากภาครัฐยังหยุมหยิมเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นประเด็นปัญหา เพื่อต้อนรับอียูตรวจ IUU 4 - 11 เมษายน นี้

               3 เม.ย. 61  นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม ร่วมกับ นายศราวุธ โถวสกุล นายกสมาคมเรือลากคู่สมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนภาคประมง อีกทั้งเพื่อกำหนดทิศทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

               ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับมาตรการของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่จะให้ผลตอบแทนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานเป็นแรงงานไร้ฝีมือในเรือประมง จะรับค่าเหนื่อยเดือนละ 12,000 บาท รวมทั้งมีประกันอุบัติเหตุ และสวัสดิการต่างๆ ส่วนแรงงานไทยที่เป็นแรงงานฝีมือ จะได้รับค่าเหนื่อยเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการจะส่งความต้องการแรงงานไปยังสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยต่อไป
               นอกจากนี้ยังหารือถึงประเด็นอียูจะมาตรวจการแก้ไขปัญหา IUU ของประมงไทยระหว่างวันที่ 4 - 11 เมษายน นี้ ที่ประชุมแสดงความกังวลถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะกดดันต่อการตรวจครั้งนี้ ทำให้ออกมาตรการต่างๆ ออกมาเข้มงวดภาคประมงอีกมากมาย ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าหากกฎระเบียบที่ออกมาหยุมหยิมมากเกินไป ก็จะจอดเรือประมงกันหมดทุกลำ
               นายมงคล กล่าวว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ชาวประมงไทยได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหา IUU อย่างแสนสาหัส แต่ชาวประมงก็ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทำให้ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมาตรการที่ภาครัฐกำหนดมาให้ ที่ผ่านมาชาวประมงก็สามารถทำตามได้อย่างดีมาโดยตลอด แต่พออียูกำหนดมาตรวจการแก้ไขปัญหา IUU ของประมงไทย ระหว่างวันที่ 4 - 11 เมษายน นี้ หลายหน่วยงานถึงกับเกร็งกดดัน เครียด กลัวว่าอียูจะไม่ปลดใบเหลืองให้ จึงออกมาตรการเล็กๆ น้อยๆ ทำให้สร้างปัญหากับชาวประมงอีก เช่น ถังดับเพลิง , พลุ , ลูกดิ่ง ต่างๆ แม้กระทั่งปั๊มน้ำก็จะออกมากดดันอีก ทั้งที่เรือประมงก็มีกันอยู่แล้ว และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสาระสำคัญที่จะมาบังคับทันที อีกทั้งที่ผ่านมาก็ออกเรือประมงหาปลาได้เป็นปกติ แต่พออียูจะมาก็จะมาบังคับเรือประมง หากไม่ปฏิบัติตามก็จะห้ามเรือประมงออกหาปลา ทำให้ชาวประมงเห็นตรงกันว่า จะพร้อมใจกันจอดเรือทั้งประเทศหากภาครัฐยังหยุมหยิมเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นประเด็นปัญหา จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ทบทวนมาตรการหยุมหยิมดังกล่าวด้วย