ข่าว

แม่น้ำลพบุรีเอ่อล้นท่วมด้านหลังเพนียดคล้องช้าง

แม่น้ำลพบุรีเอ่อล้นท่วมด้านหลังเพนียดคล้องช้าง

09 ต.ค. 2552

แม่น้ำลพบุรีเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณด้านหลังเพนียดคล้องช้าง ม.3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา แต่ยังไม่ได้ทำให้ช้างที่นี่เดือดร้อน กรุงเก่าปลิงยั้วเยี้ยเช่นกัน สธ.เตือนระวังโรคน้ำกัดเท้า-ตาแดง พศ.แจ้งมส.น้ำท่วมวัดเสียหาย100แห่งเร่งช่วยเหลือ

วันนี้ (9ต.ค.) ระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรี มีระดับสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 7-10 ซ.ม. ส่งผลให้น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณด้านหลังเพนียดคล้องช้าง ม. 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำลพบุรี มีระดับสูงขึ้นจนท่วมทางเดินของช้างที่ต้องใช้เส้นทางเดินผ่านไปลงอาบน้ำในแม่น้ำ อย่างไรก็ตามภาวะน้ำท่วมขณะนี้ยังไม่ได้ส่งผลกับช้างมากนัก ควาญช้างจึงถือโอกาสนำช้างออกมาลงเล่นน้ำด้านหลังเพนียดที่ถูกน้ำท่วม อย่างสนุกสนาน ซึ่งนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ มั่นใจว่าหากไม่มีการระบายน้ำจำนวนมาก ก็จะไม่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของช้างในเพนียดอย่างแน่นอน

 โดยในช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางวาสีนี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้นำท้องถิ่น สมาชิกเหล่ากาชาด ได้เดินทางไปยัง ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากรับรายงานว่าที่ตำบลนี้มีประชาชนประสบอุทกภัยจำนวนมาก โดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจำนวน 500 ชุด ขณะที่ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการมูลนิธิราชประชานะเคราะห์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดกระโดดทอง ต.รางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับพระภิกษุ และประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ตำบลรางจระเข้ จำนวน 500 ชุด ซึ่งในอำเภอเสนามีตำบลบ้านโพธิ์ บ้านกระทุ่ม หัวเวียง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำน้อย

“อภิสิทธิ์”ลงพท.มอบถุงยังชีพชาวบ้านเมืองกรุงเก่า 

 เมื่อเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางมาที่ศาลาวัดสีกุก ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยนายกฯได้มอบถุงยังชีพและยารักษาโรคกับประชาชน ทั้งนี้นายกฯได้กล่าวกับประชาชนโดยย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการไปแล้ว และยังกล่าวถึงโครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีหลายโครงการรวมทั้งโครงการกองทุนหมู่บ้านด้วย

 นายกฯ ยังกล่าวกับประชาชนด้วยว่า ตนเป็นนายกฯให้ความสำคัญในระบบรัฐสภา ไปตอบกระทู้สดในทุกวันพฤหัสบดี และให้มีการถ่ายทอดสดด้วย ไม่เหมือนกับนายกฯในสมัยที่ผ่านมาที่ไม่กล้าไปตอบกระทู้สดเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในสภา

 “ผมเป็นผู้แทนมา 20 ปีก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันว่า พื้นที่นี้ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้แทนฯ ทั้งนี้ใครจะรักใครชอบใคร ก็ไม่ว่ากัน แต่ขออย่างเดียวว่า อย่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย หากต้องการแสดงออกก็ขอให้แสดงออกอย่างสงบ เพราะชาวโลกที่เขาประทับใจในประเทศไทย เขาก็เอาใจช่วยอยู่เพราะเขาอยากมาลงทุน แต่พอเห็นข่าวที่มีการตีกัน ทำเลาะกัน เขาก็เลยไม่แน่ใจว่าบ้านเมืองเราจะบริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่ ผมอยากให้ระบบเดินไปข้างหน้า ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านสามารถทำงานได้ ผมจึงขอโอกาสให้รัฐบาลและประเทศได้ทำงานอย่างสงบเพื่อทุกอย่างจะได้เดินหน้าต่อไป”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ ยังกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แม้ว่าจะมีการถกเถียง ตนก็ให้มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯขึ้นมาเพื่อพิจารณาประเด็นที่จะแก้ไขแล้ว และทุกพรรคก็มีส่วนร่วมเรียบร้อยแล้ว

กรุงเก่าปลิงยั้วเยี้ยสธ.เตือนระวังโรคน้ำกัดเท้า-ตาแดง

 เมื่อเวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากประชาชน ม.1 ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมเข้ามาในหมู่บ้าน และมีขยะลอยเต็มไปหมดจนเด็กๆต้องลงไปช่วยกันเก็บและที่สำคัญคือมีปลิงออกมาไต่ยั่วเยี้ย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

 พบว่า บริเวณที่เกิดน้ำท่วมได้แก่ ม.1 และม.2 ต.สามกอ อ.เสนา ซึ่งอยู่ด้าข้างและหลังวัดบ้านแพน มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 400 หลังคาเรือน และพบว่าเป็นชุมชนที่อยู่กันแออัด บ้านส่วนใหญ่ปลูกเป็นบ้านไม้ติดกัน ยกพื้นสูง สังเกตเห็นว่าบริเวณทั่วไปจะเต็มไปด้วยขยะจำนวนมากลอยขึ้นมากับน้ำ ซึ่งทำให้มีกลิ่นเหม็นและสกปรก ปรากฎว่ามีเด็กๆที่อยู่บริเวณดังกล่าวทนไม่ไหว ต้องมาช่วยกันตักขยะเพื่อนำไปทิ้ง

 ด.ช.เอนก เอกตระกูล อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนเสนา”เสนาประสิทธิ์”อ.เสนา เปิดเผยว่า บ้านอยู่บริเวณดังกล่าว หลังจากที่น้ำขึ้นมา ขยะที่มีจำนวนมากก็ลอยขึ้นมาเช่นกัน ตนเห็นว่ามันสกปรก จึงได้ชวนเพื่อนๆช่วยกันลงไปเก็บขยะ เพื่อนำไปทิ้งในถังขยะ แต่ก็เก็บได้ไม่นานเนื่องจากมีปลิงขนาดใหญ่อาละวาด จึงต้องรีบขึ้น

 นายบุญเชิด งามละออ อายุ 67 ปี บ้านอยู่ 27 ม.1 ต.สามกอ เปิดเผยว่ามีปลิงเยอะมาก เดินลงน้ำไปก็จะมาเกาะครั้งละ 2-3 ตัว เนื่องจากใกล้กับชุมชนมีบ่อน้ำที่มีขยะจำนวนมาก ปกติไม่จำเป็นก้ไม่อยากที่จะเดินลุยน้ำไปไหนมาไหนในช่วงที่น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้น้ำท่วมถนนในหมู่บ้านสูงประมาณ 50-70 ซ.ม. ด้าน นพ.รัตนชัย จุลเนตร นพ.สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในช่วงที่น้ำขึ้นใหม่ๆ หรือน้ำลง ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำขัง ในชุมชนเป็นจุดที่ประชาชนมีโอกาสเจ็บป่วยโดยเฉพาะการลงไปเล่นน้ำให้ระวังปลิงและโรคตาแดงที่อาจจะเป็นอันตรายได้

พศ.แจ้งมส.น้ำท่วมวัดเสียหาย100แห่งเร่งช่วยเหลือ

 ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีนายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)กล่าวภายหลังร่วมประชุมมหาเถรสมาคมว่า พศ.ได้รายงานจำนวนวัดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม พบว่ามีวัดที่ได้รับความเสียหาย 100 วัด ใน 14 จังหวัด และได้มีการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วด้วยการส่งเครื่องอุปโภค บริโภคไปให้  ขณะเดียวกันที่ประชุมมส.ยังมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมลงพื้นที่สำรวจวัดที่ได้รับผลความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะที่ประชุมมส.เชื่อว่าน่าจะมีวัดที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 100 วัด และเห็นว่าหากกรรมการมส.รูปใดที่ไม่ติดภารกิจ ก็ควรที่จะลงไปเยี่ยมวัดที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมด้วย

 เตือนประชาชนเตรียมรับมือพายุหมุนเขตร้อน

 นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ในช่วงเดือนตุลาคมพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่าน ขณะที่ภาคใต้อาจได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมนี้ โดยพื้นที่ที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่านจะมีฝนตกหนัก พายุลมแรง อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย

 ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างบริเวณรอบบ้านให้อยู่ในสภาพแข็งแรง หรือขณะพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่าน ควรหลบในอาคารที่มั่นคง นอกจากนี้หากน้ำเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับดินบนภูเขา ระดับน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงตามเส้นทางที่กำหนด เพราะอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มได้

 “อยากขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ และเตรียมความพร้อมโดยเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย และหมั่นสังเกตสัญญาณความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นได้ " นายอนุชากล่าว