ข่าว

จริงไม่จริง?  บัญชีธนาคารจะถูกตรวจสอบเพื่อการเก็บภาษี!!

จริงไม่จริง? บัญชีธนาคารจะถูกตรวจสอบเพื่อการเก็บภาษี!!

03 เม.ย. 2561

เข้าไปอ่านหลักการและเนื้อหาร่างกัน และช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันได้ รีบๆ หน่อย มีเวลา ตั้ง 1 เมษายน ถึง 15 เมษายน 2561 แค่ 15 วันเท่านั้น!!!!

  

          หลังจากที่ กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์)

          โดยได้เปิดรับฟังความเห็นของประชาชนตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ถึง 5 กันยายน 2560 และได้นำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว

          ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฏีกา ได้ตรวจพิจารณาและทำการปรับปรุง ร่างกฎหมายของรัฐบาลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้ว

          กรมสรรพากรจึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างกฎหมายดังกล่าวตามแบบฟอร์มการให้ความเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

          จากข่าวข้างต้น เฟซบุคแฟนเพจ TaxBugnoms จึงออกมาอธิบายให้คนที่ติดตามเข้าใจง่ายๆ ว่าบางทีอนาคตที่ใกล้จะถึงนี้ คนที่มีรายการเดินบัญชีเยอะ หรือมียอดรับเงินมากผิดปกติ “อาจจะ” ย้ำว่า “อาจจะ”ถูกตรวจสอบภาษีได้!!!

          โดยระบุว่า หนึ่งหัวข้อในร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพิ่มเติมฉบับล่าสุด เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National e-Payment Master Plan นั้น

          กำลังจะมีการแก้ไขให้สถาบันการเงินต่างๆ ต้องรายงานข้อมูลของบุคคลที่มีธุรกรรมพิเศษในแต่ละปีให้กับกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมปีถัดไป

          “หรือพูดง่ายๆ ว่าส่งข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีนั่นเอง”

          นอกจากนี้ยังอธิบายคำว่า "ธุรกรรม" พิเศษให้ผู้อ่านพอเข้าใจว่า หมายความถึง

          - ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป

          - ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งขึ้นไปและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

         โดยที่ต้องขีดเส้นใต้คือ “ยอดทั้งหมดที่ว่านี้เป็นรายการต่อปี!!”

          ทั้งนี้ ประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตคือ งานนี้น่าจะส่งผลให้มีคนต้องเสียภาษีเพิ่มแน่นอน โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจออนไลน์ ที่มีการสั่งซื้อของและโอนเงินเข้า

          คร่าวๆ ถ้าใครมีหลายบัญชี หลายธนาคาร ก็จะตรวจสอบรวมหมดทุกธนาคาร ในชื่อเดียวกัน

          อย่างไรก็ดี เบื้องต้น สิ่งนี้ ยังเป็น “ร่างกฎหมาย” ซึ่งเรียกเต็มๆ ว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ

          แต่ก็นั่นแหละ ยังมีคอมเม้นท์จากแฟนเพจที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น

          “ไม่ว่าอย่างไร รัฐบาลก็ต้องการเข้ามาตรวจสอบธุรกรรมการเงินของเราง่ายๆ อยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่สังคมไร้เงินสด ทำธุรกรรมทุกอย่างผ่านอิเล็คทรอนิค สิ่งเหล่านี้วางแผนกันมานาน วางรากฐานไว้ เป้าหมายเพื่อตรวจสอบการธุรจริตโกงกิน ดูว่าการเงินของใครเคลื่อนไหวน่าสงสัย แต่ถ้าคนบังคับใช้กฏหมายเป็นคนดี มีศีลธรรมจริงๆ ตั้งใจเพื่อจะบริหารบ้านเมืองจริงๆ ประเทศเราก็คงจะดีกว่านี้ เสียแต่ว่า กฏหมายพวกนี้มันมักใช้ได้กับประชาชน คนธรรมดา ไม่ใช่ข้าราชการ หรือคนของรัฐบาล หลายๆ อย่าง เห็นๆ กันอยู่ว่าไม่โปร่งใส หลายๆ อย่าง หลักฐานชัดเจนยังเอาผิดไม่ได้ กฏหมายร่างพวกนี้ เอาไว้รีดภาษีประชาชน เพื่อเงินเข้ากระเป๋าใคร.....แค่คิดก็หดหู่ละ”

          และ “เห็นด้วย ภาษีเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมต้องช่วยกันจ่าย ไม่งั้นคนเลี่ยงก็ต้นทุนต่ำกว่า ก็ไม่รู้จักรับผิดชอบกันบ้าง เหมือนอยู่หมู่บ้านแล้วมีคนค้างค่าส่วนกลางน่ะ หมู่บ้านมันก็ทรุดโทรม คุณภาพยามก็ตกต่ำเพราะเงินจะจ้างยามแพงๆ ก็ไม่มี แล้วก็ต้องแยกส่วนกันระหว่างหน้าที่ในการจ่ายกับคนเอาไปใช้ว่าใช้ถูกต้องมั๊ยนะครับ เพราะหน้าที่จ่ายคุณต้องทำ ในขณะที่หน้าที่ตรวจสอบการใช้คุณก็ต้องทำครับ ไม่ใช่อ้างว่าตรวจสอบยากแล้วผมไม่จ่าย”

          หรือความคิดเห็นที่ว่า “การเปิดรับฟังร่าง พรบ.ไม่ได้แปลว่าคนค้านมากจะไม่ผ่านนะครับ มาตรา 44 ยังมีผลอยู่”

 

จริงไม่จริง?  บัญชีธนาคารจะถูกตรวจสอบเพื่อการเก็บภาษี!!

          ก็ว่ากันไป ขอให้พวกเราเข้าไปอ่านหลักการและเนื้อหาร่างกัน และช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันได้ ที่ ลิงค์นี้ http://www.rd.go.th/publish/27837.0.html

          รีบๆ หน่อย มีเวลา ตั้ง 1 เมษายน ถึง 15 เมษายน 2561 แค่ 15 วันเท่านั้น!!!! 

/////////////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุคแฟนเพจ TaxBugnoms