
"ทักษิณ"อัดรัฐบาลจอมโปรเจคกลางงานสัมนาพท.
สัมนาเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยจวกรัฐบาลบริหารประเทศทำไทยติดลบถึง 6 % ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ไม่เข้าใจวิธีการฟื้นเศรษฐกิจ "ทักษิณ"อัดรัฐบาลจอมโปรเจค
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 ต.ค. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง เศรษฐกิจ กล่าวในงามสัมมนาพรรคเพื่อไทย เรื่องเศรษฐกิจไทยและธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม ปี 2552 ว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริหารมา กว่า 6 เดือน แต่พบว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2552 ติดลบกว่าที่คาด ถึง6 % ซึ่งถือว่าหดตัวต่ำสุดในรอบ 12 ปี
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อติดลบถึง 6 เดือนติดต่อกัน ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ติดลบ 4 % โดยประชาชนต้องมีฐานะยากลำบากชักหน้าไม่ถึงหลัง นักธุรกิจขายสินค้าไม่ได้ ต้องลดราคาต่ำว่าทุนจนเกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงอีก นอกจากนี้การว่างงานตัวเลขกำลังเพิ่มขึ้นจาก 1 ล้าน เป็น 1.2 ล้านคน จึงนับเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนที่รัฐบาลอ้างว่าไตรมาส 4 จะดีขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ฐานเดิมต่ำมากกว่า
รัฐบาลนี้มีความเก่ง 3 เรื่อง กู้หนี้ ขึ้นภาษี และไล่บี้ทักษิณ ซึ่งรัฐบาลขึ้นภาษีจำนวนมากโดยเฉพาะภาษีน้ำมัน ทำให้เกิดการลดการบริโภคในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในวิธีการฟื้นเศรษฐกิจ ขณะที่การนำเงินไปแจกให้คนบางกลุ่มแต่มีการขึ้นนภาษีน้ำมันกับคนไทยทุกคนเพื่อชดเชญเงินเหล่านั้นในช่วงที่ประชาชนไม่มีงานทำ ขายของไม่ได้เป็นการสร้างความไม่ยุติธรรมลักษณะ 2 มาตรฐานด้วย
“ถึงจุดหนึ่งประชาชนจะรับไม่ไหว จะมีปัญหาสังคมตามมา วันนี้รัฐบาลต้องคิดว่าจะช่วยประชาชนอย่างไร ทำให้ประชาชนมีรายได้ มีเงินจับจ่ายใช้สอย จากนั้นรัฐบาลจะได้เงินภาษีกลับมาเอง” นายสุชาติกล่าวและว่า ในส่วนเรื่องสินค้าการเกษตร การท่องเที่ยว โครงการธุรกิจขนาดเล็ก SME รัฐบาลยังขาดการดูแลการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ทำให้สินเชื่อไม่ขยายตัว จึงเป็นอุปสรรคอย่างมากในการฟื้นระบบเศรษฐกิจ โดยธนาคารควรปล่อยกู้ ธุรกิจขนาดเล็ก SME เพื่อจะได้อยู่รอด และ โครงการงบประมาณสำหรับชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน หรือ SML ที่เกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อฝึกชุมชนให้คิดเพื่อช่วยตนเอง ที่ภายหลังรัฐบาลนี้เปลี่ยนโครงการ SML เป็นชุมชนพอเพียง กลับพบว่ามีการคอรัปชั่น และทำลายความคิดสร้างสรรค์ ของชุมชนอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ เมื่อเวลา 14.10 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอลิงค์ภาพพร้อมเสียง มายังการห้องจัดสัมมนา โดยกล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า ในอนาคตเอเชีย จะเป็นแหล่งผลิตและตลาดที่สำคัญ ดังนั้นจึงความกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไร ขณะที่รัฐบาลจะต้องรู้จักคุมทิศทาง สร้างไอเดีย ไม่ใช่มีแต่โปรเจกต์ เหมือนกับการจะเดินทางยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ใครจะเดินไปบ้าง แต่กลับบอกว่า มีรถยนต์ที่จะใช้เดินทางแล้วแต่ยังไม่วางแผนทิศทางที่จะไป สุดท้ายกลายเป็นความอลหม่าน ขณะที่รัฐต้องร่วมมือกับเอกชนที่จะคิดไปด้วยกัน ไม่ใช่รัฐยัดเยียดแต่โปรเจกต์ ซึ่งรัฐจะต้องคิดร่วมกับเอกชน โดยยึดหลัก ONE NATION ชาติเดียว ไม่มองว่าเอกชนเป็นสีอะไร



