
หัวอกคนเป็นแม่! วอนช่วยลูกชายป่วย'เจ้าชายนิทรา'
เด็กชายวัย 13 ปี เป็น"เจ้าชายนิทรา" ตั้งแต่อายุ 11 เดือน หลังประสบอุบัติเหตุตกอ่างน้ำ แม่ชาวไทใหญ่คอยเลี้ยงดูฟูมฟัก หวังได้ยินเสียงลูกเรียก "แม่"
วันที่ 3 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านพักคนงานในโรงงานผลิตไม้กวาดส่งออก บริษัท พันเจ้าเกษตรภัณฑ์ จำกัด หมู่ที่ 5 ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ มีคนงานหญิงคนหนึ่ง มีน้ำใจที่สุดแสนประเสริฐ เลี้ยงดูลูกชายพิการ เป็น “เจ้าชายนิทรา” ร่วม 13 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ลูกชายประสบอุบัติเหตุตกในอ่างน้ำของศูนย์เด็กเล็กฯ มาตั้งแต่อายุ 11 เดือน ทั้งที่มีฐานะยากจนดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ไม่ทอดทิ้ง เป็นที่น่ายกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง
ดังนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังโรงงานดังกล่าว ซึ่งมีบริเวณกว้างพอสมควร พบกลางโรงงานปูพื้นด้วยปูนซีเมนต์ มีดอกหญ้าข้าวพวงตากแดดเต็มไปหมด ล้อมรอบไปด้วยโรงงาน มีบ้านพักคนงานอยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย มีคนงานทั้งชายหญิงประมาณ 90 กว่าคน กำลังทำหน้าที่ทำไม้กวาดตามขั้นตอนของแต่ละคน และสังเกตุเห็นว่ามีคนงานหญิงคนหนึ่งกำลังปั่นเชือกไนล่อน เพื่อถักทำไม้กวาด อยู่ใกล้ๆ กับหน้าห้องพัก คอยลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องพักเพื่อดูแลลูกที่นอนป่วยอยู่ในห้องตลอดเวลา จึงเดินตามเข้าไป พบว่าหญิงดังกล่าวกำลังปรนนิบัติเด็กชายคนหนึ่ง มีลักษณะศีรษะค่อนข้างโต แขนขาลีบ มีสายยางสอดไว้ในหู จมูก เห็นแล้วเป็นที่น่าเวทนาอย่างมาก
จากการสอบถามหญิงดังกล่าว ชื่อว่านางหนุ่ย ลุงต๊ะ อายุ 46 ปี เป็นชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา พร้อมกับเล่าว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้เข้ามาทำงานเป็นคนงานในโรงงานผลิตไม้กวาดมาหลายปีแล้ว มีสามีชื่อนายหม่อง จันตา อายุ 47 ปี เป็นชนเผ่าปะโอ และตอนนั้นมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ “น้องห้าว” ด.ช.อนุทัย ลุงต๊ะ เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2548 เมื่ออายุได้ 11 เดือน จึงได้นำลูกชายไปฝากเลี้ยงที่ศูนย์เด็กเล็กฯ แห่งหนึ่ง วันละ 300 บาท เพราะไม่มีเวลาเลี้ยงดูต้องทำงานหาเงิน
นางหนุ่ย เล่าด้วยน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มว่า ช่วงเที่ยงวันของวันแรกที่นำลูกไปฝากเลี้ยง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์เด็กเล็กฯ ว่าลูกป่วยหนัก เนื่องจากตกลงไปอ่างน้ำในห้องน้ำ ขณะนี้นำส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสารภี แต่อาการหนักได้ส่งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จึงรีบเดินทางไปเยี่ยม พบว่าอาการของลูกหนักมาก อยู่ในห้องไอซียู รักษาตัวอยู่หลายวัน อาการก็ไม่ดีขึ้น กลายเป็น “เจ้าชายนิทรา” ไม่สามารถขยับร่างกายได้ จนกระทั่งต่อมาทางโรงพยาบาลได้อนุญาตให้นำตัวลูกชายออกมาดูแลที่บ้านพัก และจะพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตลอด จนถึงปัจจุบันร่วม 13 ปีแล้ว
ผู้สื่อข่าวสังเกตได้ว่า ในห้องพักห้องเล็กๆ มี ด.ช.ห้าว นอนป่วยอยู่ในห้องนอน ได้รับการดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาดค่อนข้างดี จากการปรนนิบัติของนางหนุ่ย ผู้เป็นแม่ คอยเปลี่ยนแพมเพอร์ส ให้อาหาร - น้ำทางสายยาง และคอยใช้ปั้มดูดเสลดออกจากลำคอบ่อยครั้ง พร้อมกับเปิดใจว่า ถึงแม้ลูกชายจะพิการก็รักมาก ยังมีความหวังว่าลูกชายจะกลับมาเป็นคนปกติ โดยเฉพาะอยากได้ยินเสียงลูกชายเรียกคำว่า “แม่” สักครั้งหนึ่ง พร้อมกับใช้มือเช็ดน้ำตาที่ไหลพรากลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างครั้งแล้วครั้งเล่า
นางหนุ่ย เล่าถึงรายได้ว่า ทำไม้กวาด (เหมา) ทั้งวันทั้งคืน และคอยดูแลลูกไปด้วย เฉลี่ยแล้วตกวันละประมาณ 200 กว่าบาท ส่วนค่าใช้จ่ายให้กับลูกชาย ตกเดือนละประมาณ 4,500 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันมี นายบุญธรรม บุญหมื่น ส.อบจ.เชียงใหม่ อ.สารภี เขต 2 นายถวิล ไชยวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลหนองแฝก นางโสภา อุปมาน ผอ.กองการศึกษาเทศบาลตำบลหนองแฝก รองนายกเทศมนตรี ประธานสภา สมาชิกสภาฯ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองแฝก ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับนางหนุ่ย เป็นค่าใช้ในการเลี้ยงดูบุตร พร้อมกันนี้ นายถวิล ได้กล่าวกับนางหนุ่ย ว่าต่อไปนี้ทางเทศบาลฯ จะช่วยดูแลและหาแนวทางช่วยเหลือ ด.ช.ห้าว ต่อไป หากต้องการช่วยเหลือยามเจ็บป่วย ทางเทศบาลฯ ก็จะจัดส่งรถบริการประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใจบุญ มีจิตเมตตา ที่ต้องการยื่นมือเข้าช่วยเหลือครอบครัวของนางหนุ่ย ลุงต๊ะ ได้ที่บ้านพักคนงาน บริษัท พันเจ้าเกษตรภัณฑ์ จำกัด หรือบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสารภี เลขที่บัญชี 286-2-51413-3 ชื่อ MRS.NUI LUNGTA



