
ฟันฉลามสังเวยแฟนบ้า แบนสนามสิรินธรนัดท้าย
ลงดาบฟันชลบุรี หลังเหตุอัปยศแฟนบอลอันธพาลไล่ทำร้ายสื่อมวลชน ห้ามใช้สนามสิรินธรเป็นสนามเหย้า พร้อมสั่งย้ายมาแข่งที่สนามศุภชลาศัยในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ขณะที่ "เดอะเซนต์" อรรณพ สิงห์โตทอง เตรียมทำเรื่องอุทธรณ์ขอจัดที่สนาม สพล.ชลบุรี แบบปิดห้ามแฟนบอลเข้าชมหวั
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพประจำสัปดาห์ โดยมี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย “มร.โอเค” นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคม ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
ซึ่งก่อนการประชุม นายไพฑูรย์ ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการบริหาร นำหนังสือ และซีดีบันทึกเหตุการณ์ที่แฟนบอลชลบุรี ได้ทำร้ายช่างภาพและเจ้าหน้าที่ของสยามกีฬาทีวี รวมทั้งทำลายรถโอบี มามอบเป็นหลักฐาน เพื่อพิจารณาตามบทบาทในความรับผิดชอบ และหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
จากนั้นได้มีการประชุมลับโดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าฟัง หลังจากประชุมร่วม 1 ชั่วโมง นายกสมาคมฟุตบอล เปิดแถลงข่าวว่า ที่ประชุมมีมติสำหรับเหตุการณ์แฟนบอลอันธพาลของทีมชลบุรี โดยห้ามทีมชลบุรีใช้สนามสิรินธร เป็นสนามเหย้า ในนัดสุดท้ายวันที่ 18 ตุลาคม ที่มีโปรแกรมพบ การท่าเรือไทย พร้อมห้ามกองเชียร์อันธพาลกลุ่มนี้เข้าสนามอย่างเด็ดขาด โดยให้มีผลตั้งแต่เกมวันที่ 11 ตุลาคม ที่จะออกไปเยือน ราชนาวี ระยอง เป็นต้นไป และเชื่อว่าแฟนบอลกลุ่มนี้ ทางทีมชลบุรีรู้อยู่แล้วว่าเป็นใครบ้าง น่าจะสามารถห้ามเข้าสนามได้
ขณะเดียวกันในเกมออกไปเยือนราชนาวี ระยองนั้น หากมีแฟนบอลชลบุรีไปก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีก จะห้ามไม่ให้มีแฟนบอลเข้าชมในเกมนัดปิดฤดูกาลของทีมเจ้าของฉายาฉลามไชโย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาให้ใช้สนามศุภชลาศัยสำหรับการเป็นเจ้าบ้านของชลบุรีแทนการใช้สนามสิรินธร ขณะเดียวกันยังมีบทลงโทษไปถึงผู้ตัดสินที่ลงทำหน้าที่ในเกมชลบุรี-จุฬา ยูไนเต็ด เพราะถือว่ามีส่วนทำให้เกิดปัญหา แต่บทลงโทษจะเป็นอย่างไรนั้นมอบหมายให้คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสิน และบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ไปร่วมกันหาข้อสรุป
นอกจากนี้ "บังยี" ยังแสดงความเป็นห่วงใน 2 เกมสุดท้าย โดยเฉพาะทีมที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์และหนีตกชั้น จะต้องหารือกับทีมเจ้าบ้าน เพื่อหาทางป้องกัน โดยอาจเป็นการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และต้องดูแลอย่างเข้มงวดเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้จะขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลสื่อมวลชนที่จะเดินทางไปทำข่าวด้วย พร้อมกันนี้ขอฝากไปถึงแฟนบอลทุกคน ทุกสโมสร ขอให้เป็นสุภาพบุรุษทั้งในและนอกสนาม เพื่อร่วมกันพัฒนาวงการฟุตบอลต่อไป
ด้าน "เดอะเซนต์" อรรณพ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" หลังจากทราบมติของฝ่ายจัดการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ว่า เรายอมรับคำตัดสินเพียงแต่อยากถามว่า หากให้ย้ายไปแข่งขันที่สนามศุภชลาศัย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันตนเคยเสนอไปแล้วว่า เราพร้อมที่จะย้ายไปแข่งขันที่สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี โดยปิดสนามไม่ให้แฟนบอลเข้าชม เพื่อเป็นการลงโทษทีมชลบุรีของเราเอง และน่าจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีสำหรับฟุตบอลไทยในอนาคต
"การที่แข่งขันในสภาพปิดสนามไม่ให้แฟนบอลเข้าชม ถือเป็นการลงโทษที่เหมาะสม และจะส่งผลกระทบถึงภาพรวมของทีมต้นสังกัดทั้งหมด ไล่ตั้งแต่สโมสรขาดรายได้ แฟนบอลไม่ได้ชมเกมที่ตัวเองรัก และมาตรการลงโทษทางสังคมคือ แฟนบอลกลุ่มใหญ่ที่ปฏิบัติตัวดีจะช่วยกันลงโทษขับไล่คนที่มักก่อเรื่องซึ่งเป็นกลุ่มเล็กแค่ 5-6 คนออกไปจากสังคมฟุตบอล"
ผู้จัดการทีมฉลามไชโย กล่าวอีกว่า ไม่เข้าใจทำไมผู้ตัดสินกลายเป็นแพะ ต้องมาถูกลงโทษไปด้วย เพราะหากว่าไปแล้วพวกเขาทำหน้าที่ได้ดี แต่การที่ปล่อยให้จุฬา ยูไนเต็ด มีผู้เล่น 11 คนในสนามทั้งที่ถูกไล่ออกไป 1 คนนั้น น่าจะเป็นความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่ 4 เพียงคนเดียวที่ปล่อยนักฟุตบอลเปลี่ยนตัวลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินในสนาม
"คม ชัด ลึก" ตรวจสอบเรื่องนี้กลับไปที่ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด อีกครั้งหนึ่ง ได้รับการเปิดเผยว่า ขอให้ทางชลบุรีทำหนังสือยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ต้องการเล่นในสนามปิด เราพร้อมจะนำเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เพราะยังมีเวลาดำเนินการ เพียงแต่การตัดสินที่ออกมานั้น ยังเป็นทางที่เราเห็นว่า หากมาเล่นนอกพื้นที่น่าจะปลอดภัยมากกว่า และสโมสรเองสามารถหารายได้จากการจำหน่ายบัตร หรือสินค้าที่ระลึกได้เช่นเดิม แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของทีมเราพร้อมรับพิจารณา



