
ฉัตรชัย จี้ทุกหน่วยงานเข้มงวดพร้อมรับอียูตรวจไอยูยู
ฉัตรชัย จี้ทุกหน่วยงานเข้มงวดพร้อมรับอียูตรวจไอยูยู
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจประเมิน การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะเดินทางมาไทย ตั้งแต่วันที่ 4-15 เม.ย.นี้ ได้แจ้งให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับทราบ พร้อมทั้งกำชับให้เตรียมความพร้อม เพราะการตรวจครั้งนี้มีความสำคัญ
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปตรวจศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ที่ จ.สมุทรปราการ และสงขลา เพื่อให้อียูมั่นใจว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับไอยูยู สำหรับการมาครั้งนี้อียูต้องการตรวจสอบการดำเนินงานของไทย เช่น กองเรือประมงของไทย ว่ามีการจัดระเบียบถึงไหนแล้ว ศูนย์เข้า-ออกเรือ ความพร้อมของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมง (FMC) ที่ใช้ติดตามเรือในทะเล ตลอด 24 ชั่วโมง โดยตั้งอยู่ที่กรมประมง คาดว่าเจ้าหน้าที่อียูจะสุ่มตรวจอุตสาหกรรมประมงของไทยโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้ไทยต้องพร้อมในทุกด้าน
สำหรับปัญหาแรงงานประมงต่างด้าว ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานถูกต้องแล้ว 100% หลังจากปิดขึ้นทะเบียนต่างด้าวในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้กรมประมงได้พัฒนาเทคโนโลยีไปจนถึงการสแกนม่านตา เพื่อยืนยันตัวตนแรงงานได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยพัฒนาขึ้นนอกเหนือจากที่อียูกำหนด
“ปัจจุบันไทยมีความคืบหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผ่านไทยได้ติดต่อกับอียูตลอดเพื่อขอคำแนะนำแก้ไขปัญหาประมง โดยทุก 3 เดือนคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายจะมีการพบปะกัน เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาภาคประมง ส่วนเรื่องฟรีไอยูยู หรือสัตว์น้ำที่จับในประเทศจะไม่มีการทำประมงผิดกฎหมายนั้น จะใช้เวลาอีกกว่า 2 ปีจะเสร็จสมบูรณ์ โดยอันดับแรกต้องจัดทำมาตรฐานการออกใบรับรองการจับปลาในประเทศ และการนำเข้าสัตว์น้ำของไทยให้เทียบเท่าได้กับมาตรฐานของอียูก่อน”
สำหรับ FMC ของกรมประมง หลังจากครั้งก่อนอียูได้ให้คำแนะนำ กรมประมงได้มีการปรับปรุงระบบใหม่แล้ว รวมทั้งยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกรมประมงได้ตั้งทีมวิเคราะห์พฤติกรรมเรือประมงและติดตามคดีที่ท่าเรือต่างๆ และเรือที่มีแนวโน้มว่าจะทำผิดกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



