ข่าว

ปภ.จ่ายชดเชยเกษตรกรประสบอุทกภัย

ปภ.จ่ายชดเชยเกษตรกรประสบอุทกภัย

02 เม.ย. 2561

ปภ.ประสาน จ.อยุธยาจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ครัวเรือนละ 3,000 บาท ย้ำตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์กำหนด

 

          2 เม.ย. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวข้อร้องเรียนการจ่ายชดเชยเยียวยาแก่เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมในปี พ.ศ.2560 ครัวเรือนละ 3,000 บาท ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางสื่อโซเชียลมีเดีย ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานข้อมูลจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบ่งเป็น 2 กรณี

          กรณีแรก ได้แก่ มาตรการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครัวเรือนละ 3,000 บาท จากพายุตาลัส พายุเซินกา และพายุทกซูรี โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยดำเนินการ ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น แยกเป็น พื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุตาลัสและเซินกา (ช่วงเกิดภัยตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. – 15 ส.ค.2560) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 จำนวน  1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 480 ราย และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุทกซูรี (ช่วงเกิดภัยตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. - 31 ต.ค. 2560) ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2560 ใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางปะหัน อ.บางซ้าย อ.บางปะอิน อ.ผักไห่ อ.ลาดบัวหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา อ.มหาราช อ.บางบาล อ.บางไทร และ อ.บ้านแพรก เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 16,375 ราย

          อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการจัดส่งข้อมูลการช่วยเหลือเกษตรกรทั้ง 2 สถานการณ์ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2561 สำหรับสาเหตุที่การดำเนินการเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากได้มีการหารือข้อกฎหมายในบางประเด็น และความชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา  ประกอบกับในช่วงดังกล่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในวงกว้าง ส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยความรอบคอบ ซึ่ง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดส่งเอกสารการขอรับความช่วยเหลือให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาดำเนินการของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเร่งรัดการพิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          นายชยพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในกรณีที่ 2 เป็นการให้ความช่วยเหลือ
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 (ด้านการเกษตร) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ได้จัดประชุมพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ไปแล้ว จำนวน 5 ครั้ง สรุปการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ 1.เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2560 ก.ช.ภ.จ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเสนา จำนวน 90 ราย (ด้านพืช 89 ราย ด้านประมง 1 ราย) วงเงิน 710,675.25 บาท โดยใช้จ่ายเงินทดรองราชการจากอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด 2.เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2561 ก.ช.ภ.จ. พิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 1,336 ราย วงเงิน 5,896,996.50 บาท ซึ่งได้ขอใช้เงินทดรองราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2561 และ 3.ในวันที่ 2 เม.ย. 2561 ก.ช.ภ.จ. จะพิจารณาการให้ความช่วยเหลือด้านประมงของเกษตรกรในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง และ อ.ผักไห่ จำนวน 116 ราย ซึ่งจะได้สรุปเพื่อขอใช้จ่ายเงินทดรองราชการไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 4 เม.ย.นี้  ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานให้ จ.พระนครศรีอยุธยาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล พร้อมเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังโดยด่วนต่อไป.