ข่าว

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

01 เม.ย. 2561

นักการทูตสหรัฐฯ-รัสเซียพร้อมครอบครัวเดินทางกลับประเทศแล้ว หลังรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายออกคำสั่งเนรเทศนักการทูต 60 คน ตอบโต้กรณีวางยาพิษอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ

       เจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ทยอยขนข้าวของออกจากอาคารที่ทำการ พร้อมทั้งเก็บธงชาติเมื่อวานนี้ หลังรัฐบาลรัสเซียออกคำสั่งให้ปิดทำการภายใน 48 ชั่วโมง และเนรเทศนักการทูตสหรัฐฯ 60 คน เท่ากับจำนวนนักการทูตรัสเซียที่สหรัฐฯ ขับไล่ออกนอกประเทศก่อนหน้านี้

      โดยรัฐบาลรัสเซียให้เวลาเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารทั้งหมดภายในเวลา 4 ทุ่ม และต้องขนของออกทั้งหมดภายในสิ้นเดือนเมษายนขณะที่ในสหรัฐฯ นักการทูตรัสเซีย 60 คน พร้อมทั้งครอบครัวรวมเป็น 171 คนได้ทยอยเดินทางกลับบ้านเช่นกัน

       หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งขับนักการทูต 48 คนประจำกรุงวอชิงตันและอีก 12 คนประจำสำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรอง พร้อมกับสั่งปิดสถานกงสุลในนครซีแอตเทิล

 

 

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

        ซึ่งรัฐบาลรัสเซียได้ส่งเครื่องบิน 2 ลำไปรับนักการทูตรัสเซียและครอบครัวทั้งหมด โดยได้แวะรับที่กรุงวอชิงตันดีซี และที่นิวยอร์กมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันนี้มีขึ้นหลังประเทศตกวันตกเกือบ 30 ประเทศ นำโดยอังกฤษและสหรัฐฯ พร้อมใจกันประกาศขับไล่นักการทูตรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้รัสเซียที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายเซอร์เกย์ สกรีปัล และลูกสาวด้วยการใช้สารพิษร้ายแรง "โนวิช็อค" ในเมืองซาลส์บิวรีของอังกฤษเมื่อวันที่ 4 มีนาคม

 

 

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

 

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

      ขณะเดียวกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียได้เรียกพบทูตอังกฤษประจำกรุงมอสโกเพื่อแจ้งให้ลดจำนวนนักการทูตให้เหลือเท่ากับจำนวนนักการทูตรัสเซียที่อยู่ในอังกฤษ ซึ่งทำให้อังกฤษอาจจำเป็นต้องลดจำนวนนักการทูตในรัสเซียลงมากกว่า50 คน

 

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

 

 

ทูตสหรัฐฯ-รัสเซีย กลับบ้านหลังถูกเนรเทศ

       นอกจากนี้สถานทูตรัสเซียในกรุงลอนดอนยังได้ร้องเรียนกรณีเครื่องบินของสายการบินประจำชาติรัสเซีย "แอโรฟล็อต" ถูกตรวจค้นที่สนามบินฮีทโธรว์เมื่อวันศุกร์ด้วย โดยสถานทูตรัสเซียระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ทางการอังกฤษอ้างว่าเป็นการสุ่มตรวจตราตามปกติ