
ขยายปม-"ควรฟังสิ่งที่ผมพูดบ้าง"
"ผมไม่ใช่มีความเห็นสวนทางท่านเฉลิม (อยู่บำรุง) เราเห็นเหมือนกันแต่ท่านเฉลิมเป็นคนเด็ดขาด เวลาพูดก็จะออกมาอย่างที่เห็น แต่ผมเป็นคนประนีประนอมเวลาพูดอะไรก็จะเป็นอีกแบบ" วิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคฝ่ายค้าน
ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ถึงการออกมาแถลงข่าวสวนทางกับ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ตามข้อเสนอของ "คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
หลังจากเมื่อพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่ามมา "ร.ต.อ.เฉลิม" แถลงประกาศ "วิปฝ่ายค้าน" มีมติเป็นเอกฉันท์ขอถอนตัวจากการร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็นของรัฐบาล เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ และไม่เห็นด้วยกับการนำเงินงบกว่า 2 พันล้านบาท ไปทำประชามติในภาวะที่ประเทศประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ
ท่ามกลางกระแสว่าทั้งสองกำลัง "สร้างผลงาน" หวังเอาใจนายใหญ่ระหว่างที่โครงสร้างของ "พรรคเพื่อไทย" ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างทั้งที่เริ่มนับถอยหลังการเลือกตั้ง
ซึ่งระยะหลัง "วิทยา" เริ่มมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น เนื่องจากความเป็น "ประธานวิปฝ่ายค้าน" ต้องทำงานประสานกับ "รัฐบาล" ขณะที่ "ร.ต.อ.เฉลิม" จะมีความโดดเด่นในสภาเมื่อมีวาระสำคัญเข้าสู่การพิจารณาเท่านั้น
การแถลงข่าวของ "ร.ต.อ.เฉลิม" เกิดขึ้นระหว่างที่ "วิทยา" อยู่ต่างประเทศและเป็นเรื่องที่ "วิทยา" เกี่ยวข้องโดยตรงจึงมีคำถามตามมาว่าทั้งสอง "ปีนเกลียว" กันหรือต้องการทำงาน "เอาใจนาย"
เรื่องนี้ "วิทยา" กล่าวว่า ก่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะแถลงข่าวได้มีการโทรศัพท์พูดคุยกันแล้ว เนื่องจากตนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งก็เข้าใจในประเด็นที่ร.ต.อ.เฉลิม แสดงความห่วงใย และมีบางประเด็นเห็นด้วยกับร.ต.อ.เฉลิม โดยเฉพาะเรื่องการทำประชามติ หากต้องใช้งบถึง 2 พันล้านบาท แต่สอบถามเพียงแค่ 6 ประเด็นถือว่าไม่คุ้ม ควรถามประชาชนว่าระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กับรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ควรนำฉบับไหนมาใช้มากกว่า แต่ในส่วนของพรรคก็ยังคงสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นเหมือนเดิม
"วิทยา" บอกว่า ในเรื่องการทำประชามติตั้งแต่แรกทางวิป 3 ฝ่ายได้พูดคุยกันให้มีการทำประชามติหลังจากมีการยกร่างผ่านวาระที่ 1 ไปแล้ว จึงค่อยมีการทำประชามติ จะทำให้ประชาชนได้เห็นว่าร่างที่ได้มีการปรับปรุงเดินไปในแนวทางใด แต่ปรากฏว่าเมื่อรัฐบาลได้สอบถามทางกฤษฎีกาก็ได้แจ้งมาว่า การทำประชามติต้องทำก่อนจะมีการยกร่าง จึงเห็นว่าประชาชนจะไม่รู้เห็นแนวทางของการยกร่าง อาจจะทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ และเห็นว่ารัฐบาลอาจจะยื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยื้อเวลาให้อยู่ในตำแหน่งได้นานเท่านั้น
ส่วนจากนี้ควรฟังคำพูดใครระหว่าง "ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย" กับ "ประธานวิปฝ่ายค้าน" ก่อนตอบ "วิทยา" หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า "ท่านเฉลิมเป็นคนที่พูดเด็ดขาดซึ่งเป็นลีลาของท่าน ส่วนผมเป็นคนประนีประนอมและที่สำคัญขณะนี้ผมยังเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน มีอำนาจดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็ควรฟังสิ่งที่ผมพูดบ้างก็แล้วกัน พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งกับร.ต.อ.เฉลิม เพียงแต่เราแบ่งหน้าที่กันทำงานเท่านั้น"



