ข่าว

ปัญหาโลกร้อนที่ยังแก้ไม่ตก

ปัญหาโลกร้อนที่ยังแก้ไม่ตก

09 ต.ค. 2552

การประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก 2009 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งดำเนินมานาน 2 สัปดาห์ ปิดฉากลงแล้วท่ามกลางความผิดหวังของเกือบทุกฝ่าย เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ได้

จนไม่อาจนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ทันก่อนการประชุมรอบกรุงโคเปนเฮเกนในเดนมาร์กในเดือนธันวาคม หลังจากเจรจาต่อรองกันมานานตลอดสองปี โดยคาดหวังว่าจะสามารถลงนามในสนธิสัญญาที่กำหนดเป้าหมายใหม่ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทัน ก่อนพิธีสารเกียวโตจะหมดอายุลงในปี 2555

 ความล้มเหลวครั้งนี้มีขึ้นทั้งๆ ที่นานาประเทศโดยเฉพาะหลายประเทศในทวีปเอเชียต่างเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าโลกจำเป็นต้องเร่งบรรเทาภาวะโลกร้อน ไม่เช่นนั้นชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหลายร้อยล้านคนจะตกอยู่ในอันตรายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นับวันยิ่งมีแต่รุนแรงมากขึ้น สัญญาณเตือนล่าสุดเห็นได้ชัดจากหายนภัยจากไต้ฝุ่นกิสนาและป้าหม่าที่ถล่มฟิลิปปินส์และอีกหลายประเทศ ตามด้วยธรณีพิโรธในอินโดนีเซีย และคลื่นยักษ์หรือสึนามิที่ซามัวและอเมริกันซามัว คร่าชีวิตผู้คนนับร้อยนับพันคน ไม่นับความสูญเสียด้านทรัพย์สินและการผลิตในภาคต่างๆ ที่ประเมินค่าแทบมิได้

 หายนภัยจากภาวะโลกร้อนครั้งนี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่า ประเทศยากจนยังไม่ได้เตรียมพร้อมมากพอที่จะรับมือกับความท้าทายต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ๆ ยิ่งเลวร้ายลงตามลำดับ กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เผยผลการวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงของสถาพอากาศและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงแล้ว ที่น่าวิตกมากกว่านั้นก็คืออุทกภัยร้ายแรง ภัยแล้ง คลื่นความร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าว ผลไม้ กาแฟ และการประมงในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้

 ทั้งๆ ที่เห็นหายนภัยอยู่ตรงหน้า แต่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 ประเทศ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก กลับไม่กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือประเทศยากจนตามพันธสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะร่วมมือกันต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ จนกว่าจะเอาชนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ทั้งในรูปของการตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาโลกร้อน การจัดหาแหล่งที่มาของเงินทุน และการกำหนดกฎเกณฑ์ในการจัดสรรเงินให้แก่ประเทศต่างๆ เพื่อติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการเร่งขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อเพิ่มระดับของการเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ แทนที่จะเกี่ยงงอนปล่อยให้ประเทศยากจนต้องแบกรับภาระตามลำพังเช่นนี้