
ระทึก!! หกล้อเสียหลักพุ่งชนบ้านพังยับเมียหลานสาหัส
โคตรระทึก..!! ผัวลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก จู่ๆทำเอาขวัญผวา มีรถ 6 ล้อ เสียหลักพุ่งชนบ้านพังยับ เมีย-หลาน บาดเจ็บคาซาก 4 คน!
31 มี.ค.61 ร.ต.อ.จำรัสศรีหาตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนบ้านเรือนประชาชนมีผู้บาดเจ็บ ที่ริมถนนทางหลวงชนบท สายเนินสะอาด-รามราช บ้านสร้างหิน หมู่3 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม หลังรับแจ้งรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม
โดยที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน พบรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวทะเบียน 80-7786-นครพนม พลิกตะแคงคว่ำขวางถนน สภาพหน้ารถพังยับเยิน ประตูหน้ารถด้านซ้ายฉีกขาดเพลาล้อหน้าหลุดสองข้าง พุ่งทะลุกำแพงอิฐบล็อกชนบ้านเลขที่102 บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ของ นายประกอบ พิมพิค้อ วัย 66 ปี เจ้าของบ้าน เสียหายพังยับเยิน ส่วนคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวหลังเกิดเหตุได้รีบวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่โดนชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ทราบชื่อภายหลังคือ นายดิว (ชื่อเล่น) อายุ 30 ปี ชาวบ้านรามราช อ.ท่าอุเทน
พบคนเจ็บนอนร้องครวญครางเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านจึงรีบนำตัวส่งรักษาที่ รพ.นครพนม ก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือ นายประกอบ เจ้าของบ้าน ได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย นางราตรี พิมพิค้อ อายุ 61 ปี ภรรยานายประกอบ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก ต้นแขนซ้าย และเบาตาขวาเขียวซ้ำ นอกจากนี้ยังมี ด.ช.ยงยุทธ พิมพิค้อ วัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.4 บาดเจ็บต้นขาขวา และ ด.ญ.โชติกา พิมพิค้อ วัย 1 ขวบ 2 เดือน มีบาดแผลที่ดั้งจมูก โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนเป็นหลาน
นายประกอบ เจ้าของบ้านเล่านาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาช่วงตี 3 ครึ่งของวันดังกล่าว ตนลุกตื่นมาเข้าห้องน้ำและไปหลับในห้องพักหน้าบ้านซึ่งเป็นห้องแอร์ติดริมถนน กับภรรยาและหลานรวม 4 คนในห้องเดียวกันสักพักได้ยินเสียงดังโครมคล้ายเสียงฟ้าผ่า หลังตั้งสติได้จึงรีบลุกจากซากปรักหักพังอุ้มหลาน 2 คน ออกจากซากพร้อมเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยเหลือ ทีแรกตนนึกว่าภรรยาและหลาน 2 คน เสียชีวิตคาซากบ้านไปแล้ว โชคดีที่รอดชีวิตได้ทั้งหมด
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายดิว คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ขับจากบ้านที่ ต.รามราช อ.ท่าอุเทน ซึ่งมีรอยต่อติดกับบ้านที่เกิดเหตุเพื่อไปส่งเจ้าของรถ ที่หอพักใกล้มหาวิทยาลัยนครพนม บ้านเนินสะอาด ขณะจะมุ่งหน้ากลับบ้านสันนิษฐานว่าอาจจะหลับในก่อนเสียหลักพุ่งชนบ้านหลังดังกล่าวกระทั่งมีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย เจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง



