
"นายกฯ"กล่าวถ้อยแถลง"มุ่งเพิ่มรายได้-ลดเหลื่อมล้ำ"
"นายกฯ"ร่วมถก"สุดยอดผู้นำฯอนุลุ่มน้ำโขง"กล่าวถ้อยแถลง มุ่งยกระดับรายได้ ลดเหลื่อมล้ำ ย้ำต้องผลักดันให้เป็นประชาคมมีอนาคตร่วมกัน
31 มี.ค. 61 เวลา 10.50 น. ศูนย์การประชุมแห่งชาติเวียดนาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary) ของการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 6 ใน หัวข้อ "การใช้ประโยชน์ของความร่วมมือและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อบูรณาการให้เกิดความมั่งคั่งร่วมกัน ใน รอบ 25 ปี ที่ผ่านมา" (Leveraging on 25 Years of Cooperation, and Building a Sustainable, Integrated, and Prosperous GMS)
โดยนายกฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำถึงบทบาทและความสำเร็จของ GMS ที่มีมาอย่างต่อเนื่องถึง 25 ปี เพราะวิสัยทัศน์ 3C ของ GMS ที่ได้วางไว้ และการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา GMS ประสบความสำเร็จสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อมุ่งเชื่อมโยงประชาชน 340 ล้านคน ของทั้ง 6 ประเทศรวมทั้งบูรณาการการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) เพื่อยกระดับรายได้ ลดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน
ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกฯ ได้เสนอแผนการทำงานที่ให้ความสำคัญใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้มีคุณภาพเพื่อการเชื่อมโยงอย่างมีคุณภาพไร้รอยต่อ(connectivity) ไทยได้เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งไปยังประตูเชื่อมโยง (Gateway) ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงผ่านประเทศไทยไปถึงโครงข่ายที่สำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT ทางตอนใต้ของประเทศไทย
นอกจากนั้น ยังเร่งพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อมุ่งสู่อนุภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง(competitiveness) ไทยกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาเชิงพื้นที่ พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานคมนาคมขนส่ง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ไทยเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกภายใต้โครงการ EEC ให้สามารถสนับสนุนการเชื่อมโยงการผลิตกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและโลกจึงขอให้ประเทศสมาชิกแผนงาน GMS ยึดหลัก 3 M ได้แก่ ความไว้เนื่อเชื่อใจ(Mutual Trust) การเคารพซึ่งกันและกัน(Mutual Respect) และการมีผลประโยชน์ ร่วมกัน(Mutual Benefit)
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังระบุด้วยว่า เราต้องผลักดันให้ GMS เป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน มีความตั้งใจ และยั่งยืน (Community) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะด้านทักษะและสุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไทยมีนโยบาย ประเทศไทย 4.0 โดยจะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนการจะมุ่งสู่ประชาคม GMS ที่มั่งคั่ง ยั่งยืน จะต้องมีการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณธนาคารพัฒนาเอเชียที่ได้สนับสนุนการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่สำคัญของแผนงานความร่วมมือของ GMS ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา



