ข่าว

"ประยุทธ์"ชูหลักการ3Mยกระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

"ประยุทธ์"ชูหลักการ3Mยกระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

31 มี.ค. 2561

"ประยุทธ์" ชู หลักการ 3M ยกระดับ "อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง" ผ่านแผนในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ย้ำ ประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ

           เมื่อวันที่ 31 มี.ค.61 เวลา 08.45 น. ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) ของการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ "ปัจจัยสำคัญของแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ในอันที่จะเพิ่มพูนประโยชน์จากผลสำเร็จที่ผ่านมา และการประสบความสำเร็จท่ามกลางภูมิทัศน์ของการพัฒนาของโลกที่เปลี่ยนแปลง" (Critical Factors for GMS Cooperation to leverage on the Past Achievement and Succeed in a Changing Global Development Landscape) 

           พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงถึงความสำเร็จของ GMS เพื่อเชื่อมโยงประชาชนกว่า 340 ล้านคน เข้าไว้ด้วยกัน เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นกว่า 60 ล้านคน ทำให้เกิดรายได้เข้าสู่อนุภูมิภาค จำนวนคนจนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยนายกฯ เน้นย้ำถึงปัจจัยของความสำเร็จในอนาคตซึ่งขึ้นอยู่กับการทำงานอย่างร่วมมือร่วมใจกันบนพื้นฐานของหลักการ 3M ความไว้เนื้อเชื่อใจ (Mutual Trust) การเคารพซึ่งกันและกัน(Mutual Respect) และการมีผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)

  "ประยุทธ์"ชูหลักการ3Mยกระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

          พล.ท. วีรชน กล่าวอีกว่า นายกฯ เสนอแผนการทำงานในช่วง 5 ปีข้างหน้าและในระยะยาว เพื่อรับมือกับความท้าทายและสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญในอนาคต ในประเด็น 5 หัวข้อสำคัญ ได้แก่1.การร่วมมือกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรับมือกับวิวัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้มีคุณภาพ และใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากการเชื่อมโยง โครงข่ายคมนาคมขนส่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ 3. ร่วมมือกันดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CBTA) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่ออย่างเป็นรูปธรรม  

         พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า 4.การบริหารจัดการแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ เราใช้แม่น้ำร่วมกัน (Share River) มีความรับผิดชอบในการใช้แม่น้ำร่วมกัน (Share responsibility) ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน (Share prosperity) จึงควรแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการรักษาระดับน้ำและหาแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อรักษาระดับน้ำที่เหมาะสม

         และ5.ร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งความร่วมมือด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อม โดยนายกฯ เห็นว่าควรร่วมกันยกระดับมูลค่าสินค้าทางเกษตร ด้วยการกำหนดมาตรฐานการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดราคา และการขยายตลาดสินค้าเกษตรนอกภูมิภาค ไทยยินดีให้ความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ

          นอกจากนี้ นายกฯ ได้เน้นย้ำประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขงสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไป