ข่าว

ญาติอโหสิ "จ๊อด" ร่ำไห้รดน้ำ "ลุงซาเล้ง"

ญาติอโหสิ "จ๊อด" ร่ำไห้รดน้ำ "ลุงซาเล้ง"

30 มี.ค. 2561

ญาติน้ำตาซึม!! อโหสิ "จ๊อด" ร่ำไห้รดน้ำ "ลุงซาเล้ง" ที่วัดสุทราราม จ.อยุธยาบ้านเกิด น้องสาวเผยวัยเด็กลุงจรูญเลี้ยงดูน้องๆ-นัดพบในรอบ40ปี ช่วงสงกรานต์ปีนี้

 

       วันที่ 30 มี.ค. 2561 เมื่อเวลา 16.00 น.ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ญาติได้นำศพของคุณตาซาเล้ง หรือนายจรูญ มณีพันธ์ วัย 82 ปี ที่ถูกนายนราธร โสตติยัง หรือจ๊อด ก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชิวิตในช่วงดึกวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยนำมาที่วัดสุทราราม หรือวัดห่อหมก ม.1ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดในบ้านเกิดของลุงจรูญ

 

        โดยมีญาติพี่น้องและคนที่รู้จักมารออยู่ที่วัดจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ในอาการเศร้าเสียใจ โดยภายในศาลามีญาติพี่น้องและชาวบ้านมาช่วยกันทำความสะอาดและตกแต่งดอกไม้โดยภายในงานมีทหารมาคอยดูแลความเรียบร้อย

 

       นางจรินทร์ ปัญจศิริ อายุ 80 ปี น้องสาวคนที่สอง เปิดเผยว่า มีพี่น้องด้วยกัน 8 คน ลุงจรูญเป็นพี่คนโต เรียนน้อยกว่าคนอื่น และแยกไปอยู่กรุงเทพประมาณ 40 กว่าปีแล้ว ไม่ได้เจอกันเลย เพราะต่างคนต่างมีภาระ  

 

        "ตอนเด็กๆตาจรูญ ก็จะดูแลน้องๆมาตลอด แต่ถึงแม้ไม่ได้เจอกันก็จะไถ่ถามทุกข์สุขกับน้องคนอื่นๆที่เจอกัน หลังจากที่ทราบว่าตาจรูญเสียชีวิตก็ตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมาเสียชีวิต เนื่องจากพี่น้องทุกคนทราบว่าตาจรูญแข็งแรงมาก ไม่ค่อยเจ็บป่วย ส่วนสาเหตุที่ต้องมาเสียชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาตาย เรื่องความโกรธแค้นพี่น้องส่วนใหญ่ไม่โกรธแค้น ให้เป็นเรื่องของตำรวจ"น้องสาวคนที่สองของลุงจรูญ กล่าวปบเสียงสะอื้น

 

       ไม่ต่างจากนางศศิธร แสงเพิ่ม อายุ 72 ปี น้องสาวคนที่ 5 บอกว่า เพิ่งเจอตาจรูญเมื่อสองเดือนก่อน หลังจากที่ไม่เจอกันนานถึง 40 ปี เนื่องจากน้องชายคนที่สองที่อยู่สหรัฐอเมริกาเดินทางกลับมา อยากเจอตาจรูญสักครั้ง จึงได้ให้ลูกชายของตาจรูญไปรับตาจรูญมาพบกับน้องชายที่มาจากสหรัฐอเมริกา

 

        "และเมื่อได้พบกันวันนั้นตาจรูญ ก็ยังบอกว่าอยากที่จะเจอกับพี่น้องในช่วงสงกรานต์นี้ หลังจากที่ไม่เจอกันเลย พยายามที่จะตามพี่น้องทุกคนมาเจอกัน เนื่องจากต่างคนต่างอายุมาแล้ว แต่ก็ใม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุ

 

        ซึ่งน้องๆก็ตั้งใจที่จะไปเยี่ยมที่บ้านที่กรุงเทพ แต่ลูกและเมียของตาจรูญบอกว่าให้อาการดีขึ้นจะไปอยู่บ้านลูกที่ลพบุรี แต่ก็มาเสียชิวิตในที่สุด ในเรื่องของความผิดนั้น ญาติพี่น้องไม่อยากให้เป็นบ่วงกรรมจองเวรกันไป ให้อโหสิกรรมกับผู้ที่ทำ แต่ขอให้กฎหมายเอาผิดถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าจะไปทำร้ายคนอื่นอีก

 

      นางฉลวย ภรรยาตาจรูญ กล่าวว่า ได้อโหสิให้กับผู้ก่อเหตุ เพราะความสงสาร โดยก่อนหน้านั้นตายังไม่เสียชีวิต ทางผู้ก่อเหตุก็บอกจะนำเงินมาช่วยรายเดือนและดูแลเป็นเงินก้อนหนึ่ง แต่ยังไม่ทันมาให้ตาจรูญก็มาตายก่อน ซึ่งทางผู้ก่อเหตก็แจ้งว่าจะมาช่วยงานศพ แต่ไม่ทราบว่าวันไหน ซึ่งตนและญาตก็ไม่ได้ติดใจยินดีให้มา โดยอาจจะไว้ศพถึงวันจันทรอังคารนี้