ข่าว

ผู้ว่าฯแพร่นำลูกตามหาพ่อเข้าโครงการ"ลูกผู้ว่าฯ"

ผู้ว่าฯแพร่นำลูกตามหาพ่อเข้าโครงการ"ลูกผู้ว่าฯ"

08 ต.ค. 2552

ผู้ว่าฯแพร่ให้ลูกตามหาพ่อชาวต่างชาติ เข้าโครงการ "ลูกผู้ว่าฯ" ประสานสถานทูตช่วยตามหา

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ต.ค. 2552 นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการ จ.แพร่  ได้ประชุมเปิดโอกาสให้เด็กที่มีบิดาเป็นชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ซึ่งประสงค์จะพบบิดาของตนเอง  ให้มาพบที่ห้องประชุม ทีโอซี ศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยมี นายธนชาด ยอดสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้นำเด็กที่มีบิดาเป็นชาวญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ พร้อมผู้ปกครอง จำนวน 10 ราย จากทั้งหมดที่ 11 ราย เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

 รายชื่อเด็กที่มีบิดาเป็นชาวญี่ปุ่นมีจำนวน 8 ราย ประกอบด้วย น.ส.ธัญญลักษณ์ คำแห้ง อายุ 18 ปี อ.ลอง จ.แพร่ ด.ช.ปิยะ หล่อหลอม อายุ11 ปี อ.วังชิ้น  น.ส.สาลี่ วิใจยา อายุ 17 ปี อ.วังชิ้น  ด.ญ.ฮายากะ ยามาจิ อายุ 13 ปี อ.ลอง  ด.ญ.ยูมิ โอกาโน่ อายุ 11 ปี อ.สอง  ด.ช.ธนวัฒน์ อินต๊ะหา อายุ 16 ปี อ.วังชิ้น  ด.ญ.มิโอะ อินต๊ะหา อายุ 14 ปี อ.วังชิ้น ด.ช.ธำรงชัย จากน่าน อายุ 13 ปี อ.ลอง และเด็กที่มีบิดาเป็นชาวสิงคโปร์ คือ ด.ช.ชาตรี วอง อายุ 11 ปี อ.เมือง จ.แพร่ บิดาเป็นชาวฮ่องกง 1 ราย คือ ด.ช.พัชรพล พูน อายุ 11 ปี อ.เมืองแพร่  ส่วนนายนวพล ภูน้อย อายุ 15 ปี อ.ลอง บิดาเป็นชาวญี่ปุ่นอีกรายนั้นไม่ได้มาพบผู้ว่าฯเนื่องจากไปธุระที่ กทม.

 นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการ จ.แพร่  กล่าวว่า  สำหรับปัญหาเด็กอยากพบพ่อนั้น  จังหวัดแพร่ไม่ได้ละเลย ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างสุดความสามารถ  ผมได้นำเด็กเหล่านี้เข้าโครงการ “ลูกผู้ว่า” ซึ่งมีผมเป็นเจ้าของโครงการ  ในการที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อหาผู้อุปการคุณเด็กเหล่านี้ โดยจะติดต่อให้หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าองค์กรเอกชน หรืออื่นๆเข้ามาให้ความช่วยเหลือเป็นรายเดือนละ 300-500 บาท และมอบหมายให้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ให้นำเด็กเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดแพร่ เพื่อเด็กจะได้นำเงินที่ได้รับไปใช้ในการศึกษาเล่าเรียนทุกราย

 นอกจากนี้ยังได้ประสานทางกงสุลประเทศญี่ปุ่น ที่ จ.เชียงใหม่  ในการติดต่อพ่อที่เป็นญี่ปุ่นว่ามีความคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง พบพ่อหรือยัง และพบแล้วอยู่ที่ไหน

 นายธนชาด ยอดสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.แพร่ กล่าวว่า  เด็กทั้ง 11 ราย เป็นลูกมีพ่อเป็นญี่ปุ่นจำนวน 9 ราย เป็นสิงคโปร์ 1 ราย และ ฮ่องกง 1 ราย โดยรายแรกมีหลักฐานทะเบียนเบียนสมรส ส่วนรายหลังไม่มีอะไรเลย สำนักงานพัฒนาสังคมฯ ได้ส่งรายชื่อพ่อของเด็กไปยังสถานทูตทั้งสองประเทศแล้ว กำลังรอการแจ้งกลับมา

 ส่วน ด.ญฮายากะ ยามาจิ สถานกงสุลประเทศญี่ปุ่น ได้แจ้งให้ไปรับติดต่อกับสถานทูตในเรื่องของใบเกิด เพราะว่าปัจจุบัน มีสัญชาติเป็นชาวญี่ปุ่น แต่จะโอนมาเป็นสัญชาติไทยแต่หลักฐานไม่ครบ ทางพัฒนาสังคมฯ ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และทางกงสุล ได้แจ้งให้ไปติดต่อรับเอกสารการเกิดของ ด.ญ.ฮายากะในวันที่ 16 ตุลาคม 2552 ที่

 ทางกงสุลประเทศญี่ปุ่นแจ้งมาเราก็ได้จะส่ง ด.ญ.ฮายากะไปรับเอกสาร โดยทางสำนักงานพัฒนาสังคมฯ เป็นผู้จัดการค่าใช้จ่าย ยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมด  นอกจากนี้ยังได้เตรียมส่งเสริมฝึกอาชีพให้กับผู้ปกครองที่ดูแลเด็กเหล่านี้ด้วยการให้ผู้ดูแลเด็กได้มีอาชีพที่มั่นคงอีกด้วย