
ส่ง 'บังฟัต' ไปขังเรือนจำนครศรีธรรมราช
เรือนจำจังหวัดกระบี่ส่งตัว 'บังฟัต' พร้อมพวกรวม 6 คน ไปเรือนจำนครศรีธรรมราช ทนายเผยสู้จนถึงฎีกา อัยการขอดูคำตัดสินฉบับเต็มอุทธรณ์หรือไม่ 2 ผู้ต้องหาติดคุก
29 มี.ค. 61 เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.กระบี่ (นปพ.) ได้ควบคุมตัว นายซูริก์ฟัต หรือ ฟัต หรือ โทริ บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี นายคมสรรค์ หรือ มล หรือ ม่อน เวียงนนท์ อายุ 42 ปี นายอับดุลเลาะ หรือ เลาะ ดอเลาะ อายุ 31 ปี นายอรุณ หรือ กี หรือ บังกี ทองคำ อายุ 30 ปี นายประจักษ์ หรือ จัก บุญทอย อายุ 38 ปี นายธนชัย หรือ โกบ หรือ บังโกบ จำนอง อายุ 42 ปี ผู้ต้องโทษประหารชีวิต คดีฆ่า 8 ศพ ไปส่งที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางการอารักขาอย่างเข้มงวดของทางเจ้าหน้าที่ หลังศาลได้ตัดสินคดีไปเมื่อวานนี้
ส่วนนักโทษอีก 2 คน ในคดีเดียวกัน คือ นายธวัฒชัย หรือ ชล หรือ ชัย บุญคง อายุ 39 ปี ที่ต้องโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน และนางสาวชลิดา หรือ ดา หรือ เจี๊ยบ สังขโชติ อายุ 42 ปี ต้องโทษ 12 เดือนนั้น ยังควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำจังหวัดกระบี่
ทั้งนี้ ทางเรือนจำจังหวัดกระบี่ แจ้งว่า การนำผู้ต้องโทษไปส่ง 6 คน ที่เรือนจำนครศรีธรรมราชนั้น เป็นไปตามกฎของกรมราชทัณฑ์ ที่หากผู้ต้องหาศาลตัดสินความผิดต้องโทษจำคุกเกิน 20 ปี ก็ต้องส่งไปยังเรือนจำที่มีขนาดใหญ่กว่า ส่วนอีก 2 คน ที่ต้องโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน และ 12 เดือน คงคุมขังไว้ที่เรือนจำจังหวัดกระบี่
นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของนายซูริก์ฟัต กล่าวว่า หลังคำพิพากษาออกมา ทางบังฟัตและพวกต่างก็ไม่มีท่าทีกังวล และบอกว่าไม่พอใจกับคำตัดสิน และขอใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ส่วนการส่งตัวไปนครศรีธรรมราชนั้น เป็นเรื่องปกติของเรือนจำที่ต้องส่งตัวไปในคดีที่มีโทษเกิน 20 ปี และเมื่อเรือนจำนครศรีธรรมราชมีจำนวนนักโทษประหารครบตามจำนวน ก็อาจต้องส่งตัวต่อไปเรือนจำบางขวาง ซึ่งก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้ และก็คงจะยื่นจนถึงฏีกา
นายพิเชษฐ์ เชาว์กิจค้า อัยการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ภายหลังจากศาลได้ตัดสินเมื่อวานนี้ และผลออกมาให้ประหารชีวิต 6 คน อีก 2 คน จำคุกนั้น ในคดีดังกล่าวทางอัยการจะรอคัดคำตัดสินของศาลที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นเช่นไร ศาลให้เหตุผลอย่างไร ก่อนจะดำเนินการอุทธรณ์หรือไม่ สำหรับกรณีของ 2 จำเลยที่ตัดสินจำคุก โดยจะคัดคำพิพากษา จากนั้นก็จะเสนอไปยังอัยการศาลสูง และอธิบดี ว่าจะมีการให้อุทธรณ์ใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการอุทธรณ์เพิ่มเติม เพราะเป็นการพิจารณาของอธิบดีศาลสูงภาค 8 อีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ปัญหาที่ดินที่ชาวบ้านนำไปจำนองกับนายซูริก์ฟัต หรือ บังฟัต ซึ่งนำมาซึ่งการสังหารครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน จากการสอบถามไปยังนิติกร สำนักงานยติธรรมจังหวัดกระบี่ แจ้งว่า กรณีดังกล่าวแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ กรณีของพ่อตาผู้ใหญ่บ้านที่นำที่ดินไปจำนอง 2 แปลง กับนายซูริก์ฟัตแล้วเมื่อจ่ายเงินหมดแต่ไม่ได้โฉนดคืน ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของศาลในการพิจารณาคดี ส่วนอีก 8 แปลง ของชาวบ้านที่นายซูริก์ฟัต นำไปจำนองไว้กับธนาคารพบว่า ชาวบ้านได้นำไปจำนองขายฝากไว้ ในส่วนนี้ได้มีการเจรจากับนายซูริก์ฟัต จำเลย และทางธนาคารได้ข้อสรุปว่า ให้ชาวบ้านนำเงินไปไถ่ถอนจากธนาคารได้เลย แต่ทางภาครัฐคงไม่สามารถหาเงินไปช่วยเหลือได้ เพราะชาวบ้านได้ไปจำนอง แต่ให้ไถ่ถอนโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติแทน ซึ่งทราบว่าชาวบ้านเองก็ยังไม่มีเงิน ซึ่งแต่ละรายจำนองไว้ตั้งแต่ 2 - 5 แสนบาท



