ข่าว

   แบงก์เปิดศึกแย่งลูกค้าออนไลน์

   แบงก์เปิดศึกแย่งลูกค้าออนไลน์

29 มี.ค. 2561

   แบงก์เปิดศึกแย่งลูกค้าออนไลน์

 
                แบงก์ใหญ่แข่งเดือดแย่งลูกค้าออนไลน์ “ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย" ช่วงชิงการนำ ประกาศ“ยกเลิกค่าธรรมเนียม”ทั้งโอน จ่าย ถอน เติมเงิน บนแอพพลิเคชั่น และอินเตอร์เน็ตแบบถาวร หวัง สกัดคู่แข่งที่เป็นฟินเทค และอี-มันนีแพลตฟอร์ม "เอสซีบี"จัดหนักทุ่ม 40 ล้านบาท ทำตลาด 360 องศา ดึง“เบลล่า”นางเอกดังพรีเซ็นเตอร์ แบงก์กรุงเทพมาทีหลังยกเลิกพ่วงเอทีเอ็ม 

   แบงก์เปิดศึกแย่งลูกค้าออนไลน์
               การแข่งขันของธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มระดับความร้อนแรง เมื่อ 3 ธนาคารใหญ่ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงเทพ ประกาศยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ทุกประเภทเป็นการถาวร เพื่อดึงลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการ รักษาฐานลูกค้าของตัวเองจากคู่แข่งที่ไม่ใช่ธนาคาร โดยเฉพาะกิจการฟินเทค และแพลตฟอร์มอีมันนี่ต่างๆ ที่ให้บริการโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม
            จุดเริ่มต้นของการแข่งขันมาจาก 2 ธนาคารใหญ่ คือ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ช่วงชิงการเป็นผู้นำ ตามกำหนดการเดิมธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมแถลงข่าวโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวในวันที่ 28 มี.ค.2561 โดยจะยกเว้นถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น แต่ปรากฎว่าในวันที่ 27 มี.ค.ธนาคารกสิกรไทยประกาศตัดหน้าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์ แก้เกมส์ด้วยการประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นการถาวร ซึ่งก็ทำให้ธนาคารกสิกรไทย ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ต้องประกาศยกเลิกตาม และส่งผลกระทบถึงธนาคารกรุงเทพ ต้องประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมออนไลน์ตามมาในช่วงเย็นวานนี้(28มี.ค.)

   แบงก์เปิดศึกแย่งลูกค้าออนไลน์
              นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ เอสซีบี เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงิน 5 ประเภท ที่ลูกค้าใช้บริการบ่อยๆ ได้แก่ 1. โอนข้ามเขต 2. โอนต่างธนาคาร 3. เติมเงินต่างๆ 4. จ่ายบิล 5. กดเงินโดยไม่ใช้บัตรข้ามเขต  บนการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นเอสซีบีอีซี่ (SCB Easy) ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.นี้เป็นต้นไป
              การยกเลิกค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมธนาคาร ในการแข่งขันการให้บริการลูกค้า แม้จะกระทบรายได้ของธนาคารบ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อยในระดับ 100 ล้านบาท นับว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับลูกค้ารายใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่เป็นต้นทุนที่สูงมาก เฉลี่ยคนละ 1 พันบาท หากได้ลูกค้าใหม่แค่ 1 ล้านรายก็นับว่าคุ้มค่ามาก
              "รายได้ค่าธรรมเนียมที่กระทบน้อยมาก เพราะค่าธรรมเนียมหลักๆ อยู่ที่การให้บริการผ่านตู้เอทีเอ็ม การยกเลิกค่าธรรมเนียม ถือว่าเป็นการเปลี่ยนเกมส์การแข่งขัน เพราะไม่ได้แข่งแค่กับธนาคารพาณิชย์ด้วยกัน แต่สามารถสกัดแพลตฟอร์มใหม่ๆได้เยอะมาก ทั้งแพลตฟอร์มอีมันนี่ แอพพลิเคชั่นต่างๆที่ทั้งจ่ายเงิน และปล่อยกู้ได้เช่นไลน์ Grab เป็นต้น หรือแม้แต่ฟินเทครายใหม่ๆที่เป็นคู่แข่งและมาพร้อมให้บริการโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ถ้าแบงก์พร้อมใจกันฟรีทุกอย่าง คู่แข่งก็มายากขึ้นกว่าเดิม”
             ทั้งนี้การยกเลิกค่าธรรมเนียมดังกล่าวเฉพาะธุรกรรมทางโมบายแอพเท่านั้น ไม่รวมตู้เอทีเอ็ม เพราะอยากชวนคนเข้ามาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น โดยตั้งเป้าปีนี้มีฐานลูกค้า SCB EASY จำนวน 10 ล้านราย มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 25-30% และมียอดผู้ใช้ประจำ เพิ่มจาก 75% เป็น 80% เฉพาะครึ่งปีแรกนี้คาดว่าจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 6 ล้านราย
              “เราก็หวังที่จะชิงความเป็นหนึ่งเรื่องดิจิทัลแบงกิ้ง แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องจำนวนลูกค้า เพราะท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าอันดับ 1 อันดับ 2 จะไม่ต่างกันมากนักในเรื่องจำนวน แต่เราหวังเรื่องลูกค้าที่เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่ามีค่าธรรมเนียมส่วนใดที่ไม่สมเหตุสมผลอีกบ้างเพื่อปรับให้เกิดความเหมาะสม” 
             เขากล่าวต่อว่า ครั้งนี้ธนาคารได้เตรียมแผนสื่อสารการตลาด แบบ 360 องศา ภายใต้งบการตลาด 40 ล้านบาท โดยนำเอา Emotional Touch ในเรื่องของความเป็นมิตรมาเป็นจุดตั้งต้น ผ่านการสร้างคาแรคเตอร์ “มานี” เพื่อเป็นตัวแทนของ SCB EASY เพราะมานีเป็ นตัวแทนของ “ความง่าย” (EASY) เป็นหนังสือ แบบเรียนของเด็กไทยที่ใช้ภาษาสื่อสารแบบง่ายๆ ที่เด็กป.1 ก็สามารถเข้าใจได้เหมือนกับ SCB EASY ที่ง่ายต่อการใช้งาน 
              อีกทั้ง“มานี” ยังเป็น “เพื่อน” คนแรกๆ สมัยเข้าเรียนชั้นประถมที่คอยเป็นเพื่อนและมีสิ่งดีๆ มาบอกเราตลอด ดังนั้น “มานี” จึงเป็นโลกของความสดใส เป็นมิตร ไม่ซับซ้อน ธนาคารได้“เบลล่า-ราณี” มาสวมบทบาทเป็น “เบลล่า มานี” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “มานี สตอรี่”
                นายธนา กล่าวว่า เบลล่า เป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีความสดใส และได้รับการยอมรับจากประชาชนในวงกว้าง ธนาคารจึงมั่นใจว่าจะสามารถ่ายทอดคาแรคเตอร์มานีในยุคดิจิทัล ออกมาได้อย่างน่าสนใจ และเป็นเสมือนตัวแทนแอปพลิเคชัน SCB EASY ที่มีความ Easy & Friendly ที่คอยอยู่ข้างๆ คุณ และเป็นทุกอย่างเพื่อคุณเสมอ 
กสิกรไทย“ยกเลิก”ตาม
                ด้านธนาคารกสิกรไทยที่ปรับกลยุทธ์สู้ไทยพาณิชย์แบบปัจุบันทันด่วน ด้วยการประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า เป็นคำสั่งโดยตรงจาก นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกสิกรไทย ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม สำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าผู้ประกอบการที่ใช้บริการช่องทางดิจิทัล 4 ช่องทาง ได้แก่ K PLUS, K PLUS SME, K-Cyber, K-Cyber SME ฟรีค่าธรรมเนียมบริการยอดนิยมที่ลูกค้าใช้บริการมากที่สุด ได้แก่ โอนข้ามเขต/ข้ามธนาคาร จ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ เติมเงิน ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.เป็นต้นไป
              นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส กสิกรไทย กล่าวยอมรับว่า การออกแคมเปญยกเลิกค่าฟี โอน จ่าย เติม ผ่านโมบายแบงก์กิ้ง ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารหายไปค่อนข้างมากพอสมควร และจะเริ่มเห็นตั้งแต่ไตรมาส 2/261 เป็นต้นไป
             “ธนาคารยอมที่จะเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อประโยชย์ของประชาชนในการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และการแข่งขันค่าฟีครั้งนี้ก็ต้องมาวัดใจลูกค้าด้วยเช่นกัน ค่าฟีที่หายไปธนาคารก็ต้องปรับกลยุทย์เพื่อรักษารายได้ไว้จึงจำเป็นต้องลดงบทางการตลาดต่างๆลง” 
             นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งช่องทางบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง และช่องทางบริการทางอินเทอร์เน็ต บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง สำหรับลูกค้าที่นิยมทำธุรกรรมโอนเงินข้ามเขต โอนเงินต่างธนาคารแบบทันที โอนเงินพร้อมเพย์ การชำระบิลค่าสินค้าและบริการ และบริการเติมเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 เป็นต้นไป
ธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มถอนเงินข้ามเขตและโอนเงินข้ามเขตจากบัญชีภายในธนาคาร และโอนเงินไปยังบัญชีต่างธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย.2561 เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพที่ทำธุรกรรมผ่านตู้บัวหลวงเอทีเอ็มในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย   
              นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. เป็นต้นไป ธนาคารกรุงไทยไม่คิดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขต หรือโอนต่างธนาคารแบบทันที จ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ บริการเติมเงิน ผ่านแอพพลิเคชั่น  KTB netbank  และออนไลน์แบงกิ้ง จนถึงสิ้นปี 2561 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ผลักดันสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง
               ธนาคารคาดว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่าน KTB netbank ในครั้งนี้ จะช่วยให้ปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ส่งผลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของลูกค้าและในภาพรวมของประเทศ ทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยต้นทุนที่ต่ำอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน 
              นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY  เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวานนี้ ธนาคารเรียกประชุม รับมือกับสถานการณ์การยกเลิกค่าธรรมเนียมของธนาคารใหญ่ เพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมไปบ้างในส่วนก็ตาม แต่อาจจะมีการยกเลิกค่าธรรมเนียมแบบไร้เงื่อนไขเข้ามาเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าเหตุการณ์นี้กระทบธนาคารพอสมควร
               ทั้งนี้ธนาคารแห่งแรกที่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมออนไลน์ คือ ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี แต่เนื่องด้วยไม่ใช่ธนาคารใหญ่ที่มีฐานลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก จึงไม่ได้สร้างแรงกดดันให้กับธนาคารอื่นๆมากนัก เหมือนธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงเทพ 
               นายบุญทักษ์ หวังเจริญ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) ผู้บุกเบิกฟรีค่าธรรมเนียมและปฏิวัติวงการธนาคาร กล่าวถึงปรากฏการณ์แข่งฟรีค่าธรรมเนียมผ่านแอพลิเคชั่นของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ว่า เรื่องนี้ต้องไม่ใช่จุดจบแต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการแข่งกันออกผลิตภัณฑ์บริการและธุรกรรมการเงินใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า เชื่อว่าแบงก์ยังทำได้อีกมาก โดยเฉพาะในยุคโลกดิจิทัล การสร้างเครื่องมือทางการเงินจะคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
                “แบงก์ทหารไทยซึ่งเป็นแบงก์ขนาดกลางเป็นผู้ริเริ่มฟรีค่าธรรมเนียมเมื่อ 6 ปีก่อน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะส่งผลต่อธุรกิจแบงก์ วันนี้แบงก์ขนาดใหญ่เริ่มขยับ ผมหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งออกโปรดักส์ที่ลูกค้าเต็มใจ ไม่ใช่การยัดเยียดอีกต่อไป” นายบุญทักษ์ กล่าว และยังเสนอให้ธนาคารเปิดทางให้นอนแบงก์เข้ามาใช้โครง สร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลดีต่อลูกค้าผู้ใช้บริการและเศรษฐกิจโดยรวม 
                นางอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชียพลัส กล่าวประเมินว่าผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของกลุ่มธนาคารไม่มีนัยยะสำคัญ จนต้องมีการปรับประมาณการกำไร ราคาเป้าหมาย หรือคำแนะนำลงทุนเปลี่ยนแปลงจากเดิม
              จากสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมรวมของ 4 ธนาคารใหญ่ ยังมีสัดส่วนไม่มีสูงมาก โดยธนาคารกสิกรไทย มีสัดส่วนค่าธรรมเนียม 31% ธนาคารไทยพาณิชย์ 24% ธนาคารกรุงไทย 18% และธนาคารกรุงเทพ 23% เมื่อแยกค่าธรรมเนียมกับธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์กลับมีสัดส่วนน้อยลงไปอีก อย่างธนาคารกสิกรไทยมีสัดส่วนเพียง 7%
ปัจจุบันตามข้อมูลของธปท.ธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์เฉลี่ยต่อรายเพียง 2,000 บาท หากวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ปกติไม่เสียค่ารรมเนียมอยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่าการที่แบงก์ใหญ่ต่างออกมากเว้นค่าธรรรมเนียมผ่านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นการเรียกลูกค้าให้ใช้บริการเปิดบัญชี และแบงก์จะสามารถขายสินค้าทางการเงินที่มีค่าธรรมเนียมอื่นแทน
               “ก่อนหน้านี้ทางธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลแล้วว่าปีนี้รายได้ค่าธรรมเนียมจะไม่เติบโต เพราะเจอเรื่องพร้อมเพย์เต็มปี ดังนั้นธนาคารต้องสร้างให้ลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสังคมไร้เงินสด ทำให้ระยะยาวน่าผลดีต่อธนาคารมากกว่า”

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ