
ชวน-บัญญัติจี้ปชป.ประกาศจุดยืนแก้รธน.ให้ชัด
ชวน บัญญัติ ออกโรง จี้ ปชป.ประกาศจุดยืนแก้ รธน. ให้ชัด หวั่นถูกเหมารวมกับพรรคร่วม แก้เพื่อนักการเมือง เตรียมประชุมสัปดาห์หน้าหาข้อสรุป
(8 ต.ค.) นายนิพนธ์ วิศิษฐ์ยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการเสียงข้างน้อย อดีตคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หลังจากเกิดความไม่ชัดเจนในส่วนของวิป 3 ฝ่ายว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะขณะนี้ฝ่ายค้านก็ชักเข้าชักออก ดังนั้นจึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ควรจะมีการกำหนดจุดยืนเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ว่าจะแก้หรือไม่ หรือจะแก้เฉพาะบางมาตราเท่านั้น
ในการประชุมส.ส.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันอังคารที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค เห็นว่า ที่ผ่านมาพรรคได้ประกาศจุดยืนมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมติจากการหารือของวิป 3 ฝ่าย ร่วมกับนายกฯเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ ดังนั้นจึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ควรจะมีการประกาศจุดยืนและแนวทางว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะเห็นด้วยเฉพาะบางประเด็น บางมาตราเท่านั้น และประกาศให้สังคมรับทราบ หากจะแพ้เสียงข้างมากในสภาก็ไม่เป็นไร เพราะจุดยืนของพรรคจะต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกเหมารวมว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อประโยชน์นักการเมืองเอง
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นด้วยแนวทางของนายบัญญัติที่พรรคควรจะมีมติและหาจุดยืนร่วมกันว่าจะทำอย่างไร เพราะพรรคไม่ได้เป็นพรรคที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปตรงกันว่าจะมีการนัดประชุมเพื่อกำหนดจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งในการประชุมส.ส. และกรรมการบริหารพรรคในสัปดาห์หน้า
เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการกฤษฏีกา ให้ความเห็นขั้นตอนการทำประชามติ โดยจะต้องทำก่อนที่จะมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาวาระ 1 พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนเรื่องนี้อย่างไร นายนิพนธ์ กล่าวว่า ความเห็นของกฤษฏีกา เป็นแนวความเห็นตามกฎหมาย ซึ่งทุกรัฐบาลก็ถือเป็นแนวปฏิบัติตลอดมา ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวตรงกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่จะต้องมีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะมีการเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพราะหากผ่านวาระ 1 ไปแล้วเท่ากับเป็นการมัดมือชกประชาชน



