
เขมรดอดสร้างบ้านพักเพิ่มอีก7หลังในพื้นที่พิพาท
แฉเขมรดอดสร้างบ้านพักอีก 7 หลัง ในเขตพื้นที่พิพาทด้านซำแต อ.กันทรลักษ์ ชาวบ้านเผยถูกเขมรรุกที่ทำกิน จี้รัฐเร่งถกปักปันเขตแดนด่วน ด้านทหารรับเดิมมีเพียง 1 หลัง อีก 7 หลังโผล่ช่วงเกิดเหตุพิพาทเขาพระ
เรื่องพิพาทเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ระหว่างไทย-กัมพูชา ล่าสุดนายสำเพียร พันแก่น ผู้ใหญ่บ้านโศกขามป้อม หมู่ 4 ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากชายแดนกัมพูชา 1 กม. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้จุดไฟเผาป่าและลุกลามไหม้สวนยางพาราของชาวบ้านโศกขามป้อม ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าของสวนไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้ เพราะเป็นพื้นที่พิพาทและถูกสั่งห้ามเข้าไป ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นของไทยอย่างชัดเจน เพราะตนอยู่มาตั้งแต่เกิด จำได้ว่าที่นาของตนเดิมเคยอยู่ห่างจากหมู่บ้าน 8 กม.แต่ทุกวันนี้ไม่สามารถเข้าไปทำกินได้
นายสำเพียร กล่าวว่า ล่าสุดเขมรได้สร้างบ้านพักแบบถาวรขึ้นอีก 7 หลัง ในเขตพื้นที่พิพาท จากเดิมที่มีเพียงหลังเดียว ซึ่งเป็นที่พักของผู้หลักผู้ใหญ่ชาวเขมรที่สร้างไว้นานแล้ว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า เขมรรุกล้ำชายแดนไทยมากขึ้นทุกที เมื่อคนไทยเข้าไปก็ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารปรับ แต่เขมรรุกเข้ามาเจ้าหน้าที่ไม่กล้าทำอะไร ทำให้เขาได้ใจรุกล้ำเขตแดนไทยมาเรื่อยๆ ขณะนี้รุกมาถึงที่นาของชาวบ้าน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเจรจาปักปันเขตแดนให้ชัดเจนโดยเร็ว
แหล่งข่าวสายทหาร กล่าวยอมรับว่า ห่างจากฐานทหารพราน บริเวณซำแต บ้านโศกขามป้อม มีบ้านพักอยู่ 8 หลังจริง โดยแต่เดิมมีเพียง 1 หลัง เป็นบ้าน 2 ชั้น ของนายทหารชั้นนายพลของเขมรที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยสงครามภายในประเทศกัมพูชา ส่วนอีก 7 หลัง เป็นบ้านพักที่สร้างขึ้นใหม่ คาดว่าจะสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่พักของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของฝ่ายเขมร ซึ่งตามข้อตกลงแล้วไม่สมควรเพราะเป็นพื้นที่พิพาท ยังไม่มีการเจรจาปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน
"คนแดนแถบนี้เกิดมาอาภัพมาก สมัยก่อนมีที่นาอยู่ติดชายแดนห่างหมู่บ้านเป็น 10 กม. พอเกิดสงครามภายในประเทศกัมพูชา ก็ถูกห้ามเข้าไปทำกิน พอสงครามสงบ พื้นที่ดังกล่าวก็ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารทับที่ทำกิน พอจะเข้าไปหาของป่าขายหรือเลี้ยงสัตว์ก็ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับ ปรับ แต่พอเขมรรุกเข้ามาเจ้าหน้าที่อุทยานกลับไม่กล้าทำอะไร” แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว



