
ผบก.เรียกชุดสืบเร่งล่ามือฆ่าปาดคอแท็กซี่
ผบก.เรียกประชุม ชุดสืบสวน เร่งล่ามือฆ่าปาดคอแท็กซี่ มั่นใจได้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้
สมุทรสาคร-เมื่อเวลา10.30น. วันที่ 28 มี.ค.2561- พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.7 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภ.จว.สมุทรสาคร,ชุดสืบสวนสภ.กระทุ่มแบนและชุดสืบสวนสภ.บางโทรัด เข้าร่วมล
เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีที่นายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี คนขับรถแท็กซี่บุคคล สีเขียวเหลืองหมายเลขทะเบียน 1 มก 9505 กรุงเทพมหานคร ถูกคนร้ายใช้ของมีคม (มีดคัตเตอร์) ฆ่าปาดคอเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง แล้วทิ้งศพไว้ข้างรถที่บริเวณกองขยะ ถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร
โดยมีทรัพย์สินที่สูญหายไปคือ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาทลายโซ่แบบโปร่ง พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่หลิว 1 องค์ เงินสดจำนวนมากแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่ และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อAIS LAVA ของผู้เสียชีวิตอีก 1 เครื่อง
พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบช.ภ. 7 กล่าวว่า หลังจากที่ได้มาประชุมและสั่งการมอบหมายหน้าที่แบ่งชุดกันออกไปทำงานพร้อมกับหาข้อมูลของคนร้ายตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น
"ขอยืนยันว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอะไรได้ และยังไม่ชี้เป้าว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามแกะรอยคนร้ายทั้งจากในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม เพราะเป็นเขตติดต่อกัน"
อีกทั้งยังได้ลงไปตรวจสอบทั้งพยานที่เห็นรถแท็กซี่ครั้งสุดท้ายตามจุดต่างๆ และกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยมีผู้ต้องสงสัยอยู่บ้างแล้ว แต่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามแรงงานตามโรงงานต่างๆ ที่หายตัวไปในช่วงระหว่างเกิดเหตุจนถึงวันนี้ ซึ่งบางคนก็ลากลับบ้าน บางคนก็หายไปเอง
ส่วนผู้ต้องสงสัยนั้นจะมีกี่คนก็ต้องรอผลที่ได้จากการตรวจดีเอ็นเอในรถกับลายนิ้วมือแฝงในรถที่ยังไม่ออกมา รวมถึงหลักฐานอื่นๆที่พบด้วย สำหรับประเด็นสังหารเบื้องต้นก็ยังคงเป็นเรื่องของการประสงค์ต่อทรัพย์
ขณะที่ในส่วนของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่เป็นแรงงานต่างด้าว ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลอ้อมน้อยใกล้เคียงกับคิวรถแท็กซี่ของผู้เสียชีวิต แต่มีแม่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุนั้น ก็ได้พยายามติดตามตัวมาสอบปากคำเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยรายนั้น แต่จากการสืบสวนหาข้อมูลแล้ว ก็ยังไม่พบว่ามีความเชื่อมโยงอะไรที่จะนำไปสู่การก่อเหตุฆาตรกรรมได้ ซึ่งก็ต้องมีการสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก
โดยคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภายใต้การควบคุมสั่งการของ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 ได้วางกำลังลงหาข้อมูลอย่างเต็มที่และรวดเร็ว จนทำให้มีความคืบหน้าไปอย่างมากและเชื่อได้ว่าจะต้องได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นคนไทยหรือต่างด้าว
อีกทั้งการตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิด , การสืบหาโทรศัพท์ หรือทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตที่สูญหายไปนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะมีผลต่อรูปคดีและการติดตามตัวคนร้าย
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในส่วนของลักษณะสร้อยคอทองคำของผู้เสียชีวิตที่สูญหายไปนั้น ทางร้านได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นลายทาโร่ที่ห่วงก่อนคล้องตะขอจะปั๊มเป็นภาษาจีนมาจากเยาวราช ส่วนที่ตะขอจะตอกเป็นเลข 1 ซึ่งหากมีใครนำสร้อยมาขาย 3 บาท ในลักษณะดังกล่าวมาขายไม่ว่าจะกับร้านรับซื้อทอง หรือ นำไปขายกับใคร ก็ขอให้ต้องสงสัยไว้ก่อน และโปรดแจ้งให้สภ.บางโทรัดทราบ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี หมายเลขโทรศัพท์ 034-839457



