
"สนช."ล่า25ชื่อตีความกฎหมายส.ส-กกต.ถก55พรรคยันปลดล็อคก.ค
ถก 55 พรรคการเมืองคึก "กกต." ยันชัดไม่ชงปลดล็อกพรรคการเมือง เผยคนที่คิดจะทำถูกสั่งปลดไปแล้ว ด้าน"สนช."ล่าชื่อ 25 คนชงศาลตีความร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.แล้ว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองเก่า จำนวน 55 พรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยแต่ละพรรคได้เริ่มทยอยเดินทางมา มีพรรคใหญ่ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ฯลฯ
กกต.ถก55พรรคการเมืองคึก
เมื่อเดินทางมาถึงบรรดาแกนนำพรรค ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ ได้เข้าร่วมหารืออย่างไม่เป็นทางการ ประมาณ 20 นาที กับนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ 2560
ส่วนผลการหารือพบว่า ทุกพรรคต่างแสดงความกังวลถึงการให้สมาชิกยืนยันตัวตนด้วยเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน รวมทั้งการชำระเงินค่าสมาชิก ที่ต้องการให้ กกต.ทบทวนข้อกำหนดให้สามารถจ่ายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายหลังการยืนยันตัวตนเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากเกรงว่าระยะเวลาในเดือนเมษายน ซึ่งมีเวลาทำการเพียง 17 วัน อาจไม่เพียงพอ
ยันคำสั่งคสช.มีปัญหา10ประเด็น
ต่อมานายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. นายสมพล พรผล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง ชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 โดยนายแสวง กล่าวว่า พบปัญหาจากคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ประมาณ 10 ประเด็น ซึ่ง กกต.ไม่สามารถตอบได้เพราะคสช.ต้องเป็นคนตอบ ซึ่งเรื่องการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคตามกฎหมายพรรคการเมือง ให้ยืนยัน 3 เรื่อง คือ ยืนยันความเป็นพรรคการเมือง, ความเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค และจ่ายค่าบำรุงพรรค 100 บาท โดยวิธีการยืนยันได้ข้อสรุป คือ สมาชิกรับรองเองว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค โดยจะเป็นเอกสารหรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และชำระเงิน 100 บาท ภายใน 30 วัน
ยืนยันสมาชิกทางอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ขอใช้หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ยืนยันไว้ที่พรรค และพรรคก็ต้องแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วัน โดยพรรคการเมืองสามารถอำนวยความสะดวกทางธุรการให้สมาชิกติดต่อได้ คือการมีจดหมาย หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นให้ตอบกลับทางจดหมายหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถทำได้ แต่ที่ทำไม่ได้คือการประชาสัมพันธ์ เพราะอาจผิดประกาศคสช. หากจะทำก็สามารถขออนุญาต คสช.ได้
“การยืนยันตามมาตรา 140 ถ้าสมาชิกไม่มายืนยัน พรรคต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ นี่คือการปรับตัวของพรรค ซึ่งพรรคเก่าได้เปรียบพรรคใหม่ที่ยังไม่มีสมาชิกเลย ส่วนการประชุมใหญ่ของพรรค กฎหมายไม่ได้รับรองสาขาพรรคไว้ จึงเป็นความเท่าเทียมกัน เพราะที่ประชุมใหญ่ต้องมีสาขาพรรคเป็นองค์ประกอบ ประเด็นอย่างนี้ก็ต้องแก้ ให้มีการประชุมใหญ่ได้ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็รับไปดำเนินการแล้ว ส่วนเรื่องการจัดตั้งสาขา ซึ่งพรรคต้องจัดตั้งให้ครบถ้วนตามกฎหมาย จำนวน 4 สาขาภายใน 1 ปี แต่ยังไม่สามารถทำได้ ซึ่ง กกต.ได้มีหนังสือไปยังคสช.ให้แก้คำสั่งที่ 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2558 ที่เกี่ยวกับเรื่องความสงบเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้พรรคการเมืองมีการประชุมใหญ่ได้” นายแสวงกล่าว
ยันพรรคลดใช้สำเนาบัตรได้
จากนั้นมีการเปิดตัวแทนพรรคการเมืองซักถาม โดยนายอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามว่า อยากให้กกต.ดำเนินการอำนวยความสะดวกเพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ คงสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด จึงอยากถามว่าการยืนยันสมาชิกยังจะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านหรือไม่ และการที่พรรคการเมืองมีสมาชิกอยู่แล้วที่ต้องชำระค่าบำรุงควรมีเวลา เพราะกฎหมายให้เวลาสมาชิกปรับตัว 4 ปี ซึ่งถ้าไม่ชำระภายในเวลาดังกล่าวจะต้องพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิก แต่ขณะนี้กกต.กลับตีความว่า ถ้าไม่ชำระเงินภายใน 30 วันให้พ้นสภาพ แล้วพรรคการเมืองจะเหลืออะไร รวมถึงซึ่งเป็นการตีความไม่ตรงกัน จึงอยากให้กกต.ทบทวนเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ และเรื่องแบบรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองที่กำหนดให้หัวหน้าพรรครับรองคุณสมบัติของสมาชิกพรรคนั้น เชื่อว่าหัวหน้าพรรคไม่สามารถทำได้ เพราะทำได้เพียงแค่รับรองว่าเขารับรองตัวเองมาแล้วเท่านั้น
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งคำถามว่า การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทุกพรรคต้องทำ แต่ไม่สามารถโฆษณาได้จึงอยากให้ทบทวนเรื่องนี้ อีกทั้งพรรคการเมืองเก่ามีสมาชิกทั่วประเทศจำนวนมาก การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเป็นเรื่องสำคัญจึงขอเสนอให้สาขาพรรค ผู้สมัครของพรรค และอดีตส.ส.ของพรรค เป็นตัวแทนรับใบยืนยันการเป็นสมาชิก หลักฐานและเงินค่าสมัคร เพื่ออำนวยความสะดวก อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเรื่องที่ พ.ร.ป.พรรคการเมือง กำหนดให้พรรคการเมืองเก่าต้องยุบสาขาพรรคแล้วให้ตั้งใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากทำไม่ได้จะไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ แต่กลับมีการกำหนดในภายหลังให้ทุกพรรคสามารถส่งผู้สมัครได้ แม้จะจัดตั้งสาขาพรรคไม่ทันตามกำหนดก็ตามนั้น ซึ่งเป็นข้อความที่ขัดแย้งกัน อยากฝากประเด็นนี้เพื่อปรับถ้อยคำที่ขัดกันเองด้วย
ชี้ไม่แก้คำสั่งคสช.-เลือกตั้งไม่ได้
นายแสวง ตอบคำถามของพรรคการเมืองว่า การยืนยันสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิมนั้นไม่ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านแล้ว ส่วนการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคก็ให้เป็นไปตามมาตรา 140 การจ่ายเงินค่าสมาชิกให้เป็นไปตาม มาตรา 141 ส่วนเรื่องแบบรายงานฯ ก็จะรับข้อเสนอไปพิจารณา ส่วนการอำนวยความสะดวกในการยืนยันสมาชิกนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจะดำเนินการ ส่วนเงื่อนเวลาการดำเนินการจัดตั้งสาขาของพรรค และสิทธิในการส่งผู้สมัคร คสช.รับไปดำเนินการแล้ว เพราะพรรคเก่าเสียเปรียบทั้ง 2 เรื่อง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าคำสั่ง คสช. 53/2560 นั้นจะต้องแก้ไข ไม่แก้ไม่ได้ เพราะจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้
ปัดชงคสช.ปลดล็อกแน่นอน
ด้านตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งคำถามว่า สาเหตุที่เป็นปัญหายุ่งยากอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะ คสช.ไม่ยอมยกเลิกคำสั่ง 57/2557 จึงทำให้ต้องมีการแก้ปัญหากันในทุกวันนี้ ดังนั้น กกต.จะต้องกล้ามากกว่านี้ ควรแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ ก็คือการไม่ยอมยกเลิกคำสั่ง 57/2557 ซึ่งทำให้นายอาธิศักดิ์ จอมสืบวิสิฐ ผู้เชี่ยวชาญประจำ กกต. ที่ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการอยู่บนเวทีตอบกลับว่า “กกต.คงทำไม่ได้ เพราะคนที่พยายามจะทำ ก็ถูกสั่งให้พ้นตำแหน่งไปแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวันนี้มีพรรคการเมืองหลายพรรค อาทิ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคปฏิรูปไทย ที่พยายามถามกกต.เกี่ยวกับความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง ว่าจะมีขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ได้จริงหรือไม่ จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต.ตอบเพียงว่า “เรื่องนี้คงไม่ต้องตอบเพราะทุกคนรู้เท่ากัน”
‘มาร์ค’ขอบคุณลดใช้สำเนาบัตร
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่าต้องขอขอบคุณกกต.ที่ให้ความชัดเจนเรื่องการไม่ต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้าน แต่ปัญหาในขณะนี้คือการชำระเงิน โดยเฉพาะการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะการตีความกฎหมายไม่ตรงกัน การชำระเงินตอนนี้ทำได้ด้วยเงินสด หรือ เช็ค แต่ยังเป็นปัญหาอยู่พอสมควร เนื่องจากการเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงินเข้าระบบใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คิวอาร์โค้ด แต่ธนาคารไม่อนุญาต เพราะต้องมีมติกรรมการบริหารพรรคมายืนยัน ซึ่งยังประชุมพรรคการเมืองไม่ได้ แต่วันนี้ทราบแล้วว่าสามารถดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้นที่ลดเอกสารลงไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้มีความชัดเจนเรื่องการชำระเงินและเรื่องอื่นที่ยังค้างอยู่ ส่วนหากชำระเงินไม่ทันใน 30 วัน จะเป็นข้อโต้แย้งต่อไป รวมทั้งปัญหาในการยืนยันสมาชิกได้แล้วแต่ยังไม่ชำระเงินก็ยังไม่มีความชัดเจน และการยืนยันคุณสมบัติสมาชิก เช่น ผู้ล้มละลาย ไม่มีใครสามารถยืนยันสถานภาพตรงนี้ได้นอกจากตัวเองกับข้อมูลในสารบบเท่านั้น ทางรัฐบาล แม้แต่ตนก็ไม่สามารถยืนยันได้ ดังนั้นเห็นว่ากกต.ควรประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ใครสมัครยืนยันสมาชิกมาก็ให้ไปตรวจสอบในข้อมูลของรัฐ ใครขาดคุณสมบัติท่านก็คัดชื่อออกไป ไม่ควรเป็นภาระของเจ้าตัวหรือหัวหน้าพรรคการเมืองที่ต้องไปพิสูจน์ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทำได้แค่รับรองว่า สมาชิกคนนั้นเขาได้ทำการรับรองตนเอง มิเช่นนั้นอาจถูกกล่าวหาว่าตนแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อต้องการสมาชิกพรรค หวังว่า กกต.จะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา
อัดคำสั่งคสช.ทำให้เกิดปัญหา
เมื่อถามว่าขณะนี้กกต.ได้ส่งเรื่องไปยังคสช.เพื่อให้แก้ปัญหาคำสั่งการปลดล็อกการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องแก้อยู่แล้ว บางเรื่องปฏิบัติไม่ได้ เพราะคณะนี้คำสั่งคสช.มีผลให้ยุบสาขาพรรคการเมืองทุกพรรค ต้องมีการประชุมพรรคเพื่อมีสาขาพรรค แต่ประชุมไม่ได้ เรื่องนี้ต้องแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขก็ปฏิบัติไม่ได้ เหล่านี้สะท้อนว่า กฎหมายหรือคำสั่งที่ผ่านมาไม่มีความรอบคอบเลย ปฏิบัติไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคของอดีต ส.ส.พรรคว่า เท่าที่ทราบส่วนใหญ่จะมายืนยันกันในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะมีส่วนหนึ่งที่บวชและขาดสมาชิกภาพไป ท่านเหล่านี้จะขาดสมาชิกภาพไป ต้องรอคสช.ปลดล็อกและมาสมัครสมาชิกใหม่ แต่คนเหล่านี้คุยแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไร ถ้าคสช.ปลดล็อกก็จะกลับเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกใหม่
เผยจี้กกต.ชงปลดล็อกพรรค
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังหารือนอกรอบกับ กกต. ว่าตัวแทนพรรคการเมืองเห็นด้วยในประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ปัญหาที่ กกต.ควรช่วยทำให้เกิดความชัดเจนให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน การจ่ายเงินค่าสมาชิกหรือการจัดการเรื่องสาขาพรรค เป็นต้น มีปัญหาการตีความ ข้อปฏิบัติมีความยุ่งยากคลุมเครือไม่ชัดเจน มีปัญหาอย่างมากในทางปฏิบัติ
ทั้งนี้ กกต.ในฐานะเป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ควรทำอย่างยิ่ง คือช่วยเป็นผู้ทำหน้าที่หลักในการเอื้ออำนวยให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถทำภารกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องเอื้ออำนวยให้พรรคการเมืองทำงานและให้สมาชิกพรรคการเมืองมีความสะดวก ไม่มีความยุ่งยากในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และมีส่วนร่วมในการทำให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยได้เต็มที่ ที่สำคัญ กกต.ควรทำหน้าที่ช่วยประสานงานและยืนยันกับ คสช.ว่าควรปลดล็อกพรรคการเมืองให้สามารถทำหน้าที่และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ควรแก้ไขปัญหาและเอื้ออำนวยให้มีแนวปฏิบัติที่คล่องตัวและเอื้อให้เกิดการกระทำตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ภูมิใจไทยไม่เสนอ“ประยุทธ์”
นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคการเมืองเข้ามารับฟังแนวทางของกกต. พรรคคงจะฟังเรื่องราวที่กกต.ชี้แจงก่อนว่ามีอะไรบ้าง ในฐานะพรรคการเมืองที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีกกต.เป็นนายทะเบียน ก็อยากรับฟังว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติ
เมื่อถามว่า วันที่ 1 เมษายน ที่จะมีการเปิดให้พรรคดำเนินการ พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการเลยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ถือโอกาสเลย ปกติเราจะมีการทำบุญพรรคในวันที่ 6 เมษายน ซึ่งปีนี้พรรคภูมิใจไทยจะย่างเข้าสู่ปีที่ 10 ปีนี้เราเลื่อนขึ้นมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เอาฤกษ์เอาชัยให้สมาชิกได้แสดงความจำนง
ส่วนที่ถามว่าจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนนอกหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวหนาหูว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เสนอหรอก เพราะท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรค
"วราวุธ” ห่วงปัญหายืนยันสมาชิก
นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึง การยืนยันสมาชิกพรรคในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า สิ่งที่พรรคกังวลคือเรื่องการบริหารจัดการและเรื่องการเงิน เพราะถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการยืนยันสมาชิกพรรคตามระยะเวลา 30 วันที่กกต.กำหนด ดังนั้น เรื่องการชำระค่าสมาชิกภายใน 30 เมษายนนี้ ในจำนวนเงิน 100 บาทต่อคน รวมทั้งหลักฐานที่สมาชิกต้องส่งกลับมาจะเป็นปัญหาถึงขั้นตอน วิธีการในการจ่ายเงินที่ต้องส่งถึงที่ทำการพรรค เชื่อว่าหลังจากวันนี้ ความชัดเจนคงมีมากขึ้นว่าจะต้องชำระเงินสด หรือโอนผ่านธนาคารแล้วเสียค่าโอนหรือไม่ หรือเมื่อโอนเข้าบัญชีแล้วจะยืนยันกันได้อย่างไรว่าเป็นของสมาชิกคนไหน เหล่านี้ต้องมีวิธีในการยืนยัน
ปัดหนุน“บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ คนนอก
ส่วนกรณีที่จะให้ทุกพรรคเสนอชื่อนายกฯ ก่อนนั้น มองว่าเมื่อถึงเวลาที่พรรคชาติไทยพัฒนาสามารถประชุมพรรคได้ กรรมการบริหารของพรรคก็ต้องมาคุยกันว่าเราจะเสนอชื่อใคร ซึ่งแต่ละพรรคเสนอได้ 3 รายชื่อ และเมื่อพรรคเราเสนอก็ต้องยืนยันได้ว่า 1 ใน 3 ชื่อที่เราเสนอไปจะต้องได้เป็นนายกฯ
“พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะต้องมาดูก่อนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรับเป็นหรือไม่ และวันนี้การจะบอกว่าจะเสนอชื่อคนนอกนั้นเรายังไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนนอกเข้ามาบ้าง แต่ที่แน่ๆ ถ้าอยู่ใต้ระบอบประชาธิปไตยภายใต้การเลือกตั้ง พรรคชาติไทยพัฒนายืนยันว่าจะเสนอ 3 รายชื่อ ขึ้นเป็นนายกฯ” นายวราวุธ กล่าว
คาดก.ค.นี้เริ่มปลดล็อกพรรคได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเอกสารประกอบการประชุมที่ทางสำนักงานกกต.ได้แจกจ่ายให้แก่พรรคการเมืองที่มาร่วมประชุม ได้ระบุถึงการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 โดยกิจการที่ทั้งพรรคการเมืองเก่าและใหม่สามารถขอดำเนินการได้ แม้จะยังไม่ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 ก็ตาม เช่น การหาสมาชิก หรือการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยในส่วนของพรรคการเมืองเก่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ส่วนพรรคการเมืองใหม่เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม แต่ต้องขออนุญาตจากคสช.ก่อน ส่วนกิจการที่ยังดำเนินการไม่ได้คือการจัดประชุมใหญ่พรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การจัดตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และการประชุมสมาชิกพรรคการเมือง จนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศ คสช. ที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558
นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงกรอบเวลาดำเนินการเพื่อส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง ไว้ว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ คาดว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา อาจมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 จากนั้นในช่วงเดือนกันยายนนี้ คาดว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้และสามารถจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองได้ และในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดว่า กกต.จะประกาศจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของแต่ละจังหวัด จากนั้นในช่วงเดือนธันวาคม 2561-มกราคม 2562 พรรคการเมืองจะสามารถจัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคการเมือง, ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และทำไพรมารีโหวตคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้
สนช.เข้าชื่อ ยื่นตีความพ.ร.ป.ส.ส.
วันเดียวกัน นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าชื่อสนช.เพื่อยื่นเรื่องร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ขณะนี้สนช.ล่าชื่อสมาชิกได้ครบ 25 คนแล้ว และเป็นหนึ่งในสนช.ที่ร่วมลงชื่อด้วย เพราะอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความให้เกิดความชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าปล่อยไปจนกฎหมายประกาศบังคับใช้แล้ว มีผู้ไปยื่นตีความภายหลัง จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ อาจไปถึงขั้นที่กฎหมายหรือการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่สนช.สามารถยื่นตีความได้ แม้จะส่งเรื่องไปให้นายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่นายกฯ ยังไม่นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สนช.ก็มีสิทธิยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกฯ ตีกลับร่างกฎหมายเลือกตั้งส.ส.มาที่สนช. หลังจากที่ได้รายชื่อสนช.ครบ 25 คนแล้ว จะนำเรื่องส่งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการส่งร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไม่ใช่การสมคบคิดเพื่อยื้อเลือกตั้ง แต่ต้องการทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้สนช.ยืนกรานว่าจะไม่ส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตีความ แต่เมื่อหลายฝ่ายท้วงติงมาเช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. จึงจำเป็นต้องรับฟัง เพราะก็เห็นด้วยแต่แรกแล้วว่า ควรยื่นร่างกฎหมายลูกส.ส. และร่างกฎหมายลูกส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดทั้งสองฉบับ สนช.ไม่ได้โลเลกลับไปมา แต่เมื่อสังคมยังมีข้อสงสัยจึงควรทำให้เกิดความชัดเจน รวมถึงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ พูดชัดเจนว่า ให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส.ให้เกิดความรอบคอบ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาภายหลังนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว ดูแล้วยังมั่นใจว่า การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คงกระทบโรดแม็พเลือกตั้งไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ยอมโดนต่อว่าตอนนี้ดีกว่า เพราะถึงอย่างไรจะยื่นหรือไม่ยื่นตีความ สนช.ก็โดนทั้งขึ้นและล่อง
“พรเพชร”แจงยังไม่รู้สนช.ล่าชื่อ
ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวถึงกรณีการล่ารายชื่อสมาชิกสนช.เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ว่า วันนี้(28 มี.ค.) มีภารกิจนอกสภา จึงยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการล่ารายชื่อสมาชิกสนช.ครบตามจำนวนแล้วจริงหรือไม่ หรือว่ามีใครร่วมลงชื่อบ้าง ทั้งนี้ หากรวบรวมรายชื่อได้ครบแล้วจริงก็ไม่ต้องผ่านวิปสนช. สามารถส่งเรื่องมาโดยตรงที่ประธานสนช.ได้เลย โดยขั้นตอนต่อจากนั้นจะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอนทางธุรการก่อน รวมถึงสอบถามไปยังสมาชิกท่านนั้นๆ ด้วยว่าได้ร่วมลงชื่อด้วยจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบนั้นใช้เวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(29 มี.ค.)ถ้ามีการส่งรายชื่อมาจริง จะตรวจสอบและแถลงให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
สั่งทหารลงพื้นที่ปฏิบัติการจิตวิทยา
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานมอบเกียรติบัตรชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนทหารบก (ชป.กร.) ซึ่งชุดดังกล่าวจัดตั้งเพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน และประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และกองทัพบก เพื่อพัฒนาศักยภาพของหมวดดุริยางค์ของมณฑลทหารบกให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการจิตวิทยาและปลูกฝังอุดมการณ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อม โดยการจัดการประกวดชุด ชป.กร. มณฑลทหารบก เพื่อให้เกิดการชำนาญก่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่จริงในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยชป.กร.ที่ชนะเลิศในการประกวด คือ ชป.กร.มณฑลทหารบกที่ 13 จ.ลพบุรี ใช้ชื่อว่า “ขุนภักดี 13”
หวั่นใกล้เลือกตั้งระดมปลุกปั่น
“ในฐานะที่เราเป็นทหาร มีหน้าที่อยู่ตรงนี้ เป็นกำลังหลักของบ้านเมือง อีกทั้ง กองทัพบก กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ในการสร้างความมั่นคง สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่พี่น้องประชาชน สร้างความรักสามัคคีให้แก่คนในชาติ จึงต้องนำข้อมูลที่ถูกต้องมาให้ประชาชนรับทราบ อย่างที่บอกว่าปัญหาภายในประเทศเราค่อนข้างมาก ทั้งความขัดแย้งของคนในชาติความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้การปลุกระดมปลุกปั่นเกิดขึ้นได้ง่าย ตอนนี้ปี่กลองเลือกตั้งก็กำลังจะเริ่มขึ้น เราก็ต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบให้เกิดขึ้น คราวหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาล กองทัพก็เหมือนเดิมในการรักษาความมั่นคงให้เกิดขึ้น เราก็ต้องทำทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้ เหลือรัฐบาลอื่น” ผบ.ทบ.กล่าว
ศธ.ไล่ออกโกงกองทุนคนพิการ20ล.
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าจากการที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปตรวจสอบกองทุนต่างๆ นั้น ในส่วนของสพฐ.พบว่ามีการร้องเรียนให้ตรวจสอบการใช้เงินของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) ในสมัยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.เป็นเลขาธิการ กพฐ. โดยนายการุณ ได้มอบหมายให้กลุ่มตรวจสอบภายใน สพฐ.เข้าไปตรวจสอบ พบว่าปี 2557-2558 มีการเบิกจ่ายเงินกองทุนที่ผิดปกติ พบการโอนเงินอบรมพัฒนาครูต่างประเทศ จำนวน 2 รอบวงเงินประมาณ 40 ล้านบาท ไปที่ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จ.สุพรรณบุรี และมีการโอนเงินจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 5 จ.สุพรรณบุรี เข้าบัญชี นางญาณกร จันทหาร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์ฯ เขตการศึกษา 5 จ.สุพรรณบุรี จำนวน 20 ล้านบาท ถึงแม้จะมีการนำเงินมาคืนและนำเอกสารหลักฐานมาแสดงว่าล้างหนี้แล้วก็ถือว่ามีความผิด
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลการสอบสวนวินัยและมีการพิจารณาลงโทษ “ไล่ออก” นางญาณกร แล้ว ทั้งนี้ได้สั่งการให้นิติกรแจ้งบันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐาน (สว.3) ภายใน 15 วัน และจะสั่งการให้นางญาณกรย้ายไปปฏิบัติราชการที่หน่วยศึกษานิเทศก์อีกครั้ง เนื่องจากมติครม.กรณีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเงิน จะต้องดำเนินการ 3 เรื่อง คือ วินัย อาญา และความผิดทางละเมิด ทั้งนี้ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ รับทราบแล้ว
(ข่าวหน้า 1นสพ.คมชัดลึก)



