
กองสลากดัดหลังยี่ปั๊วออก "หวยชุด"
บอร์ดไฟเขียวกองสลากจัดหวยรวมชุดขายเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังมีการขูดรีดถึงใบละ 250 บาท ขอทำประชาพิจารณ์ 3 เดือนคาดเริ่มขาย กค.นี้
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา และให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อที่ปัจจุบันนิยมซื้อสลากรวมชุดเป็นอย่างมาก ล่าสุดมีแนวทางที่จะรวมชุดจัดขายเองเพื่อดัดหลังพวกยี่ปั๊วที่จัดชุดรวมขายในราคาที่แพงขึ้น
วันที่ 28 มีนาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เห็นชอบให้สำนักงานสลากฯ จัดทำสลากชุดออกจำหน่ายเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาสลากรวมชุดและสลากแพง คาดว่าจะเริ่มในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยในระหว่างนี้เปิดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อ ผู้ขาย และกลุ่มเอ็นจีโอ ในช่วง 3 เดือน เพื่อนำไปสู่การทำสลากชุดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความเหมาะสมกับสังคมไทย ก่อนจะเสนอเข้าบอร์ดสลากถึงแนวทางและวิธีการรวมชุดสลากในช่วงเดือนมิถุนายน 2561
“หลังจากนี้สำนักงานจะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.glo.or.th และส่งความเห็นผ่านจดหมาย เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังกล่าวอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ทีมโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหาร จะเดินทางลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ผู้ขาย ผู้ซื้อ เจ้าหน้าที่จังหวัด นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป เพื่อนำไปสู่การทำสลากชุดว่าควรจะทำจำนวนเท่าไร ขนาดชุดละกี่ใบ วิธีการจำหน่าย ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความเหมาะสมกับสังคม" นายธนวรรธน์ ระบุ
โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวอีกว่า การออกสลากชุดมีหลายแนวทางเช่น รวมชุด 5 ใบขายเป็น 1 ใบในราคา 400 บาท ตามข้อเสนอผู้อำนวยการสลากคนเดิมที่เคยศึกษาไว้ หรืออาจจะรวมชุด 5 ใบย่อยเป็น 1 ชุด ขายในราคา 400 บาท รวมถึงรวมชุด 2 ใบ 5 ใบ 10 ใบ หรือ 20 ใบ คงแล้วแต่ว่าผลการประชาพิจารณ์จะเป็นอย่างไร รวมถึงจะสอบถามด้วยว่าควรจะมีการกระจายสลากชุดอย่างไร จากขณะนี้พิมพ์อยู่ 80 ล้านฉบับ แบ่งเป็นระบบโควตา 30 ล้านฉบับ และระบบจองซื้อผ่านกรุงไทย 50 ล้านฉบับ อย่างไรก็ตามแนวคิดในการพิมพ์สลากเป็นชุดนั้นจะไม่มีการเพิ่มจำนวนสลากจากที่พิมพ์อยู่ 80 ล้านฉบับ แต่เป็นการปรับวิธีการบริหารจัดการใหม่ เนื่องจากพบว่าสลากชุดเป็นที่ต้องการมากขึ้น ขณะนี้มีการนำไปรวมชุดถึง 70% ทำให้มีราคาแพงขึ้น
“สลากชุดเป็นที่ต้องการมากขึ้น เกิดจากกรณีหวย 30 ล้านบาท และก่อนหน้านี้ที่มีผู้ถูกหวยสูงสุด 180 ล้านบาท ส่งผลให้สลากชุดที่ขายนั้นมีราคาปรับสูงขึ้นมาก เช่น สลากชุด 20 ใบ เคยขายกันในราคาสูงสุด 230-250 บาทต่อใบ ถือว่าสูงมาก และเริ่มมีการจัดเป็นชุด 2 ใบบ้าง 3 ใบบ้าง และขายแพงกว่า 80 บาทต่อฉบับ โดยบอร์ดสลากหวังว่าหากมีการออกสลากชุดเอง ทำให้ราคาสลากปรับลดลงใกล้เคียงกับ 80 บาทต่อฉบับ ยืนยันว่ามีวิธีการที่จะไม่ทำให้เกิดการรวมชุดใหญ่ขึ้น ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้นขอไม่เปิดเผย เพื่อไม่ให้บรรดายี่ปั๊วไหวตัวทัน” นายธนวรรธน์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายธนวรรธน์ ยังกล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาว่า ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสลากเกินราคานั้น เกิดจากปัจจัยแวดล้อมหลายประการ การแก้ไขปัญหาจึงต้องใช้มาตรการหลายอย่างประกอบกันในทุกมิติ รวมทั้งต้องมีความต่อเนื่องในการดำเนินการในห้วงที่ผ่านมา จากโรดแม็พระยะที่ 2 สำนักงานฯ ได้สร้างโอกาสในการเข้าถึงสลากอย่างเป็นธรรม ด้วยระบบซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านระบบธุรกรรมของธนาคารกรุงไทยและจัดส่งสลากผ่านไปรษณีย์ ถึงผู้รับโดยตรง ในราคาต้นทุน ฉบับละ 70.40 บาท ตลอดจนการปรับปริมาณสลากในตลาดให้เข้าสู่สมดุล จาก 37 ล้านฉบับ เป็น 50 ล้านฉบับ ในเดือนตุลาคม 2558 และ 80 ล้านฉบับ ในเดือนพฤศจิกายน 2560 ตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างสมดุลราคาในตลาดขายปลีกสำหรับผู้ซื้อ และสมดุลราคาที่ผู้ขายพอใจมากขึ้น
“จากนี้ไป จะเข้าสู่โรดแม็พระยะที่ 3 จะมีการพัฒนาระบบซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งจะมีการคัดกรองผู้ขายจริงให้อยู่ในระบบที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชนรวมถึงภาคประชาสังคม ทั้งนี้ จะยังคงความเข้มข้นในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดสัญญา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเกินราคาอย่างเป็นระบบและกระจายโอกาสในการเข้าถึงการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเป็นธรรมและเป็นระบบยิ่งขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สลากแบบรวมชุดจะดำเนินการภายใต้โควตาพิมพ์สลาก 80 ล้านฉบับ ไม่ได้มีการเพิ่ม ขณะที่ราคาจำหน่ายจะยังคง 80 บาทต่อใบเหมือนเดิม เช่น รวมชุด 5 ใบ ก็ขาย 400 บาท ซึ่งมั่นใจว่าการนำสลากแบบรวมชุด ไปรวมชุดจำหน่ายอีก เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หรือมีโอกาสประมาณ 1-5% เท่านั้น เนื่องจากสำนักงานมีเทคนิคการพิมพ์สลากที่ไม่สามารถนำไปรวมชุดได้ง่าย แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องการฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน



