
เล็งตั้งเป็นบ้านสุนัขต้นแบบ
ยกระดับศูนย์ควบคุมสุนัข ประเวศ เล็งตั้งเป็นบ้านสุนัขต้นแบบ
นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ของศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. เขตประเวศ เพื่อให้เป็นต้นแบบกับหน่วยงานหรือจังหวัดอื่นๆ โดยการออกแบบและปรับปรุง ระบบคัดกรองสุนัข คอกสุนัข ร่วมทั้งเพิ่มเติมคลินิกสัตวแพทย์ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีน ทำหมัน และฝังไมโครชิป ให้แก่สุนัขของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย และสำนักงานเขตประเวศ ร่วมต้อนรับและให้ข้อมูล ณ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมสุนัข ประเวศ มีพื้นที่ 23 ไร่ แต่ใช้พื้นที่ในการปฏิบัติงานจริง ประมาณ 13 ไร่ เมื่อเข้ามาดูจะเห็นว่ามีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการทำงานจะแบ่งเป็นโซน อาทิ โซนแรกรับ โซนเลี้ยงรวม เพื่อส่งต่อ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละวันจะมีสุนัขที่เข้ามาที่ศูนย์ฯ ประมาณ 30 ตัว ในจำนวนนี้จะมีเจ้าของมารับกลับประมาณร้อยละ 25 เมื่อสุนัขมายังศูนย์ฯ จะทำการแยกเพื่อกักกันโดยการสังเกตอาการจนกว่าจะแน่ใจว่าสุนัขหรือแมวตัวนั้นๆ ปลอดภัยจากเชื้อจริงๆ จึงจะปล่อยเข้าไปในกรงรวม ซึ่งสุนัขหรือแมวทุกตัวที่นำไปยังกรงรวม ต้องผ่านการฉีดวัคซีน และภายในหนึ่งสัปดาห์ก็จะดำเนินการทำหมัน โดยศูนย์ฯ สามารถทำหมันได้วันละประมาณ 30 - 40 ตัว หลังจากนั้นก็จะแยกเข้ากรง เพื่อเตรียมเข้าโครงการที่กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกลุ่มรักสัตว์ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มรักสัตว์เหล่านี้ได้มารับสุนัข หมา แมว จากศูนย์ฯ ไปเลี้ยงประมาณ 100 - 200 ตัว ต่อปี ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้สามารถรองรับสุนัข ได้ประมาณ 1,000 ตัว แมวอีกประมาณ 200 ตัว
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อติดตามงานตามนโยบายของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการพัฒนาให้ศูนย์ควบคุมสุนัขแห่งนี้ เป็นต้นแบบของศูนย์พักพิงสุนัขแห่งอื่นๆ โดยให้มีการออกแบบขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วย ด้านหน้าทางเข้าจะกำหนดให้เป็นโซนกิจกรรม คลินิกสัตวแพทย์ ให้บริการดูแลสัตว์ในระบบ และให้บริการประชาชนภายนอกที่เข้ามาใช้บริการ สำหรับโครงการปรับปรุงศูนย์ฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 231 ล้าน ซึ่งแผนงานเดิมต้องแบ่งพื้นที่ทำเป็นระยะ เบื้องต้นกำหนดระยะเวลาการดำเนินการไว้ 4 ปี แต่ได้ให้ผู้รับจ้างปรับเวลาให้เสร็จภายใน 2 ปี คาดว่าในส่วนของกระบวนการออกแบบจะเสร็จสิ้นพร้อมกับได้ตัวผู้รับจ้าง และเริ่มงานได้ภายในปลายปีนี้แน่นอน



