
โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เน้นสโลแกน "เลือกคนดี+มีน้ำใจ"
เข้าสู่โค้งสุดท้ายสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม ผู้มีสิทธิ์ 950,000 คน จะเป็นผู้ตัดสินใจ และแน่นอนว่าผู้สมัครที่ถือเป็นคู่ชิงครั้งนี้เป็นผู้สมัครหมายเลข 1 ทีมรักสงขลา วรวิทย์ ขาวทอง อดีตนายก อบจ.สงขลา 2 สมัย ที่ประกาศนโยบาย "สง
อุทิศ ชูช่วย ผู้สมัครหมายเลข 2 ทีมสงขลาพัฒนา อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา 3 สมัย กับ นโยบาย "นำสงขลาสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน" ส่วนผู้สมัครหมายเลข 3 อนันต์ กาญจนสุวรรณ ทีมทางเลือกใหม่คนสงขลา ที่ประกาศตัวเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งได้รับการวางตัวให้เป็นไม้ประดับไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนแนวทางการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อเรียกคะแนนเสียง ค่อนข้างชัดเจนจากเวทีการ ประชันนโยบาย ของผู้สมัครทั้ง 3 คน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้ ร่วมกับองค์การบริการส่วนจังหวัดสงขลา และสถานีข่าว 24 ชั่วโมง เนชั่นชันแนล ณ หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
ต่างคนก็เสนอให้ประชาชนเลือก คนดี โปร่งใส มีธรรมาภิบาล มากกว่า จากนั้นผู้สมัครต่างมุ่งไปที่การประกาศนโยบายต่างๆ ของทีมเป็นหลัก
เริ่มจากเรื่องป้ายหาเสียงเป็นหลัก อุทิศ มีการนำข้อความ เลือกคนดี ติดเพิ่มในป้ายหาเสียง โดยเฉพาะในเขตเมือง และสอดคล้องกับประกาศนโยบายเด่น 3 อ. คือ อ.อดีต อ.บายมุข และ อ.อบจ.ส่วนหน้า
ซึ่งแน่นอนว่า อ.อดีต และอ.อบายมุข คือ อ.อดีต ดูว่าเคยมีผลงานอะไรบ้าง ทำอะไรให้จังหวัดสงขลาบ้าง รวมถึงผลงานระดับชาติ ส่วน อ.อบายมุข จะต้องเป็นบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุข ซึ่งทั้ง 2 อ. อุทิศ หวังผลทางการเมืองชัดเจน เพราะหอกแหลมที่คมกริบนี้พุ่งไปที่คู่แข่งชนิดเล็งที่หัวใจกันเลยทีเดียว
เพราะรู้ว่าสังคมเมืองจะรับไม่ได้สำหรับผู้บริหารที่มีปัญหาภาพลักษณ์ส่วนตัวและพยายามชี้ให้เห็นถึงความสำคัญว่าทำไมประชาชนจะต้องคำนึงถึงเรื่อง 2 อ. ก่อนตัดสินใจลงคะแนน เนื่องจากตำแหน่งนายก อบจ.เป็นตำแหน่งที่เป็นหน้าตาของจังหวัด
ส่วนโค้งสุดท้ายป้ายหาเสียงของ วรวิทย์ จึงเพิ่มข้อความที่กินใจ "เลือกคนดี มีน้ำใจ" ที่ทิ่มแทงไปที่คู่แข่งแบบไม่ต้องอ้อมค้อม และต้องการสื่อให้ประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากจะเลือกคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเป็นคนที่มีน้ำใจด้วย คือ น้ำใจนักกีฬา อยู่ในกติกาการแข่งขัน
นอกเหนือจาก 3 อ.แล้ว วรวิทย์ ขอเพิ่ม 1 ค. คือ คอรัปชั่น เข้าไปด้วย เพื่อขยายผลประโยชน์ทับซ้อนการทุจริตเชิงนโยบาย
สรุปแล้วการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของคู่ชิงระหว่าง ผู้สมัครหมายเลข 1 และผู้สมัครหมายเลข 2 จะเป็นการนำเสนอภาพของผู้สมัครมากกว่านโยบาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "การเลือกคนดี+มีน้ำใจ" ที่จะต้องเข้าไปบริหารเงินงบประมาณปีละเกือบ 1,000 ล้านบาท ที่โปร่งใส และตรวจสอบได้
สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่จากการสำรวจความเห็นของประชาชนพบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนชี้ขาดจะเป็นคะแนนเสียงในเขตเมืองเหมือนกับการเลือกตั้งวันที่ 27 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 2 เมืองใหญ่ หาดใหญ่ และสงขลา
ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่รอบนอกคะแนนทั้ง วรวิทย์ และ อุทิศ ปัจจุบันสูสี ฉะนั้นใครที่สามารถช่วงชิงคะแนนเสียงในเขตเมืองได้มากว่าคนนั้นคือ ผู้ชนะ
"สมชาย สามารถ"



