ข่าว

"ภท."เดินหน้าแก้รธน.อ้างเคยรับปากปชช.ไว้

"ภท."เดินหน้าแก้รธน.อ้างเคยรับปากปชช.ไว้

08 ต.ค. 2552

“ศุภชัย”ลั่น "ภท."เดินหน้าแก้รธน.อ้างเคยรับปากปชช.ไว้ ชี้เหตุพท.เปลี่ยนท่าทีเพราะคนนอกประเทศ ร่วมแสดงความยินดีพรรคการเมืองใหม่สู่สนามเลือกตั้ง ติงทุกพรรคมีสิทธิได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เท่าเทียมกัน

(8ต.ค.)  นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคยืนยันจุดยืนเดิมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องที่จะต้องเดินหน้าต่อไป เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยได้แสดงความคิดเห็นตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะที่พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอเงื่อนไขหนึ่งกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้เรามีความชัดเจนเช่นนี้มาตั้งแต่ต้น

 สำหรับเรื่องประชามติพรรคภูมิใจไทย ก็ยืนยันว่า เราเคารพสิทธิและอำนาจของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ทำประชามติ ซึ่งมีประชาชนเห็นด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ได้ผ่านการทำประชามติจากประชาชนมาแล้ว ทางพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า ต้องทำประชามติในช่วงเวลาที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ แม้จะเป็นช่วงก่อนหรือหลังการแก้ไข แต่ต้องมีการทำประชามติจากประชาชน

 ต่อกรณีพรรคฝ่ายค้าน แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องของการไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้แสดงออกมาเช่นนี้ ไม่ได้เป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนที่มีการรณรงค์หาเสียงในขณะที่เป็นพรรคพลังประชาชน ในช่วงดังกล่าวได้มีการบอกกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าชนะเลือกตั้งจะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้มีการออกล่ารายชื่อในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการรวบรวมดำเนินการไปแล้ว ทราบว่า ได้รับโทรศัพท์จากแดนไกลขอให้ระงับ เขาก็เปลี่ยนท่าที เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า เป็นการหลอกประชาชนไปครั้งหนึ่งแล้ว

 ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็เช่นกัน เป็นเพียงการหลอกให้ประชาชนมาชุมนุม หลอกประชาชนที่รักประชาธิปไตยที่เห็นว่า การชุมนุมส่วนหนึ่งจะช่วยเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่ที่คนเพียงคนเดียวที่อยู่ยังต่างประเทศ

 “ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสมาชิกรัฐสภามีอำนาจในการแก้ พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า กระบวนการควรจะผ่านความคิดเห็นของประชาชน ถ้าวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ต้องแก้ พันธมิตรฯต้องเคารพมติของประชาชนส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่สมควรแก้สมาชิกรัฐสภา ก็ควรที่จะต้องยอมรับมติของประชาชนคือ ยุติการแก้ไข วันนี้เรายังยืนยันและเรียกร้องว่า พรรคการเมืองหรือนักการเมืองไม่ควรใช้อำนาจตามใจตัวเอง โดยไม่เคารพความคิดเห็นของประชาชน ”

 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ ส.ว. บางส่วนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกับพรรคเพื่อไทย นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้ถ้าเราคิดว่าได้เดินตามกติกา ถ้าปรากฏว่า สมาชิกรัฐสภา ได้ลงชื่อไม่ครบการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่วันนี้เราจึงต้องการที่จะแสดงเจตนายืนยันว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญ

 เมื่อถามว่า พรรคการเมืองใหม่เคยประกาศถ้าเป็นพรรคการเมืองจะไม่ชุมนุมนอกสภา มองเรื่องนี้อย่างไร นายศุภชัย กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมที่พันธมิตรฯที่ตัดสินใจตั้งพรรคการเมือง แสดงว่ายอมรับวิถีทางระบอบประชาธิปไตยแบบในสภา แต่ที่เป็นห่วงคือ พันธมิตรเคยคิดว่า การทำการเมืองข้างถนนบางกรณีทำแล้วได้ผล เกรงว่า พันธมิตรจะเผลอไปใช้วิธีการซึ่งเป็นการใช้วิธีที่นอกกรอบแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ถ้ามีนโยบายอะไรดีๆก็นำเสนอมา เพื่อเข้ามาสู่การแข่งขันในการการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ วันนี้เรายินดีต้อนรับพรรคการเมืองใหม่ ทั้งนี้มองว่า การชุมนุมในกรอบรัฐธรรมนูญย่อมทำได้ แต่ในการชุมนุมได้มีส.ส.เข้าร่วมชุมนุม ก็จะถูกสังคมตั้งคำถาม แต่เมื่อตัดสินใจเข้าเป็นพรรคการเมืองถือว่าเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบ

 “ สังคมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ เสนอแนะสิ่งไหนควรหรือไม่ควรกระทำ ถ้าบอกว่า จะมาชุมนุมคัดค้านโดยบอกว่า ไม่ใช่เรื่องพรรคเป็นเรื่องของกลุ่ม ก็ต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจ กำลังทำในฐานะบทบาทอะไร เพราะความเป็นพรรคการเมืองย่อมมีสิทธิเท่ากันหมดที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันได้ ดังนั้นพรรคการเมืองใหม่ก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นจะทำตัวแบบใครแตะต้องไม่ได้ คงไม่ได้ ”