
ชวรัตน์ไม่พูดเรื่องผบ.ตร.หวั่นสื่อนำเสนอผิดเพี้ยน
" ชวรัตน์ " ขอปิดปากไม่พูดเรื่องผบ.ตร. หวั่นสื่อนำไปนำเสนอผิดเพี้ยน "สุเทพ" ยิ้มคุย ก.ตร.นอกรอบลงตัว เสียงข้างมากเห็นควรแต่งตั้งรองผบ.ตร.ลงมา โดยเร็ว เตรียมนัดก.ตร.ประชุมเป็นทางการสัปดาห์หน้า
(8ต.ค.) นายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรวงมหาดไทย กล่าวปฎิเสธที่จะตอบคำถามถึงกรณีการเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ที่จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ เรื่องดังกล่าวได้ตอบและพูดไปหมดแล้ว เมื่อถึงเวลาการเลือกต้องเป็นเรื่องของประธานและกรรมการ ก.ต.ช.ทุกคนจะพิจารณา
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่รับฟังการแสดงความคิดเห็นของแกนนำพันธมิตรฯนายชวรัตน์ กล่าวว่า นายกฯต้องฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เป็นผู้นำต้องฟังทุกคำพูด
เมื่อถามว่า หากการรับฟังจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทำให้ขาดการเป็นภาวะผู้นำหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ เพราะกลัวว่า สื่อจะเขียนเพี้ยนอีก
เมื่อถามต่อว่า พรรคการเมืองใหม่ถือเป็นคู่แข่งของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองเป็นคู่แข่งกันทุกพรรค เวลาเลือกตั้งทุกพรรคต้องแข่งขันกันอยู่แล้ว แต่เชื่อว่า การเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน เพราะเป็นผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนคงมีอยู่เท่านั้น มันขึ้นอยู่กับจุดขายของแต่ละพรรคมากกว่า
"สุเทพ" ยิ้มร่าคุยก.ตร.นอกรอบลงตัว
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) นัดรับประทานอาหารกลางวันและหารือนอกรอบกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 10 ท่าน ที่ห้องอาหารจีนลินฟา โดยมีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมโต๊ะเกือบครบ ขาดเพียง ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คนเดียวเท่านั้นเนื่องจากติดบรรยายพิเศษ ซึ่งก.ตร.นอกรอบครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยนายสุเทพ มีสีหน้าสดชื่น ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยแจ้งว่าจะต้องรีบไปตอบกระทู้ในสภาฯ
พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวภายหลังร่วมหารือว่า วันนี้เป็นการหารือนอกรอบ ซึ่งนายสุเทพ ไม่ต้องการให้ตำแหน่งว่าง โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประชุม ก.ตร.เพื่อหารือกันอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินการแต่งตั้งโดยเร็วหรือไม่ หรือควรหยุดไว้ ซึ่งผลการหารือวันนี้ส่วนใหญ่เห็นว่าควรแต่งตั้งเพราะว่าช้าไปจะลำบาก เรื่องตำแหน่งผบ.ตร.ตัวจริง ไม่ใช่เงื่อนไขแล้ว วงหารือเห็นว่าแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องรอให้ได้ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งจะให้พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผบ.ตร.ดำเนินการแต่งตั้งไป ทั้งนี้รรท.ผบ.ตร. มีหน้าที่อยู่แล้ว สุดแต่ประธานก.ตร.จะสั่ง
เมื่อถามถึงโผแต่งตั้งโยกย้ายรองผบ.ตร.ลงมาที่ผ่านคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติ หรือบอร์ดกลั่นกรองไปแล้ว พล.ต.ท.เหมราช กล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบ มันต้องเสนอเข้าคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งในชั้นต้นในการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า ท่านประธานจะนำเสนอความคิดว่าควรดำเนินการแต่งตั้งโดยเร่งด่วนหรือไม่ หากที่ประชุมเห็นด้วยว่าควรดำเนินการก็จะเริ่มกระบวนการและนัดประชุมก.ตร.อีกครั้งเพื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้าย
“วันนี้ไม่มีการถกประเด็นปัญหาจากก.ตร.ครั้งก่อน ไม่มีการยกประเด็นเรื่องรองผบ.ตร.คนใหม่มาทำการแต่งตั้ง คงบอกไม่ได้ว่าเรื่องผบ.ตร.คนใหม่เคลียร์หรือไม่ แต่ไม่ได้พูดกันในวงนี้ ไม่มีการถกเรื่องข้อกฎหมายใดๆ เราพูดกันแต่ว่าก.ตร. ควรจะแต่งตั้งโดยเร็วหรือไม่ แต่วันนี้ที่หารือกันก็ไม่เป็นเอกฉันท์ แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็มีเสียงส่วนน้อยที่ค้านมาว่ายังไม่ควรแต่งตั้ง ส่วนใหญ่เห็นว่าจำเป็นต้องทำ ส่วนจะต้องเริ่มกลั่นกรองกันใหม่หรือไม่ขึ้นอยู่กับมติก.ตร.ครั้งหน้า ซึ่งอาจมีการสั่งการให้ดำเนินการตามกระบวนการการแต่งตั้ง” ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าว
พล.ต.ท.เหมราช กล่าวว่า การแต่งตั้งรอไม่ได้เพราะเหตุผลหลายอย่าง โดยอย่างแรกหัวไม่มี ตอนนี้ว่างอยู่ไปจนถึงระดับโรงพัก ประการที่ 2 การปล่อยให้ว่างมันลำบาก ระบบการทำงานเสีย คนไปทำงานแทนจะไปทำอะไรจริงจังเพราะทำไป2-3 เดือน ก็ไม่ได้เป็นตัวจริง งานมันจึงไม่ต่อเนื่อง แต่ตำรวจไม่ได้เกียร์ว่างหรอก เพราะงานป้องกันปราบปรามตำรวจทำอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือกองทัพไม่มีแม่ทัพ ขวัญกำลังใจของทหารก็ไม่ดี ซึ่งการประชุมก.ตร.ครั้งหน้าจะลงมติกันว่าจะแต่งตั้งหรือไม่
เมื่อถามว่าควรเปลี่ยนโผแต่งตั้งโยกย้ายที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรรท.ผบ.ตร.ทำไว้หรือไม่ พล.ต.ท.เหมราช กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เรื่องนี้ต้องเข้ากระบวนการแต่ก็น่าจะเริ่มกระบวนใหม่ ปัญหาคือว่ารองผบ.ตร. ที่ร่วมพิจารณาในบัญชีเก่าก็ยังอยู่ครบ ขาดเพียงพล.ต.อ.ธานี ซึ่งพล.ต.อ.ธานีและคณะก็ทำไว้ค่อนข้างดี ก็น่ายึดถือได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ได้รับเสนอชื่อแต่งตั้งในโผคราวก่อนแต่ต้องหลุดไปในโผครั้งนี้สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ พล.ต.ท.เหมราช กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเหตุผลว่าตกไปเพราะอะไร แต่ทั้งนี้สามารถขอความเป็นธรรมเรียกร้องสิทธิ์ได้ ซึ่งหากมีการรื้อหรือเปลี่ยนแปลงโผก็ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ เพราะการแต่งตั้งคราวที่แล้วยังไม่เด็ดขาด เหมือนเดินมาครึ่งทางแล้วหยุด จะเดินต่อไปหรือถอยหลังก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตามบอร์ดกลั่นกรองอาจมีการเปลี่ยนแปลง มีแนวโน้มจะให้ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมด้วย ซึ่งกลับเป็นเหมือนอดีตที่ให้ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกลั่นกรองด้วยก่อนนำเข้าก.ตร.
ด้านพล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะคณะอนุก.ตร.ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้ง วาระประจำปี 2552 กล่าวว่า วันนี้ไม่มีการพูดเรื่องยุติการซื้อขายตำแหน่ง หรือประเด็นการตรวจสอบเรื่องนี้ ในวงหารือเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรแต่งตั้งระดับรองผบ.ตร.-สว.ใหญ่โดยเร็ว เพราะประชาชนและประเทศชาติจะได้รับผลประโยชน์ ส่วนผบ.ตร.ยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะคนที่จะเป็นผบ.ตร.คนต่อไปก็นั่งอยู่ในก.ตร.นี่แหละ วันนี้ไม่มีการพูดถึงตัวคนแต่อย่างใด ซึ่งก.ตร.ในสัปดาห์หน้าจะได้หารือกันถึงข้อดีข้อเสียในการดำเนินการแต่งตั้ง แล้วมาชั่งน้ำหนักกัน ก.ตร.คงเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพราะไม่ควรจะรอ
“อาจเปลี่ยนหัวโต๊ะในบอร์ดกลั่นกรอง จะเป็นใครต้องรอดูมติก.ตร.ครั้งหน้า ซึ่งจะตั้งบอร์ดกลั่นกรองใหม่ เอาบอร์ดเก่าบอร์ดใหม่มารวมกัน ทั้งนี้แม้มีก.ตร.บางท่านยังไม่เห็นด้วยว่าควรแต่งตั้งก็ไม่มีปัญหาเรื่องเอกภาพ เพราะไม่จำเป็น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยแล้วมันเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองก็ควรทำ” พล.ต.อ.นพดล กล่าว
เมื่อถามถึงการซื้อขายตำแหน่งที่คณะอนุฯประกาศว่าเรื่องนี้จะไม่มีมวยล้มต้มคนดูแต่กลับยุติ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า วันนี้ไม่คุยกันเรื่องนี้ ซึ่งตนยังไม่เห็นว่ายุติอย่างไร อย่างไรก็ตามวาระปี 2552 ยังไม่แต่งตั้ง จึงไม่มีการทำผิด แต่ผลที่เราพบความผิดปกติในการแต่งตั้งปี 2551จะเอามาหาแนวทางแก้ไขการแต่งตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะนำเข้าก.ตร.พิจารณา



