ข่าว

ป.ป.ท.พบ 3 ช่องโหว่เอื้อโกงทุนเสมา

ป.ป.ท.พบ 3 ช่องโหว่เอื้อโกงทุนเสมา

27 มี.ค. 2561

ป.ป.ท.ขยายผลโครงข่ายโกงทุนเสมาพบ 3 ช่องโหว่ปล่อยทุจริตไม่ระบุชื่อผู้รับทุน-ไม่ติดตามผล-ถูกทวงถามปัดไม่มีทุนด้านผลตรวจเส้นทางเงิน"รจนา"พบเปิด 22 บัญชีรับเงิน

           27 มีนาคม  2561 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป.ป.ท. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีนางรจนา สินที ข้าราชการซี 8 ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ว่า. ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  เซิร์ฟเวอร์ พร้อมเอกสารที่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตมาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าตั้งแต่ปี 2551 นางรจนาได้เปิดบัญชีเพื่อรับโอนเงินจากกองทุนเสมาฯ รวม 22 บัญชี และได้โอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นรวม 31 บัญชี ซึ่ง 22 บัญชีที่เปิดไว้เพื่อรับทุนนั้น ระหว่างที่กระทรวงศึกษาตรวจสอบการทุจริต พบว่าต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมาเงินถูกถอนออกไปทั้งหมด และมีการแจ้งปิดบัญชีทั้งหมดแล้ว

           "ป.ป.ท.ตรวจสอบพบข้อบกพร่อง 3 ประเด็นที่ทำให้เกิดการทุจริต คือ 1.การไม่กำหนดตัวบุคคลที่จะรับทุน โดยพิจารณาอนุมัติทุนตามที่โรงเรียนร้องขอใน 4 กลุ่มโรงเรียน และไม่ระบุชื่อเจ้าของบัญชีและเลขที่บัญชีที่รับโอนเงินจากกองทุนเสมาฯ 2. หลังอนุมัติทุนการศึกษาไม่มีการติดตามผลว่านักเรียนได้รับทุนหรือไม่ และ 3.กระทรวงศึกษาในฐานะผู้อนุมัติทุนหรือโรงเรียนผู้รับทุนมีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตหรือไม่ เนื่องจากมีการทวงถามทุนการศึกษามายังกระทรวงศึกษาฯ แต่กระทรวงปฏิเสธว่าไม่มีทุน ในประเด็นนี้จะต้องตรวจสอบว่าใครรับเรื่องและปฏิเสธการจ่ายทุนทั้งที่ทุนการศึกษาได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการแล้ว "พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว

           พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวอีกว่า เร็ว ๆ นี้ป.ป.ท.จะทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้จัดส่งระเบียบการอนุมัติทุนทั้งหมดมาประกอบการไต่สวนความผิดทางอาญา เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 51 ในส่วนของเซิร์ฟเวอร์ที่ป.ป.ท.ยึดมาได้กำลังส่งให้บก.ปอท.ตรวจสอบข้อมูล เนื่องจากมีข้อสงสัยว่านางรจนาเป็นเพียงผู้ช่วยเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติทุน มีหน้าที่ในการจดบันทึกประชุมและวาระงบประมาณต่างๆ หลังจากมีการอนุมัติเงินทุนการศึกษาแล้วผู้มีอำนาจจะลงนามอนุมัติตามระดับชั้น ซึ่งปลัดกระทรวงหรือรองปลัดกระทรวงที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย แต่ทำไมนางรจนาจึงมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการเบิกจ่ายเงินคนเดียว ซึ่ง ป.ป.ท.ก็จะร่วมกับ ศธ.ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่  ในส่วนนี้นางรจนาอาจจะมีความผิดทางแพ่งฐานละเมิดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายเงินทุน พบว่าบางปีมีการทุจริตเงินทั้งก้อนโดยที่นักเรียนไม่เคยได้รับทุนเลย

           พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยถึงการตรวจสอบเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง ซึ่งพบการทุจริตแล้ว 53 จังหวัด มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้าราชการแล้ว 45 คน ส่วนที่เหลืออีก 23 จังหวัดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ  นอกจากนี้ การตรวจสอบงบศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่นั้น เบื้องต้นพบมีเจ้าหน้าที่กองทุนมาขอเอกสารสำเนาบัตรประชาชนอ้างว่าจะนำไปเบิกงบต่างๆ โดยชาวบ้านแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือเลย ขณะที่บางส่วนได้รับเงินเพียง 1,000 บาทเท่านั้น หลังจากนี้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

           ขณะที่แหล่งข่าวจากป.ป.ท.เปิดเผยว่า สำหรับการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของนางรจนา ระหว่างปี 2551-2561 พบว่า มีการโอนเงินจากกองทุนเสมาฯ เข้าบัญชีของสถานศึกษา จำนวน 173,009,510 บาท และโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นๆ ซึ่งเป็นเครือญาตินางรจนา 22 บัญชี  89,993,372 บาท  โดยแต่ละคนจะเปิดบัญชีตั้งแต่ 1-7 บัญชี  ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเงินในปี 2560 พบว่ามีนายวิโรจน์ (สงวนนามสกุล) เปิดบัญชีสูงสุด 7 บัญชี รับโอนเงินและพักเงินไว้ตั้งแต่หลักแสนบาทจนถึงหลักล้านบาท รวมทั้งหมด 7 ล้านบาท ขณะที่น.ส.สุพิชฌาย์ (สงวนนามสกุล) รับโอนเงิน 2 บัญชี จำนวนเงิน 1.8 ล้านบาท และนายฉลอง (สงวนนามสกุล) รับโอนเงิน 1 บัญชี รวม 1.5 ล้านบาท ส่วนรายอื่นๆ รับโอนเงินตั้งแต่ 55,000-800,000 บาท  รวมมีบัญชีของบุคคล 10 รายที่รับเงิน 18 บัญชี ทำรายการโอนเงินทั้งหมด 52 รายการ จำนวนเงินที่โอนรวมทั้งหมด 12.8 ล้านบาท นอกจากนี้ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยังได้ทำธุรกรรมการเงินในแต่ละครั้งในหลักแสนบาท เพื่อหลบเลี่ยงการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยตามกฎหมายฟอกเงิน