
การเมือง หน้า 1- e5
11 ธ.ค. 2551
การเมือง หน้า 1- e5
เกมพลิก "แม้ว" ล็อกพรรคร่วม-ดูดกลุ่มเนวิน ดัน "ประชา" นั่งนายกฯ ด้าน "เพื่อนเนวิน" แฉขั้วอำนาจเก่าขู่ "เนวิน" หลังทวงบุญคุณไม่สำเร็จ สั่งเสธ.คนดังล็อกตัว ขณะที่เจ้าตัวตอบกลับ "ทุกอย่างจบแล้วครับนาย" ปชป.ยื่น 240 ชื่อขอเปิดสภาโหวตนายกฯ "เติ้ง"บ่นอยากบวช "เสนาะ" ดันรัฐบาลแห่งชาติแก้วิกฤติ
แกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชาชน ยังเดินหน้าพลิกเกมจัดตั้งรัฐบาลให้มาอยู่ในมือ ล่าสุดมีรายงานข่าวเปิดเผยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยและแกนนำอดีตพรรคพลังประชาชน ได้พยายามพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินตลอดทั้งวัน เพื่อดึงกลับมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยคณะเจรจาซึ่งประกอบด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยอดีต ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ย้ายมาพรรคเพื่อไทย ได้นัดพบเจรจากับนายเนวิน ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ เพื่อให้กลับมาร่วมกันทำงานต่อไป
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า กรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เรียก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน และพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มาพบที่บ้านพักเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ภายหลังจากที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าพบก่อนหน้านี้ ทราบว่า ทั้ง 3 คนยอมรับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ที่จะให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้ทั้งสามคนไปตกลงกัน เบื้องต้นทราบว่า พล.ต.อ.ประชา จะได้เป็นนายกฯ คนใหม่
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่เบื้องต้นถูกวางตัวว่าจะให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนับสนุนนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณสั่งให้ ร.ต.อ.เฉลิมถอย เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.ประชาแล้ว
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รักษาการ รมช.สาธารณสุข ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปประชุมพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย สามารถรวบรวมส.ส.พรรคพลังประชาชน มาอยู่ร่วมพรรคได้เกือบเท่าจำนวนเดิม ขาดเพียง 10 กว่าคนที่ยังไม่ย้ายเข้ามาอยู่ เท่ากับว่าตัวเลข ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยค่อนข้างนิ่งแล้ว ซึ่งตามมารยาททางการเมืองเมื่อพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเดิมถูกยุบ แต่หากสามารถรวบรวม ส.ส.ได้เหมือนเดิม ก็ควรให้เกียรติจัดตั้งรัฐบาลก่อน
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.นายพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าว โดยว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีเสียง ส.ส.สนับสนุนเกือบ 230 เสียง และมี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินที่เข้ามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยแล้ว ตอนนี้กลุ่มเพื่อนเนวินเหลือเพียง 15-17 คน ที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์
ข่าวแจ้งว่า ตัวเลข ส.ส.ที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่ามีอยู่ในมือเกือบ 230 เสียงนั้น แยกเป็นพรรคเพื่อไทยประมาณ 190 เสียง รวมถึงเสียงจากพรรคประชาราช 5 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 21 เสียง ขณะเดียวกันเชื่อว่าเมื่อสามารถจับกลุ่มรวมกันได้แล้ว พรรคร่วมอื่น คือพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จะตามเข้าร่วมรัฐบาลเอง
ขั้วเก่าขู่ส่งเสธ.คนดังล็อกตัว "เนวิน"
การเปลี่ยนขั้วกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของกลุ่มเพื่อนเนวิน ส่งผลให้ขั้วอำนาจเก่าแสดงความไม่พอใจอย่างมาก แม้จะมีความพยายามติดต่อให้กลุ่มหันมาสนับสนุนขั้วการเมืองเดิม แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนเกิดการโทรศัพท์มาต่อว่านายเนวินอย่างรุนแรง
รายงานข่าวจากกลุ่มเพื่อนเนวินเปิดเผยว่า แกนนำขั้วอำนาจเก่าบางคนโทรศัพท์มาต่อว่านายเนวิน พร้อมกับขู่อาฆาตว่า "ทำอย่างนี้ก็คงอยู่ร่วมกันไม่ได้" โดยมีรายงานว่ามีการสั่งการให้นายทหารระดับ เสธ.คนดัง ที่ขั้วอำนาจเก่ามีความสนิทสนมด้วย ตามประกบตัวนายเนวิน
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณได้สั่งให้แกนนำพรรค เช่น นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พยายามต่อสายถึงนายเนวิน แต่นายเนวินไม่ยอมรับโทรศัพท์ พ.ต.ท.ทักษิณจึงต้องต่อสายหานายเนวินด้วยตัวเองในวันนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้โทรถึงนายเนวินครั้งหนึ่ง โดย พ.ต.ท.ทักษิณต่อว่านายเนวินว่า ไม่สำนึกบุญคุณ หลังจากที่นายเนวินยืนกรานว่าจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า มีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนโทรศัพท์มาประสานเพื่อให้นายเนวินนำกลุ่มเพื่อนเนวินกลับไป แต่นายเนวินเลือกคุยกับบางคนเท่านั้น รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเองก็โทรสายตรงมาหานายเนวินเช่นกัน หลังจากที่โทรมาตั้งแต่วันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ มาจนถึงวันนี้ แต่ในวันนี้เท่าที่เห็นการสนทนาทางโทรศัพท์ของนายเนวินกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายเนวินมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยนายเนวินเป็นฝ่ายฟังมากกว่า โดยพูดก่อนจบการสนทนาว่า "ทุกอย่างจบแล้วครับนาย"
ปชป.ยื่น 240 ส.ส.เปิดสภาโหวตนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองที่จะร่วมกันยื่นรายชื่อ ส.ส.ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดเดิมจะไปยื่นในเวลา 10.30 น. แต่ต้องรอพรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เนื่องจากกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยเดิม ได้มารออยู่ก่อนหน้าแล้ว โดยได้ส่งตัวแทนมา พรรคชาติไทยเดิม ส่งนายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดินส่ง นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดรธานี กลุ่มเพื่อนเนวิน นำโดยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม พรรคมัชฌิมาฯ นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท กระทั่งเวลา 11.30 น. พรรครวมใจไทยฯ ได้มอบหมายให้นายประเชิญ ติยปัญจนิตย์ ผอ.พรรค มาแทน ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยฯ จะเดินทางมาด้วยตัวเอง
จากนั้นคณะได้เดินทางไปยื่นรายชื่อต่อนายชัย ที่ห้องรับรองชั้น 2 อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อดำเนินการให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ นายสุเทพกล่าวว่า การรวบรวมรายชื่อสมาชิกตามมาตรา 196 คือจำนวน 1 ใน 3 คือ 129 เสียง เพื่อให้เปิดสภาสมัยวิสามัญเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ สามารถรวบรวมรายชื่อสมาชิกได้ 240 คน
นายชัยกล่าวหลังรับคำร้องว่า จะได้มอบหมายให้นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อตามขั้นตอน ซึ่งตามปกติจะใช้เวลาตรวจสอบรายชื่อประมาณ 3 วัน ถึงจะนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อขอเปิดประชุม ทั้งนี้เมื่อมีการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วตนคงหมดหน้าที่และตามมารยาทแล้ว คงลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้สนับสนุนซึ่งเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์แจกให้แก่สื่อมวลชนมี ส.ส.ลงลายมือชื่อจำนวน 240 แบ่งเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 163 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 15 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 21 คน โดยมี ส.ส.จากอดีตพรรคพลังประชาชนอยู่ในส่วนนี้เพิ่มอีก 4 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 8 คน จากพรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม 8 คน และกลุ่มเพื่อนเนวิน 21 คน ทั้งนี้ มีลายมือชื่อของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมลงชื่อด้วย
คาดเปิดสภา 12 หรือ 15 ธ.ค.นี้
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คาดว่าจะสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้เร็วที่สุดวันที่ 12 ธันวาคม หรือไม่ก็เป็นวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพราะมีความต้องการที่จะให้ได้รัฐบาลและนายกฯ คนใหม่ก่อนปีใหม่ ซึ่งช่วงระยะเวลาเปิดสภาสมัยวิสามัญมี 15 วัน อย่างไรก็ตามไม่ได้เป็นห่วงว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินมาในวันที่ 13 ธันวาคม เพราะเชื่อว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เนื่องจากขณะนี้บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแล้ว
กลุ่มเพื่อนเนวินลั่นถอยเป็นหมา
ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา จากกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า กลุ่มจะไม่กลับไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน เพราะยืนยันชัดเจนแล้วว่า "ถอยเป็นหมา" จะเดินหน้าเพื่อชาติ แม้ขณะนี้จะเผชิญกับแรงกดดันและแรงเสียดทานจากชาวบ้าน พร้อมทั้งวิธีการดูดสารพัด เพราะขณะนี้กลุ่มเพื่อนเนวินมีทั้งหมด 37 คน แต่มาลงชื่อเพียง 21 คน ที่เหลือยังไม่กล้าเปิดเผยชื่อ เพราะถูกโจมตีทางการเมือง ดังนั้นในวันโหวตเลือกนายกฯ เชื่อว่าจะมีเสียงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
"มาร์ค" มั่นใจ 260 เสียงไม่พลิก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่อง ส.ส.จะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า ขณะนี้เรามีเสียงเกิน 260 เสียงแล้ว คิดว่าคงมีความพยายามจากพรรคเพื่อไทยและอดีตนายกรัฐมนตรี ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลง แต่ทุกฝ่ายควรคิดว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองผ่านวิกฤติและเดินหน้าต่อไปได้
ส่วนการต่อรองโควตานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่มีโควตา ทุกอย่างจะดำเนินการตามความเหมาะสม
ถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ยืนยันหรือไม่นายกฯ จะเป็นนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ในการประสานงานกับพรรคต่างๆ ก็ไม่มีประเด็นนี้ เรียนว่าถ้าตกลงทำงานร่วมกัน ถึงวันนี้ไม่มีปัญหาอะไร
เปิดโผ ปชป.ยึดคลัง-ศธ.-ความมั่นคง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า หากพรรคประชาธิปัตย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ ในส่วนของการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีนั้น เบื้องต้นได้มีการตกลงกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ การศึกษา และความมั่นคง โดยจะยังคงให้ตำแหน่งรัฐมนตรีแก่พรรคร่วมในสัดส่วนเดิมที่เคยเป็น คือ พรรคชาติไทย ยังคงได้ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ รมช.คมนาคม
ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม รมช.คลัง และ รมช.มหาดไทย พรรครวมใจไทยฯ ได้ 2 ตำแหน่ง ได้แก่ รมว.พลังงาน และรมช.คลัง ส่วนกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ รมว.คมนาคม รมช.คมนาคม รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ รมช.มหาดไทย
ข่าวแจ้งว่า ส่วนตำแหน่งที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ โดยมี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นั่งเลขานุการนายกรัฐมนตรี นายชินวรณ์ บุญเกียรติ เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น รมว.มหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ส่วนกระทรวงการต่างประเทศนั้น ขณะนี้มีการช่วงชิงกันระหว่างนายกษิต ภิรมย์ อดีตทูตหลายประเทศ กับนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรค ส่วนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้นั่งตำแหน่ง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนคนที่คาดว่าจะได้ตำแหน่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ลงกระทรวงไหน คือ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต ส.ส.แพร่
สำหรับกระทรวงการคลังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เบื้องต้นมีการวางตัวไว้ที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค แต่ก็มีการกันตำแหน่งไว้ 2 ตำแหน่ง สำหรับคนนอกที่มีความรู้ความสามารถและเรียกความเชื่อมั่นจากทุกส่วนได้ โดยมีรายงานข่าวว่า แกนนำพรรคได้ทาบทาม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย มาเป็นรัฐมนตรี และวางนายกรณ์เป็น รมช.คลัง แทน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายห้ามผู้บริหารสถาบันการเงินมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลังพ้นตำแหน่งมาเป็นรัฐมนตรี
ส่วนรัฐมนตรีกลาโหมนั้น พรรคประชาธิปัตย์วางไว้คือ 3 ตัวเลือก คือ พล.อ.พิชาญเมธ ม่วงมณี ส.ส.สัดส่วน รมว.กลาโหม (เงา) พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขานุการ คมช.และ พล.ต.มนูญกฤติ รูปขจร อดีต ส.ส.สัดส่วน
มีรายงานข่าว พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า หาก นายชัย ชิดชอบ จะลาออกจากการเป็นประธานสภา เพื่อมารับตำแหน่ง รมว.คมนาคม ตามความต้องการของนายเนวิน ทางพรรคได้วางตัวให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไปนั่งเป็นประธานสภาแทน
เข้าพบ "เติ้ง" ขอคำแนะนำการเมือง
ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค และ ส.ส.พรรคอีกกว่า 40 คน เข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อขอคำแนะนำ พร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบสีแดงให้ โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่ามาขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง
ทั้งนี้ นายบรรหารยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์เหมาะที่จะเป็นนายกฯ เพราะมีความรู้ความสามารถ เป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่จะสามารถบริหารประเทศได้ พร้อมทั้งแนะนำให้พรรคการเมืองทุกพรรคแสดงความยินดีต่อพรรคที่มีโอกาสในการเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจและความแตกแยกในสังคม และยืนยันว่าการหารือในครั้งนี้ไม่ได้มาเป็นการส่งเทียบเชิญ เพราะตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่มาขอคำแนะนำในการคลี่คลายปัญหา
นายบรรหารกล่าวตอบคำถามที่ว่าในฐานะที่เป็นมังกรทางการเมือง มองแววความเป็นนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์อย่างไรว่า ไม่ได้เป็นมังกรการเมือง ตนเป็นแค่มังกือการเมือง เพราะมังกรถูกเด็ดหัวเด็ดหางไปเรียบร้อยแล้ว และหากจะมองในแง่ส่วนตัวนักการเมืองรุ่นตนหมดสมัยไปแล้ว โอกาสคงจะเป็นแค่ที่ปรึกษา การเมืองสมัยใหม่ต้องการคนหนุ่มไฟแรง มีความรู้ความสามารถ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีความอดทน ขยัน ใครอยู่ในแนวทางนี้ก็สามารถเป็นนายกฯ ได้
ชี้สถานการณ์ขณะนี้อยากบวช
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.30 น. นายบรรหารได้เรียกอดีตกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.ที่ไม่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม ณ ที่ทำการพรรคชาติไทยเดิม เพื่อชี้แจงถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายหลังพ้นสภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะต้องชี้แจงบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน นับจากวันพ้นตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้คิดว่าทำให้รู้สึกเบื่อไหม นายบรรหารกล่าวว่า



