
ดราม่า!! แม่โอด รอหมอ 2 ชั่วโมงจนลูกสาวตาย
โซเชียลเดือด!! คุณแม่โอดรอหมอนานกว่า 2 ชั่วโมงจนลูกสาววัย 1 ขวบ 7 เดือนต้องตาย ลั่นไม่อยากได้อะไรแค่อยากให้โรงพยาบาลใส่ใจคนไข้มากกว่านี้
จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟสบุ๊กชื่อว่าAunAun Yuppayongโพสต์ข้อความว่า แจ้งอาการน้องอันนาค่ะ น้องอ้วกตอนเช้าวันที่23มีนาคม2561 3ครั้ง พาน้องมาโรงบาลถึงตอน10โมงเช้า น้องยื่นบัตรซักประวัติโดนส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลบอกให้รอหมอเด็ก ช่วง11โมงพยาบาลเจาะเลือดให้น้ำเกลือ12.00ส่งน้องขึ้นบรอด12.05
น้องชักเกร็งผู้ช่วยพยาบาลบอกไม่เป็นไร 12.10น้องชักอีกรอบตาของน้องรีบพาเข้าไปพบพยาบาลในห้องเพราะน้องได้นอนรอเตียงอยู่ด้านนอกถึงมือพยาบาลจับน้องเช็ดตัวทั้งๆที่น้องไม่มีไข้ พยาบาลโทรหาหมอเด็กว่าเด็กชัก หมอสั่งให้พยาบาลให้ยากันชัก หมอมาตรวจไม่พูดอะไร บอกแค่น้องจะซึมเพราะยาที่ได้รับ
บ่ายโมงกว่าๆน้องหายใจผิดปกติ เรียกพยาบาลมาดูพยาบาลบอกว่าเป็นปกติค่ะเพราะเด็กใส่เครื่องช่วยหายใจ14.00หมอ ที่ไม่ใช่หมอเด็กโดยตรงมาดู พูดว่าน้องอาการแย่หายใจผิดปกติ ...กูเริ่มงง..เมื่อกี้พยาบาลบอกน้องหายใจปกติ หมอเริ่มหาชีพจรน้องไม่เจอ บอกต้อง CPR พยาบาลบอกไม่ต้อง พยาบาลจับน้องพ่นยา
หลังจากนั้นอาการน้องเริ่มหนัก หมอก็ให้ยานู้นนี้นั้นเยอะแยะไปหมด หมอเด็กมาจับดูตัวน้องนู้นนี่นั้นแล้วแจ้งญาติว่าน้องติดเชื้อในกระแสเลือด เข้าขั้นวิกฤต ต้องส่งสุรินทร์ซึ่งตอนที่หมอแจ้งหมอกูรู้ว่าน้องโคม่า แต่พวกคุณๆทั้งหลายไม่กระตือรือล้นที่จะรีบส่งตัวน้องมาโรงบาลใหญ่ พวกคุณบอกกับญาติแค่ว่าเราไม่มีพยาบาลที่จะขึ้นรถมาด้วยเลย (นั้นไม่ใช่ประเด็นหลักสิ่งที่กูส่งสัยคือพยาบาลบางคนบอกว่าเมารถบ้างเข้ากะตอนเช้าบ้างรอกะบ่ายมาเปลี่ยนบ้างอะไร พวกคุณใจเย็นมากในขณะที่น้องไม่ตอบสนองอะไรเลย)
สุดท้ายแล้วพยาบาลที่พาน้องส่งตัวมาสุรินทร์ก็โดนโทรตามมาจากไหนไม่รู้ นางมาถึงแบบงง ๆไม่รู้เรื่อง ไม่อยากที่จะมากับเราน้อง ออกจากโรงบาลในตัวอำเภอช่วง17.00ตลอดทางพยาบาลคุยกันตลอดว่าไม่ได้อยากมาส่งน้องที่สุรินทร์เราก็ไม่รู้หรอกเพราะอะไร มาถึงโรงพยาบาลในตัวจังหวัด
18.00 น.น้องเข้าห้องฉุกเฉินแล้วย้ายขึ้นICUหมอและพยาบาลหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร หมอแจ้งคร่าวๆว่าน้องอาจจะมีอาการทางสมอง ต้องรอสแกนก่อน21.35หมอบอกผลสแกนว่าน้องมีเลือดออกในสมองทำให้สมองตายม่านตาก็ไม่ตอบสนองสมองบวมปรึกษากับหมอศัลยกรรมแล้วว่าผ่าตัดไม่ได้ตอนนี้มีโอกาสรอด5%ให้ญาติทำใจเพราะน้องมีชีวิตอยู่ได้ด้วยยากระตุ้นความดัน ตอนนี้รอยากระตุ้นหมดน้องก็จะได้ไปสบายแล้ว
วันนี้(26มี.ค.2561) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่14หมู่14บ้านโนนตาล ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ พบ น.ส.ยุพยงค์ สุโข อายุ24ปี แม่ของ ด.ญ.ชญานุศภัฒค์ สุโข หรือน้องอันนา อายุ 1 ขวบ7เดือน ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพผู้ตาย หลังจากถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดสุรินทร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งบรรยากาศงานศพเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพียงญาติ ๆ และเพื่อนสนิท มาช่วยกันจัดงานศพน้องอันนา
น.ส.ยุพยงค์ สุโข อายุ24ปี แม่ของ ด.ญ.ชญานุศภัฒค์สุโข หรือน้องอันนา เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกสาวเพียง1คน อายุ1ขวบ7เดือน ซึ่งน้องอันนานั้นร่างกายแข็งแรงดี เมื่อเช้าวันที่23มีนาคม2561น้องอันนามีอาการอาเจียน3ครั้ง ตนจึงพาน้องมาที่โรงพยาบาลรัตนบุรี มาถึงตอน10โมงเช้า ตนได้ยื่นบัตรซักประวัติ น้องอันนาได้ส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลบอกให้รอหมอเด็กช่วง11โมง
ต่อจากนั้นพยาบาลก็มาเจาะเลือดให้น้ำเกลือในเวลา12.00น. ต่อมาตอนบ่ายโมงกว่าๆ น้องหายใจผิดปกติ ตนจึงเรียกพยาบาลมาดู พยาบาลบอกว่าเป็นปกติค่ะเพราะเด็กใส่เครื่องช่วยหายใจ และเวลา14.00น. หมอที่ไม่ใช่หมอเด็กโดยตรงมาดู พูดว่าน้องอาการแย่หายใจผิดปกติ ต้องรีบส่งตัวเข้าโรงพยาบาลประจำจังหวัดสุรินทร์ แต่ทำไมไม่กระตือรือล้นที่จะรีบส่งตัวน้องอันนามาโรงพยาบาลจังหวัด และพยาบาลจะไม่มาด้วยอีก
น.ส.ยุพยงค์ สุโขแม่ของน้องอันนา กล่าวอีกว่า ที่ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะต้องการให้ รพ.นี้มีการแก้ไขปรับปรุงกันซักที เหตุการณ์ลักษณะนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นหรือลูกหลานต่อไปอีก พร้อมกับอยากให้ทางโรงพยาบาลรัตนบุรี ช่วยออกมาชี้แจงเรื่องพยาบาลที่รับเรื่องของน้องอันนา และทีมพยาบาลที่จะส่งตัวน้องอีกด้วย
ด้านน.ส.สุภาภรณ์ สุโข อายุ29ปี ป้าของด.ญ.ชญานุศภัฒค์สุโข หรือน้องอันนา กล่าวว่า ตนอยากได้คำชี้แจงให้ชัดเจน ในเรื่องการรักษาของน้องอันนา ที่โรงพยาบาลรัตนบุรี ว่าทำไมพวกคุณไม่กระตือรื้อล้นให้มากกว่านี้ ทั้งๆ ที่พวกคุณก็พูดกันอยู่ว่าอาจจะเกี่ยวกับสมอง อีกเรื่องการส่งตัวน้องอันนา ช้าเกือบ2ชั่วโมงทั้ง ๆ ที่น้องอันนาก็มีอาการหนักมากพวกคุณเตรียมตัวชี้แจงให้ละเอียดเพราะเราไม่จบแค่นี้ เราไม่ได้ต้องการที่จะโทษใคร แต่ในบางเรื่องเราต้องการ การชี้แจง จากพยาบาลที่รับเรื่องของน้อง และทีมพยาบาลที่จะส่งตัวน้องอันนา
"ถ้าเป็นลูกหลานคุณบ้าง คุณจะประปฏิบัติกับเค้าแบบนี้หรือเปล่า และบุคคลากรโรงพยาบาลรัตนบุรีแย่มากถ้าพวกคุณไม่ช้าน้องอันนาคงไม่ตาย เราไม่ต้องการอะไรเลยนอกจากขอเรียกร้องในการใส่ใจผู้ป่วย การช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่ใช่เพิกเฉยหรือปล่อยผ่านแบบนี้ เราศูนย์เสียไปแล้ว แต่ที่จะให้เกิดขึ้นต่อไปคือมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวหรือลูกหลานใครอีกเลย เราไม่ได้โทษใคร แต่ให้เสียงของสังคมเป็นกำลังในการตัดสินต่อไป"น.ส.สุภาภรณ์ กล่าว
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงพยาบาลรัตนบุรี เพื่อขอเข้าพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัตนบุรี ทราบว่า ผอ.รพ.ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ จึงขอพบรอง ผอ.รพ.รัตนบุรี ทราบว่าได้เดินทางไปส่ง ผอ.รพ.ที่จังหวัด ทางเจ้าหน้าที่ รพ.จึงแจ้งว่าจะติดต่อมาทางสื่อมวลชนภายหลัง



