ข่าว

ระดมนักสืบ ล่าฆาตกร  ฆ่าปาดคอแท็กซี่

ระดมนักสืบ ล่าฆาตกร ฆ่าปาดคอแท็กซี่

26 มี.ค. 2561

สมุทรสาคร-รองผบช.ภ.7 ลงพื้นที่ตรวจดูสภาพรถแท็กซี่เหยื่อถูกฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ ระดมนักสืบล่าฆาตกร

 

 

          สมุุทรสาคร-เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 26 มีนาคม 2561 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุททรสาคร และพ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบก.สส.ภ.7 ได้เดินทางมาที่ สภ.บางโทรัด เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้า

 

          ในคดีที่นายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี คนขับรถแท็กซี่บุคคล สีเขียวเหลืองหมายเลขทะเบียน 1 มก 9505 กรุงเทพมหานคร ถูกคนร้ายใช้ของมีคม (มีดคัตเตอร์) ฆ่าปาดคอเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง แล้วทิ้งศพกับรถไว้ที่บริเวณกองขยะ ถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร

 

         โดยมีทรัพย์สินที่สูญหายไปคือ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่หลิว 1 องค์ เงินสดจำนวนมากแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตอีก 1 เครื่อง

 

 

ระดมนักสืบ ล่าฆาตกร  ฆ่าปาดคอแท็กซี่

 

         ทั้งนี้เมื่อรองผู้บัญชาการและคณะมาถึง ก่อนที่จะเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลแนวทางการสืบสวนลับนั้น ก็ได้เดินทางไปดูสภาพรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ ดูคราบเลือด และสิ่งของต่างๆ ที่ตกอยู่ภายในรถ โดยมีพ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ ผกก.สภ.บางโทรัด พร้อมด้วย พ.ต.ท.นนท์ ภักดีพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางโทรัด และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งของจังหวัดสมุทรสาครและของตำรวจภูธรภาค 7 ตลอดจนเจ้าหน้าที่วิยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแกะรอยตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีสะเทือนขวัญนี้

 

         ด้านพล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการภาค 7 บอกถึงความคืบหน้าในการติดตามคดีนี้ว่า คดีนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ถือว่าเป็นคดีที่โหดร้ายต่อเหยื่อมาก ทางผู้บัญชาการภาค 7 ได้สั่งการให้ตำรวจสืบทั้งจังหวัดสมุทรสาครและสืบสวนภาค 7 สนธิความร่วมมือกันในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน ส่วนรายละเอียดนั้นจะต้องไปรับฟังข้อมูลจากพิสูจน์หลักฐานและตำรวจสืบสวนเพื่อหาข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

 

         พล.ต.ต.กฤษณะฯ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ได้มาดูสภาพรถคันที่ถูกก่อเหตุแล้ว ก็ได้สั่งการให้ทางพิสูจน์หลักฐานนั้นนำมวลดิน หรือ เศษดินที่พบอยู่ในรถไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อดูว่ามวลดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพราะถ้าหากได้ตัวผู้ต้องสงสัยมาแล้วก็จะสามารถนำรองเท้าตรวจหามวลสารได้ หากตรงกับส่วนประกอบที่ตรวจได้จากเศษดินในรถ ก็เชื่อได้ว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการตรวจเปรียบเทียบกับที่เกิดเหตุและตรวจดีเอ็นเอในรถ ว่ามีดีเอ็นเอของใครบ้าง ส่วนมูลเหตุของการฆาตรกรรมนั้น เรื่องของความโกรธแค้นยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ แต่เบื้องต้นก็เชื่อว่าเป็นการฆาตรกรรมเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์

 

       ขณะที่เรื่องของภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ทราบว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณคิวรถแท็กซี่มาแล้ว โดยภาพสุดท้ายที่เห็นนายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก จอดรถอยู่ที่คิวก่อนจะออกมาเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น พบว่า ตอนที่ขับรถออกมาได้ขับรถออกมาเพียงคนเดียวไม่มีผู้โดยสารนั่งมาด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดในสถานที่อื่นๆ ก็อยู่ระหว่างการติดตามภาพ