ข่าว

ม็อบเกษตรกรกว่า 100 บุก ธ.ก.ส.ชัยนาท ผิดสัญญา

ม็อบเกษตรกรกว่า 100 บุก ธ.ก.ส.ชัยนาท ผิดสัญญา

26 มี.ค. 2561

เกษตรกรพื้นที่จังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 100 คน เดินทางมายัง ธ.ก.ส.ชัยนาท หลังไม่ทำตามข้อตกลงที่หารือกันไว้กับ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่

 

               26 มี.ค. 61  เมื่อเวลา 09.00 น.  เกษตรกรพื้นที่จังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวนกว่า 100 คน เดินทางมายังสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) อ.เมืองชัยนาท หลังทาง ธ.ก.ส. ไม่ทำตามข้อตกลงที่ได้หารือกันไว้ระหว่างกลุ่มสหพันธ์เกษตรแห่งประเทศไทย และตัวแทนสมาชิกกลุ่ม กับ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ โดยมีนายชัพพ์ คงมนต์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อ ธ.ก.ส. เป็นประธานในการหารือ

               ผลการหารือได้ข้อสรุปว่า ธ.ก.ส. จะยังคงทำการชะลอการฟ้องร้องหนี้สินของเกษตรกรไว้ก่อน ทั้งในส่วนที่ดำเนินคดีแล้วและยังไม่ได้ดำเนินคดีความ ส่วนคดีที่มีการดำเนินการบังคับคดีไว้แล้ว จะต้องมีการขายทอดตลาดก็ให้ชะลอไว้ก่อน และอีกเรื่องหนึ่งคือ ทาง ธ.ก.ส. จะต้องไม่หักเงินฌาปนกิจ หรือเงินช่วยเหลืออื่นใดที่รัฐฯ จัดสรรให้แก่เกษตรกร จากหนี้สินที่ติดไว้ ตามบันทึกช่วยจำเมื่อ 11 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีเกษตรกรถูกดำเนินคดีไปแล้วส่วนหนึ่ง และที่ดินของเกษตรกรก็ยังถูกขายทอดตลาดเหมือนเดิม
               นางสาวสุวภัทร์ พลกลาง ตัวแทนเครือข่ายสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า วันนี้ที่ออกมาเคลื่อนไหวก็เนื่องจากทาง เจ้าหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ได้มีการไปบังคับฟ้องให้สมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเซ็นเอกสารแล้วยึดที่ดินเพื่อขายทอดตลาด ทั้งๆ ที่ได้มีข้อตกลงกันแล้ว ซึ่งตอนนี้ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เล็งเห็นปัญหาแล้วให้เกษตรกรสามารถใช้สิทธิ์ในความเดือดร้อน ซึ่งเกษตรกรทุกอำเภอได้รับความเดือนร้อน มีประมาณ 1,000 กว่าราย และวันนี้หากเกษตรกรไม่ออกมาเคลื่อนไหวก็จะเสียที่ดินทำกินอย่างแน่นอน โดยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ได้เดินทางเพื่อไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็รับปากว่าจะดำเนินการให้ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เจอประเด็นในเรื่องยึดที่ดินขึ้นมาอีก โดยให้เกษตรกรเซ็นเอกสาร ซึ่งการให้เซ็นเอกสาร มี 2 กรณี คือ บางคนยึดเพื่อขายทอดตลาด และบางคนยึดเพื่อจะเอาไปขาย หากเกษตรกรยินยอมเซ็นก็สามารถที่จะไปทำเป็นคดีฟ้องร้องกันได้