
"ปูนปั้น" ก้าวที่ 9 ของศิลปะเพื่อศิลปินไทย
เป็นอีกวาระหนึ่งที่หน่วยงานทั้ง 5 อันได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ สมาคมประติมากรไทย และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกันจัดกิจกรรม "การประกวดปูนปั้นแห่งประเทศไทย" ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 โดยมี
สำหรับในปีนี้ การประกวดปูนปั้นได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 261 ชิ้น ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา โดยคณะกรรมการได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทการปั้นปูนสดหรือปูนโบราณ โดย รังสิมันต์ อินทร์ใจเอื้อ เจ้าของผลงาน "เสด็จดาวดึงส์" เป็นผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ส่วน ประเภทการปั้นปูนสำเร็จรูป ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 2 ระดับ ได้แก่ระดับเยาวชนผลงาน "สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต" ของ ยุรนันท์ เรราช คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ขณะที่ระดับประชาชนทั่วไปเป็นของ มงคล ฤาชัยราม เจ้าของผลงาน "สายธารแห่งน้ำใจ" ส่วน ประเภทผลงานสำเร็จรูปหรือผลงานลอยตัว เป็นของวิสาขะ วงษ์สุวรรณ์ เจ้าของผลงาน "สัจจะ วาจา เมตตาบารมีธรรม"
ภายในงาน นายแพทย์เกษม วัฒนชัย กล่าวว่า ประเทศไทยร่ำรวยศิลปวัฒนธรรม แต่ไม่ค่อยไม่ใครหยิบจับเอามาใช้อย่างจริงจัง แต่ถึงกระนั้นก็เป็นความโชคดีของของศิลปะปูนปั้นที่ได้องค์กรต่างๆ รวมถึงชาวบ้านที่มีฝีมือมีความชำนาญช่วยส่งเสริมและสืบสาน ดังจะเห็นได้จากในปัจจุบันที่ศิลปะแขนงนี้ได้แทรกซึมเข้ามาให้เห็นในชีวิตประจำวันมาขึ้นทั้งในโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่จะเห็นศิลปะเหล่านี้ได้เฉพาะ แต่ในวัด หรือพระราชวังเท่านั้น จึงอยากจะฝากให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทำการศึกษาเพื่อให้เกิดเป็นระบบต่อไป เพราะศิลปะทุกแขนงที่บรรพบุรุษทำมา ต่างได้วางระบบไว้อย่างดี และถ้าเราได้ศึกษาให้ลึกซึ้งเชื่อว่าจะเข้าใจระบบจนสามารถสืบสานต่อไปได้จนชั่วลูกชั่วหลาน
ขณะที่ นนทิวรรณธน์ จัทนะผะลิน นายกสมาคมประติมากรไทย และ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม ในฐานะประธานกรรมการการตัดสิน กล่าวว่าปูนปั้นเป็นศิลปะของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยเชียงแสน สุโขทัย อยุธยาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับกิจกรรมการแข่งขันปูนปั้นที่จัดติดต่อมากันมา 9 ปี เห็นได้ชัดเจนว่ามีการพัฒนาขึ้นมากทั้งในเรื่องการออกแบบ คุณภาพ และตัวบุคคล แต่ก็ยังอยากให้ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ออกไปมากๆ เพราะเท่ากับว่าช่วยเปิดตลาดให้โลกได้รับรู้ถึงฝีมือของช่างไทย ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างเงินต่อไป
ส่วนทางด้านหนุ่มสุพรรพบุรีเจ้าของรางวัลปูนปั้นสดต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน รังสินันท์ อินทร์ใจเอื้อ ซึ่งคลุกคลีอยู่กับปูนปั้นมาตั้งแต่เกิด พราะเป็นอาชีพหลักของครอบครัว เล่าว่า เข้าร่วมแข่งขันในเวทีนี้ไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง สิ่งที่ได้รับมาพร้อมๆ กับเงินรางวัล โล่เกียรติยศ และความภาคภูมิใจ ซึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้างในแต่ละปี คือ การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเทคนิกใหม่ๆ ระหว่างช่างด้วยกันเพื่อนำไปพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้น
และในแง่ของความมั่นคงทางอาชีพที่หลายคนอาจจะมองว่าตลาดค่อนข้างเล็ก แต่สำหรับหนุ่มเจ้าของผลงาน "เสด็จดาวดึงส์" กล่าวว่า ทั้งครอบครัวและตัวเองก็รับทำงานด้านช่างปูนปั้นให้แก่วัดต่างๆ มาตลอดทั้งชีวิต แต่ก็ไม่เคยอยู่ในสภาวะตกงานหรืองานขาดมือเลย ฉะนั้น ตราบใดที่ประเทศไทยังมีศาสนา งานประติมากรรมไม่มีวันหมดแน่นอน



