
เผากองฟอน 14 ศพ“ทัวร์มรณะ”แฉคนขับโดดหนีทิ้งผู้โดยสารตาย
ฝากขังโชเฟอร์ทัวร์มรณะ18ศพจ่อแจ้งข้อหาเจ้าของบริษัทไม่ตรวจสภาพรถ-ปล่อยคนขับเสพยาญาติเศร้าร่วมพิธีเผาเชิงตะกอนผู้รอดชีวิตแฉคนขับตั้งใจฆ่าลูกทัวร์
ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถทัวร์ 2 ชั้นนำเที่ยวจาก จ.กาฬสินธุ์ พลิกคว่ำขณะเดินทางกลับจากไปท่องเที่ยวทะเลที่ จ.จันทบุรี บริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา ทางลงเขาวังน้ำเขียว ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 มีนาคม เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 32 ราย และเสียชีวิต 18 รายนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ. 3 เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า กรณีรถบัสของบริษัทกันเองทัวร์ จ.กาฬสินธุ์ พลิกคว่ำจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 32 ราย ซึ่งภายหลังที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ ได้จับกุม นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี โชเฟอร์รถบัสคันดังกล่าว ที่หลบหนีหลังจากเกิดเหตุ ได้สอบสวนและแจ้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา คือ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียชีวิต ก่อเหตุแล้วหนี และมีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนอีก 1 ข้อหา คือขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมาอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้ส่งตัวนายกฤษณะ ไปฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา
ส่วนการแจ้งข้อหาผู้ประกอบการรถทัวร์ บริษัทกันเองทัวร์ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวน 1 ชุด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อสอบพยานผู้ได้รับบาดเจ็บ พยานแวดล้อม และหาหลักฐานเพิ่ม รวมทั้งประสานกับสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจพิสูจน์รถยนต์คันเกิดเหตุอย่างละเอียด และเร่งให้สรุปสำนวนคดีให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะแจ้งข้อหาผู้ประกอบการเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อหาไม่ตรวจสภาพรถตามกำหนด และปล่อยให้พนักงานขับรถเสพสิ่งเสพติด ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากในครั้งนี้
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฌาปนกิจศพเหยื่อรถทัวร์มรณะทั้ง 18 ศพ โดยจัดตามประเพณีเผาศพโบราณที่ชาวบ้านภาคอีสานเรียกว่า เผาด้วยกองฟอนหรือเชิงตะกอน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และญาติพี่น้องนำไม้ฟืน ถ่าน และยางรถยนต์มากองรวมกันเพื่อทำการเผากลางแจ้ง เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตพร้อมกันหลายคน เตาเผาศพจึงไม่พอ อีกทั้งบรรดาญาติพี่น้องมีความประสงค์ที่จะเผาศพผู้เสียชีวิตพร้อมกันเพราะทุกคนเป็นญาติพี่น้องกันเดินทางไปเที่ยวด้วยกันและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน จึงอยากให้ไปสู่สุคติพร้อมกัน โดยที่ วัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จัดพิธีเผาเชิงตะกอนจำนวน 5 ราย คือ 1.นางเพลินพิศ จำปาศรี 2.น.ส.โชติกา(จิราภรณ์) ไชยกำบัง 3.นางละม่อม อังคะแสน 4.นางสำราญ จันทร์สว่าง และ 5.นายโฆสิต เพชรสังหาร ในเวลา 14.00 น. โดยมีการประดับตกแต่งซุ้มบริเวณเชิงตะกอนหรือกองฟอน นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันได้เดินทางมาจาก รพ.กาฬสินธุ์ โดยนั่งรถเข็นของโรงพยาบาลมาร่วมไว้อาลัยในงานด้วย
วันเดียวกัน ที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ก็ได้จัดพิธีเผาศพเชิงตะกอนให้แก่ผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ศพจากเหตุรถทัวร์มรณะพลิกคว่ำเช่นกัน ประกอบด้วย 1.นางนภาวรรณ จำปาศรี 2.ด.ญ.พรรณวดี ถิตย์ถนอม 3.นางสมพิศ สิทธิชุม 4.ด.ช.ธนาธิน พลไกรษร 5.นายประยูร วังพิกุล 6.ด.ญ.ปวีณ์สุดา วังพิกุล 7.นางบุญชิต สิทธิชุม 8.ด.ญ.ธนัญชนก ขันธบูรณ์ และ 9.นางทองสอน ปรีวิลัย เมื่อเวลา 16.00 น. โดยบรรยากาศทั้ง 2 วัดเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อน รวมทั้งคนรู้จักของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ไปเป็นประธานในพิธีทั้งสองแห่ง ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ญาติกำหนดพิธีฌาปนกิจในวันที่ 26 มีนาคมนี้
สำหรับผู้รอดชีวิตที่กลับมารักษาตัวที่ รพ.กาฬสินธุ์ จำนวน 6 ราย ได้เริ่มฟื้นตัวและมีอาการดีขึ้น โดยนางรัตนาพร ทุมเกษร เหยื่อผู้รอดชีวิต ได้เล่านาทีระทึกและเชื่อว่าคนขับตั้งใจที่จะฆ่าลูกทัวร์ เพราะระหว่างที่รถเริ่มเสียหลักได้เห็นคนขับทิ้งพวงมาลัยรถ แล้วหนีออกทางประตูฉุกเฉิน ซึ่งสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่า คนขับทิ้งลูกทัวร์เพราะเห็นคนขับที่เสพยาบ้าวิ่งผ่านหน้าไปขณะที่รถเริ่มส่ายไปมา โดยตอนนั้นได้นอนอยู่บนพื้นชั้นบนของรถกับสามี ก็เห็นคนขับวิ่งขึ้นมาที่ชั้นสองก่อนที่จะเปิดประตูแล้วกระโดดออกไป จากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุ
“สิ่งที่จำได้คือนางสมพิศที่เป็นหัวหน้าทัวร์ก็อยู่ชั้นสองด้วยกัน ได้ให้สามีวิ่งลงไปบังคับรถ แต่ไม่ทันเพราะรถได้ชนเข้าที่เกาะกลางถนนจากนั้นก็พุ่งชนเข้าที่ร้านค้า เหตุครั้งนี้จึงเชื่อว่าคนขับรถตั้งใจทิ้งลูกทัวร์ฆ่าลูกทัวร์แน่นอน จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด” นางรัตนาพร กล่าว
ขณะที่อุบัติเหตุได้เกิดขึ้นอีกบริเวณใกล้กับพื้นที่ทัวร์มรณะ 18 ศพ โดยเมื่อเวลา 02.00 น.ของวันนี้(25 มี.ค.) ร.ต.อ.ติพล วาดสูงเนิน รอง (สว.)สอบสวน สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนหลายคัน บริเวณทางขึ้นลงเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน ถนนสาย 304 ปักธงชัย-กบินทร์บุรี หลัก กม.810-811 หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี พบรถบัสไม่ประจำทาง 2 ชั้น ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีชมพู ทะเบียน 30-2691 นครราชสีมา ในสภาพชนกับแท่งแบริเออร์ที่กำลังก่อสร้างทางติดคาอยู่ ด้านหน้าพังยับ ส่วนด้านในรถมีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวประมาณเกือบ 40 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ส่วนด้านหน้าทางลงเขามีรถยนต์ที่ถูกชนได้รับความเสียหาย 3 คัน เป็นรถกระบะ 2 คัน และรถบรรทุก 1 คัน ในรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ในจำนวนนั้นอาการสาหัส 2 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.นาดี ทราบชื่อมี นายสมควร ภูเงิน อายุ 48 ปี นายประสิทธิ์ ฐาน อายุ 37 ปี นายเกียรติศักดิ์ ภูเงิน อายุ 40 ปี อีกรายไม่ทราบชื่อ
จากการสอบสวน นายยุทธพร แก้วพิพัฒน์ อายุ 55 ปี คนขับรถบัสนำเที่ยว ให้การว่า ได้นำคณะ อสม.มาจากทางภาคอีสาน จำนวน 3 คัน เพื่อจะไปดูงานที่ระยองและจันทบุรี ขณะที่รถวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางขึ้นลงเขาที่กำลังก่อสร้างทาง ปรากฏว่ารถเกิดลมเบรกหมด พยายามจะประคองรถแต่รถได้ไปเฉี่ยวชนรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าได้รับความเสียหาย 3 คัน ก่อนที่รถบัสจะชนและค้างอยู่กับแท่งแบริเออร์ที่อยู่ข้างทาง โชคดีที่ไม่ตกลงไปในเหวลึกที่อาจจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำรอยทัวร์มรณะ 18 ศพ เมื่อไม่นานมานี้ และที่เกิดเหตุก็เป็นถนนสายเดียวกันห่างไปไม่ไกล



