น้ำตาท่วมวัดร่ำไห้แทบขาดใจพิธีฌาปนกิจศพเหยื่อบัสมรณะ
น้ำตาท่วมวัดร่ำไห้แทบขาดใจพิธีฌาปนกิจศพเหยื่อบัสมรณะ
จากกรณีรถทัวร์เช่าเหมา หมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ของบริษัทกันเองทัวร์พลิกคว่ำ บริเวณทางหลวงหมายเลข 304 ตอน วังน้ำเขียว – ดอนขวาง ช่วง กม. 242 + 000 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทำให้ผู้โดยสารชีวิต 18 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวญาติพี่น้องกันเป็นชาว ต.ห้วยโพธิ์ และ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยญาตินำศพตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนา ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 มีนาคม 2561 ที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ บ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พระสุนทรธรรมประพุทธ์ รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1. นางเพลินพิศ จำปาศรี 2. น.ส. โชติกา(จิราภรณ์) ไชยกำบัง 3.นางละม่อม อังคะแสน 4. นางสำราญ จันทร์สว่าง และ 5.นายโฆษิต เพชรสังหาร โดยพิธีญาติและชาวบ้านได้จัดตามประเพณีเผาศพโบราณ ที่ชาวบ้านภาคอีสานเรียกว่า เผาด้วยกองฟอน หรือเชิงตะกอน ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาร่วมกว่า 2,000 คน
จากนั้นในเวลา 15.00 น. ที่วัดป่าพุทธมงคล บ้านหลุบ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการฌาปนกิจจำนวน 9 ราย ประกอบด้วย 1.นางนภาวรรณ จำปาศรี 2.ด.ญ.พรรณวดี ถิตย์ถนอม 3.นางสมพิศ สิทธิชุม 4.ด.ช.ธนาธิน พลไกรษร 5.นายประยูร วังพิกุล 6.ด.ญ.ปวีณ์สุดา วังพิกุล 7.นางบุญชิต สิทธิชุม 8 ด.ญ.ธนัญชนก ขันธบูรณ์ และ 9.นางทองสอน ปรีวิลัย หลังเสร็จสิ้นพิธีทอดผ้าบังสุกุล เจ้าหน้าที่และญาติได้เคลื่อนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย มาที่เชิงตะกอนบริเวณหน้ามหามณฑปมงคลยอดแก้วดวงธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกองฟอนไว้ 11 กอง
เมื่อได้เวลา พระราชศีลโสภิต และนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้จุดพลุเพื่อทำพิธีฌาปนกิจศพหมู่ผู้วายชนม์ทั้ง 9 ราย ซึ่งวันนี้เป็นพิธีฌาปนกิจศพทั้งสิ้น 14 ราย มีความสัมพันธ์เป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมด อาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทำให้เตาเผาศพจึงไม่เพียงพอ ขณะที่ทางญาติต้องการให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติพร้อมๆกัน จึงจัดพิธีเผาศพด้วยกองฟอน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน บางคนร้องไห้แทบขาดใจ และบางรายได้แต่กอดโลงศพร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เนื่องจากประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด เพราะผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะครั้งนี้มากถึง 18 คน และทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน อีกทั้งบางครอบครัวมีผู้เสียชีวิตเกือบทั้งครอบครัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งมีญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายกว่า 3,000 คน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ญาตินำศพฌาปนกิจศพเอง โดย 2 ราย คือ 1.นายวิรุฬห์ ตะก้อง ทำการฌาปนกิจศพที่วัดชัยสุนทร เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และ 2.นายสีไพร เผือดผุด ญาติทำการฌาปนกิจศพไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอีก 2 ราย ญาติจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 26 มี.ค. 61 โดยนางเรียน ธารวาวแวว ฌาปนกิจศพที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ บ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และนางสายธาร สุทธิชุม จะฌาปนกิจศพที่วัดดอนสนวน บ้านดอนสนวน ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าในส่วนของการช่วยเหลือทางจ.กาฬสินธุ์ ได้อำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิตเป็นอย่าดี นอกจากนี้ในด้านสินไหมทดแทน ได้สั่งการให้ คปภ. ได้เร่งดำเนินการติดตามและนำเงินมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย เบื้องต้นจะได้รับเงินจากการทำประกันภัย รายละ 650,000 บาท
อย่างไรก็ตามทาง คปภ. ยังได้ติดตามในส่วนของประกันภัย ประกันชีวิต ส่วนบุคคล มอบให้กับทุก ๆ ราย และให้ทางยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาพูดคุยให้ข้อมูลกับสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับเบื้องต้น รวมถึงการสั่งการให้ สสจ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าติดตามสภาพจิตใจครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บด้วย
อย่างไรก็ตามภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ ได้เรียนปรึกษากับหลวงปู่หนูอินทร์ และเห็นควรว่าจะมีการทำบุญใหญ่ของทั้งสองหมู่บ้านเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต สร้างขวัญกำลังใจให้กลับมาโดยเร็ว และเป็นสิริมงคลให้กับทุก ๆ คนทั้ง 2 หมู่บ้าน หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุหมู่เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 18 ราย เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บเป็นญาติพี่น้อง อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีเป็นที่รู้จักมักคุ้นกับคนในชุมชนจึงสร้างความสะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก



