
เตรียมขึ้นทะเบียน GI ‘มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว’
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย หรือ GI "มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว"
23 มี.ค. 61 ที่ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์สระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว มีการประชุมชี้แจงโครงการจัดทำคำขอสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว ครั้งที่ 1/2561 โดยมี ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์สระแก้ว เป็นประธาน ร่วมกับ น.ส.จันทร์เพ็ญ สอนสมสุข หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และเกษตรกรกว่า 70 คน เข้าร่วม
เพื่อชี้แจงการดำเนินงานของโครงการและการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีการนำเสนอร่างคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ , ร่างคำสั่งคณะกรรมการผู้มีหน้าที่จัดทำคำขอขึ้นทะเบียนและผู้มีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยมีการหารือและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญหา ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ไทยแล้ว 80 สินค้า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรหรือสินค้าหัตถกรรมที่ผู้ผลิตในชุมชนได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และลักษณะพิเศษที่เป็นผลมาจากปัจจัยธรรมชาติ สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของแหล่งผลิต ผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ที่สั่งสมกันมาจนมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานทั่วไป ดังนั้น การใช้ชื่อแหล่งภูมิศาสตร์กับสินค้า จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของชุมชนที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า การสร้างความเชื่อถือในด้านคุณภาพ กระบวนการผลิต และแหล่งที่มาของสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมทั้งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชนต่างๆ เล็งเห็นความสำคัญในการขึ้นทะเบียน และติดเครื่องหมายรับรองตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคตด้วย
ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์สระแก้ว เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าวเพื่อให้รู้ว่า สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าจริง และอยู่ในพื้นที่ที่ถูกกำหนดขึ้นเท่านั้น หลังจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยดำเนินการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนฯ มะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับเรื่องความหวาน ขณะนี้มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะระบุความเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น พื้นที่ปลูก สภาพผลผลิต ลักษณะทางเคมี ไบโอชีวะเป็นอย่างไร จากห้องปฏิบัติการ แล้วรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะขอขึ้นทะเบียน และมะม่วงที่ติดตราสัญลักษณ์นี้ จะถือว่า เป็นของแท้ เป็นผลิตภัณฑ์จากจังหวัดสระแก้วจริง
"หลังจดทะเบียนแล้วจะมีผลต่อมูลค่าเพิ่มของมะม่วงน้ำดอกไม้ จ.สระแก้ว ทำให้จำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น เป็นที่ยอมรับ ซึ่งหลังดำเนินการเสร็จสิ้นจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากนำร่องด้วยการขึ้นทะเบียนมะม่วงน้ำดอกไม้ จ.สระแก้ว แล้ว จะดำเนินการในสินค้าและผลิตภัณฑ์ในจังหวัดสระแก้วอื่นๆ เช่น ชมพู่เพชรคลองหาด ด้วย ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อไปมหาวิทยาลัยฯ หรือเกษตรอำเภอ เพื่อขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้"
นายวรเทพ แก้ววงษ์นุกูล กรรมการสมาคมมะม่วงไทย อยู่บ้านเลขที่ 359 ม.1 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ผู้ประกอบอาชีพปลูกและผลิตมะม่วงส่งออกต่างประเทศและในประเทศ ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเนื้อที่รวมประมาณ 8,000 ไร่ พื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ อ.วังน้ำเย็น และคลองหาด ส่งมะม่วงออกต่างประเทศกว่า 100 ตันต่อปี กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย หรือ GI "มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว" มีผลดีต่อเกษตรกรและผู้ปลูกมะม่วงอย่างมาก เพราะผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จ.สระแก้ว ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับของตลาด ทั้งเนื้อ รูปทรง ขนาด รสชาติ และสีผิว อีกทั้งเป็นมะม่วงปลอดสารพิษด้วย ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนมีการเช็กพื้นที่ปลูกจากผู้ปลูกมะม่วงทั้งจังหวัด 40,000 ไร่ คาดว่า จะมีผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ประมาณกว่า 1 หมื่นไร่
นายวรเทพ กล่าวอีกว่า หากมีการขึ้นทะเบียนเสร็จสิ้น จะมีผลดี คือ เป็นการยกระดับมะม่วงสระแก้ว เป็นมะม่วงที่มีคุณภาพพิเศษ หากมีการติดตราสัญลักษณ์ GI และรับรองด้วย ราคาจะขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เช่น จากมะม่วงคัดพิเศษปัจจุบันส่งที่ราคากล่องละ 500 บาท จะเพิ่มเป็น 700 - 800 บาทเลยทีเดียว เพราะเป็นการยกระดับมะม่วงธรรมดาเป็นมะม่วงที่พัฒนาพิเศษ ทั้งนี้ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตรวจสอบแล้วว่า มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของ จ.สระแก้ว มีคุณภาพและได้มาตรฐานจริง ถือเป็นชื่อเสียงของจังหวัดสระแก้ว จึงเร่งให้รีบดำเนินการจดทะเบียน GI ซึ่งเกษตรกรและชาวสวนก็รอผลเรื่องนี้อยู่เช่นกัน



