
ทักษิณฝ่อโดนจับเลิกจ้อฮ่องกง อภิสิทธิ์ส่งทีม ตร.-อัยการล่าตัว
"นพดล" เผย "ทักษิณ" ยกเลิกปาฐกถาที่ฮ่องกง หลังรัฐบาลรุกหนัก โฆษกรัฐรับ ส่ง ตร.-อัยการประสานฮ่องกง เตรียมทีมไว้จับแล้ว โฆษก ปชป.ชี้ ก.ม.ฮ่องกงเปิดช่องผ่านทางจีน ส่วนเสื้อแดงเมืองสองแควต้านพันธมิตร เหิมรุมยำชายกลางคนน่วม
การล่าตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยชัดเจนขึ้นเป็นลำดับเมื่อรัฐบาลส่งทีมงานไปประสานกับทางการฮ่องกงเพื่อขอรับตัวกลับมาดำเนินคดี ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีแนวโน้มสูงที่จะยกเลิกการปาฐกถาที่เกาะฮ่องกงแล้ว
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีว่า ขณะนี้ได้ประสานกับสถานกงสุลใหญ่ไทยในเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ โดยขอให้หาที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่ทั้งจากตำรวจและอัยการไปประสานกับทางการของเกาะฮ่องกงอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เพื่อจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณหากไปปรากฏตัวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อกล่าวปาฐกถาในวันที่ 2 มีนาคมนี้จริง
“เรื่องนี้ไม่ได้มีวาระแอบแฝงหรือตั้งเป้าเพื่อดำเนินการกับอดีตนายกฯ เท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติต้องทำในการนำ พ.ต.ท.ทักษิณ มาลงโทษตามกระบวนการ ซึ่งหากไม่สามารถนำ พ.ต.ท.ทักษิณมาได้ ก็ต้องกลับมารายงานว่าติดปัญหาข้อกฎหมายหรือกฎหมายระหว่างประเทศอะไร ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะใช้ข้อกฎหมายใดเพื่อจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า จะประสานกับทางการฮ่องกงว่าจะสามารถใช้กฎหมายใดเพื่อนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาได้บ้าง น่าจะใช้เวลา 1-2 วัน ถึงจะรู้ผล เบื้องต้นหวังว่าจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณส่งไปที่จีนแผ่นดินใหญ่ที่มีกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ก่อนส่งตัวกลับประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่
นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไปปรากฏตัวที่ฮ่องกงจริง น่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศระหว่างที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียนมากกว่า เห็นได้จากการที่มีการปล่อยข่าวก่อนวันจริงถึง 7-8 วัน เป็นการเดินเกมชิงพื้นที่ข่าวเช่นเดียวกับข่าวว่าประเทศนิการากัว และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพลเมืองพิเศษ
ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าขณะนี้มี 5 ประเทศพร้อมที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าไปพำนักนั้น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นสิทธิของอดีตนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปไหนก็ได้ ส่วนจะเข้าไปตรวจสอบแหล่งที่อยู่ใน 5 ประเทศนั้นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ชี้ ก.ม.ฮ่องกงเปิดช่องเอาตัวทักษิณกลับ
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความคืบหน้าในกรณีเดียวกันว่า ขณะนี้ข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน เหลือเพียงการประสานงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับอัยการในการประสานกับผู้บริหารการปกครองพิเศษฮ่องกง
ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าไทยกับฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะเรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 96 ของธรรมนูญการปกครองของเกาะฮ่องกงที่เปิดช่องให้ฮ่องกงดำเนินการได้โดยขอความสนับสนุนจากรัฐบาลจีนให้สนับสนุนด้านกระบวนการยุติธรรมแก่รัฐอื่นได้ตามความเหมาะสม เพราะระหว่างไทยกับจีนมีการลงนามเกี่ยวกับความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2542 จึงถือว่าการดำเนินการติดตามบุคคลมาดำเนินคดีตามกฎหมายสามารถทำได้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พยายามบิดเบือนคดีอาญาที่ศาลตัดสินถึงที่สุดแล้วให้เป็นคดีการเมืองเพื่อให้เป็นเงื่อนไขในการขอลี้ภัยประเทศอื่น ทั้งที่ตามหลักสากลมีหลักแยกแยะชัดเจนในคดีอาญากับคดีการเมือง จึงจำเป็นที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องปกป้องกระบวนการยุติธรรมในพระมหากษัตริย์ไทย ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าในวันที่ 2 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้เวทีที่ฮ่องกงในการพูดถึงกระบวนการยุติธรรมให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น และให้เชื่อว่าตัวเองเป็นนักโทษการเมือง ไม่ใช่นักโทษคดีอาญา
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มน้อยลง เพราะประเทศต่างๆ เริ่มระวังในการให้ใช้พื้นที่เคลื่อนไหว ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามพยุงสถานะของตนเอง และเคลื่อนไหวได้อยู่ในประเทศ เช่น นิการากัว หมู่เกาะบาฮามาส ซึ่งประเทศดังกล่าวยังไม่มีความสัมพันธ์ และเคยทำงานร่วมกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเหมือนประเทศอื่น ทั้งยังเริ่มมีปัญหาในการเดินทางเข้าออกประเทศ ซึ่งฮ่องกงก็จะติดตามถ้อยแถลงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อการต่อวีซ่า
เมื่อถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ปรากฏตัวที่ฮ่องกงจริงจะจับกุมตัวได้เลยหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราเคารพในการดำเนินการของฮ่องกง สำหรับกลไกของไทยในขณะนี้เป็นการประสานระหว่างอัยการและกระทรวงการต่างประเทศผู้ทำสำนวนขอส่งตัว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ปฏิเสธจะตอบคำถามในกรณีดังกล่าว โดยกล่าวตอบนักข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่พูดๆ รายงานข่าวดีๆ กันบ้างดีกว่า”
"เทพไท" เย้ยเคลื่อนไหวกลบข่าวอาเซียน
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าต้องการแสดงบทบาทสร้างกระแสกลบการประชุมอาเซียน เมื่อรัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนที่จะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
นายเทพไท กล่าวอีกว่า การประชุมอาเซียนครั้งนี้ประสบความสำเร็จสูงมาก ประเทศทั้ง 10 ประเทศมาประชุมโดยพร้อมเพรียง และการแสดงภาวะผู้นำที่โดดเด่นของนายอภิสิทธิ์ก็จะก้าวไปถึงการประชุมจี 20 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษด้วย
"ภาพนี้คงทิ่มแทง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประกาศตัวเป็นผู้นำอาเซียน หรือผู้นำในกลุ่มผู้นำโลก แต่บทบาทตรงนั้นกลายเป็นนายอภิสิทธิ์แทน และทำได้ดีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณหลายเท่า พ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำใจลำบากที่จะยอมรับกับชะตากรรมของตัวเอง" นายเทพไท กล่าว
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทยนั้น นายเทพไท กล่าวว่า วันนี้มี 14 ประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ซึ่งจีนก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนเกาะฮ่องกงเป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษของจีน ซึ่งมีปัญหาเรื่องกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ว่าของประเทศจีนจะครอบคลุมหรือไม่ หากไม่ครอบคลุม พ.ต.ท.ทักษิณคงยึดเป็นยุทธภูมิในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
"มาร์ค"บอก"แม้ว"เลิกปาฐกถาตามตัวยากขึ้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกล่าวปาฐกถาที่ฮ่องกง ในวันที่ 2 มีนาคมว่า “เท่าที่ได้ยิน คุณทักษิณยกเลิกไปแล้ว และสิ่งที่ผมกังวลในขณะนี้คือ เรื่องการแก้ปัญหาในประเทศ และการผลักดันให้อาเซียนเดินหน้าต่อไป”
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณยกเลิกการพูดกับสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ฮ่องกงแล้ว รัฐบาลจะตามตัวอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เราก็เลยไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน"
ส่วนคำถามที่ว่า ส่งคนไปติดตามความเคลื่อนไหวต่ออีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถาม เพียงแต่หันมายิ้มกับผู้สื่อข่าวเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เหตุใดถึงปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณออกมากดดันผ่านสื่อต่างชาติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ให้ไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณเอง” และเมื่อถามย้ำว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีดูไม่ค่อยอยากแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “เขาคิดไม่เหมือนผม”
"นพดล" เผย "ทักษิณ" ยกเลิกปาฐกถาแล้ว
ขณะที่นายนพดล ปัทมะ อดีตคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดในการเดินทางไปปาฐกถาที่ฮ่องกงของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ล่าสุดทีมงานของอดีตนายกฯ ประเมินสถานการณ์เเล้วพบว่ารัฐบาลไทยหวั่นไหว เเละตื่นตระหนกกับเรื่องนี้มาก ทั้งๆ ที่หัวข้อการปาฐกถาของอดีตนายกฯ เป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เเละวิธีเเก้ไข ไม่มีการโจมตีประเทศไทยเลย
"เมื่อมันเป็นเเบบนี้ ทีมงานของอดีตนายกฯ ประเมินเเล้ว เเละตัดสินใจว่าอดีตนายกฯ จะไม่เดินทางไปที่ฮ่องกงเเล้วเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนาน เเละไม่อยากให้ฮ่องกงอึดอัด จึงยกเลิกกำหนดการนี้" นายนพดล กล่าวยืนยัน
เมื่อถามย้ำว่า การยกเลิกกำหนดการเป็นเพราะรัฐบาลไทยสั่งให้กงสุลไทยประจำฮ่องกงเตรียมคุมตัวอดีตนายกฯ มาดำเนินคดีหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ทราบว่าอดีตนายกฯ ไม่อยากให้จีนเเละฮ่องกงอึดอัดกับเรื่องนี้ เเละห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้อดีตนายกฯ อยู่ที่ไหน นายนพดล กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทราบ เเละเปิดเผยไม่ได้ ยืนยันเพียงว่าอดีตนายกฯ ไม่ไปฮ่องกงเเล้ว
"ประชา"รับนายลังเล หลังมีข่าวจับกุม
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปาฐกถาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เกาะฮ่องกงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ยืนยันว่าจะไปหรือไม่ เพราะทราบว่าขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังพยายามจับกุม แต่เชื่อว่าไม่มีทางจับได้อย่างแน่นอน เพราะฮ่องกงรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นการเมือง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าไม่ได้มาฮ่องกงเพื่อจะตอบโต้รัฐบาล แต่ได้รับเชิญเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ นายประชา กล่าวยอมรับว่า ประเทศนิการากัวได้เชิญ พ.ต.ท.ทักษิณไปจริง แต่เชิญให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่ให้มาลงทุนด้านโทรคมนาคมอย่างเป็นที่เป็นข่าว
"พงศ์เทพ"ปัดกำหนดการยังไม่เลื่อน
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวยืนยันการจัดงานปาฐกถาของอดีตนายกฯ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ในวันที่ 2 มีนาคม ว่า ตอนนี้ผู้จัดงานยังไม่เเจ้งการเปลี่ยนเเปลงใดๆ
ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งให้กงสุลไทยประจำฮ่องกงเตรียมควบคุมตัวอดีตนายกฯ ในงานดังกล่าวนั้น นายพงศ์เทพกล่าวว่า เรื่องนี้ควรไปสอบถามรัฐบาล
"ณัฐวุฒิ"ยัน"ทักษิณ"ขึ้นปาฐกถาแน่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เเกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปฏิเสธข่าวการเตรียมถ่ายทอดสดการปาฐกถาครั้งนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่เป็นจริง เพราะไม่รู้เรื่องนี้เลย เเต่ยืนยันว่าอดีตนายกฯ จะขึ้นปาฐกถาอย่างเเน่นอน
ส่วนกรณีนายกฯ สั่งการให้กงสุลไทยในฮ่องกงเตรียมคุมตัวอดีตนายกฯ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เชื่อว่าไม่น่าจะทำได้ เพราะได้อ่านกฎหมายมาเบื้องต้นเเล้ว เชื่อว่าฮ่องกงจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองภายในของไทย เเละความผิดที่อดีตนายกฯ โดยถูกกล่าวหานั้น เมื่อเทียบกับความผิดการยึดทำเนียบเเละสนามบินของพันธมิตร ความผิดอย่างหลังนี้ชัดกว่า เเต่ทางการไทยกลับไม่ดำเนินการใดๆ จึงเชื่อว่าทางการฮ่องกงจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ หากในที่สุดเเล้วจะมีการคุมตัวอดีตนายกฯ จากฮ่องกงกลับมาดำเนินคดีในไทย คนเสื้อเเดงจะไปรอรับอดีตนายกฯ จากสนามบินสุวรรณภูมิ เเละทุกๆ สถานที่ที่อดีตนายกฯ จะเดินทางไป เเบบไปไหนไปกัน
"เฉลิม" จวกรัฐบาลอาฆาตมาดร้าย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลใช้การติดต่อผ่านประเทศจีน เพื่อประสานให้ฮ่องกงส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีว่า เป็นการกระทำที่อาฆาตมาดร้ายที่ก่อให้เกิดผลเสีย และผลกระทบต่อหลายภาคส่วน จากการที่รัฐบาลใช้โมหจริตเป็นที่ตั้ง ไม่ยอมศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่า เกาะฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย
ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า ความผิดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกล่าวหาในคดีที่ดินรัชดาฯ จนนำไปสู่การถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินให้จำคุก 2 ปีนั้น ในเกาะฮ่องกงไม่มีกฎหมายที่กำหนดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ทั้งนี้คดีที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการเมืองชัดเจน และเป็นการตัดสินคดีของศาลเดียว โดยองค์การสหประชาชาติเคยแจ้งมติต่อสมาชิกที่มี 100 กว่าประเทศ ในบันทึกข้อ 14 (5) กรณีความผิดอย่างนี้ผู้กระทำความผิดไปอยู่ประเทศใดก็ตาม และประเทศนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากความผิดตัดสินเพียงศาลเดียว ประเทศที่คนกระทำผิดอาศัยอยู่เจ้าของประเทศอาจไม่ส่งตัวก็ได้ ซึ่งฮ่องกงก็ได้ลงบันทึกข้อตกลงเรื่องนี้ด้วย
“การกระทำของรัฐบาลถือเป็นเพียงการหวังดิสเครดิต พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น ซึ่งแหล่งข่าวของผมยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปเกาะฮ่องกง เพื่อแสดงปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจโลกตามกำหนดการเดิมอย่างแน่นอน” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ตำรวจเชิญ ร.ต.อ.เฉลิมไปสอบปากคำ ในกรณีที่ไปเกาะฮ่องกงเพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่เคยไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกง ดังนั้นจะใช้อำนาจอะไรมาสอบปากคำตน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะให้ข่าวนี้ นายเทพไทควรศึกษาข้อมูลก่อนว่าอัยการเป็นผู้มีอำนาจในการจับตัวผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
พท.เชื่อตีข่าวทักษิณกลบข่าวซักฟอก
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพยายามของรัฐบาลในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดีว่า เป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อกลบเกลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการบริหารประเทศของรัฐบาล
"พรรคเพื่อไทยกำลังจับขบวนการทุจริตใหญ่ที่มีคนของคณะผู้ยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง และเมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวความผิด และเป็นความเสียหายรุนแรงที่ฝ่ายค้านจะนำไปเปิดเผยในการซักฟอกรัฐบาลในกลางเดือนมีนาคม จึงมีการสร้างประเด็นการนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาดำเนินคดีขึ้นมา" นายวรวัจน์ตั้งข้อสังเกต
เสื้อแดงดุไล่ยำคนกลางเมืองสองแคว
ส่วนความเคลื่อนไหวในการจัดคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 3 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ จ.พิษณุโลก ก็เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นก่อนการจัดงาน เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในพื้นที่ และ จ.เชียงใหม่ ก่อเหตุทำร้ายประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ กลุ่มรักษ์ประชาธิปไตยพิษณุโลก และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมแนวร่วมในภาคเหนือประมาณ 100 คน ได้แห่ขบวนไปรอบเมืองพิษณุโลก เพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรที่มาจัดคอนเสิร์ตการเมืองในช่วงเย็นวันเดียวกัน
ขณะที่ขบวนของกลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนมาถึงถนนสนามบิน ใกล้มหาวิทยาลัยนเรศวร มีชาวบ้านเป็นชายวัยกลางคนตะโกนคัดค้านการเคลื่อนไหวของดังกล่าว ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คน นำโดยกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ตรงเข้าไปพูดจาข่มขู่ชายคนดังกล่าว และกล่าวหาเป็นกลุ่มพันธมิตร ก่อนจะรุมทำร้าย และใช้ไม้ที่เป็นด้ามธงกระหน่ำตีอย่างทารุณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุน มีหญิงวัยกลางคนเข้ามาห้ามปราม และร้องขอให้หยุดทำร้ายร่างกายชายคนดังกล่าว แต่กลุ่มคนดังกล่าวไม่สนใจ ส่วนตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ ทำได้เพียงเป่านกหวีด แต่ก็ไม่เป็นผล โดยชายเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวสามารถหนีออกจากวงล้อมได้พักหนึ่ง ก่อนจะถูกลากตัวไปรุมทำร้ายอีกครั้งหนึ่ง โดยถูกล็อกคอ และมีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายสิบคนเข้าทำร้ายอย่างทารุณ จนในที่สุดตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุกลุ่มคนดังกล่าวจึงหยุด และเคลื่อนขบวนต่อไป
ขณะที่การเตรียมพร้อมบริเวณสถานที่จัดงานของกลุ่มพันธมิตร ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองพิษณุโลก มีบรรดาการ์ดพันธมิตรและนักรบศรีวิชัยหลายสิบคนที่ปักหลักค้างคืนที่สนามกีฬาตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ได้เรียกแถวพร้อมตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อตรวจตราทางเข้าออกบริเวณโดยรอบสนาม เพื่อป้องกันการถูกบุกรุกจากกลุ่มเสื้อแดงเต็มที่ โดยคนเสื้อแดงได้เปิดเวทีประชันที่ตลาดเก้าแสน (หน้าสถานีรถไฟพิษณุโลก) ห่างจากเวทีพันธมิตรประมาณ 4-5 กิโลเมตร พร้อมประกาศว่าจะยกพลมาล้มเวทีคอนเสิร์ตของกลุ่มพันธมิตรเป็นระยะ
เหยื่อเสื้อแดงเผย แค่บีบแตรขอทาง
ต่อมานายอดิศร ธีรศานตินันท์ อายุ 47 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สีแดง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก หลังถูกกลุ่มคนเสื้อแดงรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ
นายอดิศร ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนและภรรยาคือ นางมธุรส ธีรศานตินันท์ กำลังขับรถไปทำธุระที่ตลาดโคกมะตูม ตามขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงได้กดแตรรถขอทางตามปกติ แต่กลับถูกกลุ่มคนเสื้อแดงที่นั่งอยู่หลังรถกระบะขว้างถุงน้ำแข็งใส่
"พอถูกขว้างปาน้ำแข็งใส่ ผมจึงจอดรถเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง แต่พอลงจากรถกลับถูกกลุ่มคนเสื้อแดงกรูลงมาจากรถเข้ารุมทำร้ายต่อหน้าตำรวจ โดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำบริเวณใบหน้า ศีรษะ ซึ่งหลังจากหนีออกมาจากวงล้อมกลุ่มคนเสื้อแดงจึงเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลรัตนเวช 2 จากนั้นจึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อเอาผิดกับกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนรุมทำร้ายบ้าง แต่ยืนยันว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนเสื้อแดง" นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวว่า ตำรวจได้สอบถามจุดยืนทางการเมือง จึงบอกว่ามีอุดมการณ์เดียวกับเสื้อเหลือง แต่ขณะเกิดเหตุตนและภรรยาไม่ได้สวมเสื้อสีเหลือง หรือมีสัญลักษณ์ใดๆ ที่บ่งชี้ว่าอยู่ฝ่ายไหนทั้งสิ้น แต่ก็ยังถูกคนเสื้อแดงรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดตำรวจต้องถามเรื่องจุดยืนทางการเมือง เพราะไม่ว่าใครจะมีความคิดทางการเมืองอย่างไรก็ไม่ควรถูกทำร้าย และเป็นการทำร้ายต่อหน้าตำรวจด้วย ซึ่งเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนกระทำผิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้แจ้งความ
ไม่หนำใจ ดักรอ พธม.สถานีรถไฟต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเย็นบรรดาแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เดินทางถึง จ.พิษณุโลก เพื่อร่วมงานคอนเสิร์ตการเมืองในช่วงค่ำ
ส่วนเครือข่ายพันธมิตรทยอยเดินทางมาร่วมงานโดยรถบัส รถตู้ และรถไฟจนแน่นบริเวณงาน ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัย การ์ดพันธมิตรยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และอนุญาตให้เข้าออกได้เฉพาะเครือข่ายพันธมิตรเท่านั้น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงเย็นได้รวมตัวกันที่สถานีรถไฟพิษณุโลก ประมาณ 100 คน โดยกระจายกำลังปิดล้อมหน้าสถานี และบางส่วนบุกเข้ายึดบริเวณชานชาลาเพื่อดักรอพันธมิตรภาคกลางที่เดินทางมาโดยรถไฟ ท่ามกลางกำลังตำรวจกว่า 300 นาย แต่มีรายงานว่าแนวร่วมพันธมิตรพากันลงที่สถานีบึงพระ ซึ่งเป็นสถานีย่อยก่อนถึงสถานีพิษณุโลก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุปะทะกัน
ตร.ตรึง 600 นาย เตรียมพร้อม 7 กองร้อย
พ.ต.อ.พยูห์ ธนศรีสืบวงศ์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ระบุว่า เตรียมกำลังตำรวจเพื่อเข้ามาประจำการในสนามกีฬากลางทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 600 นาย นอกจากนี้ยังมีกำลัง ตชด.เตรียมพร้อมในที่ตั้ง พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานตลอดเวลาอีก 7 กองร้อย
พ.ต.อ.พยูห์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามกันไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนกำลังมาที่เวทีพันธมิตร โดยกันให้ตั้งเวทีในบริเวณด้านทิศใต้ของตัวเมือง ซึ่งอยู่คนละทิศกับเวทีของพันธมิตร เชื่อว่าจะไม่เกิดการปะทะกันขึ้นอย่างแน่นอน
"รสนา” เปิดผลสอบ 7 ตุลาเผยรัฐลงมือถึง 5 ครั้ง
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ว่า คณะกรรมมาธิการสิทธิฯ ได้ตรวจสอบและสรุปผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อสรุปชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และหลายระดับ ตั้งแต่การปฏิบัติการตามแผน การสลายชุมนุมจากเบาไปหาหนัก มีการใช้ความรุนแรงหนักหน่วงไม่คำนึงถึงความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แม้ว่าในช่วงเช้าจะมีคนเจ็บสาหัสไปแล้วแต่ก็ไม่มีการประเมินเพื่อยุติความรุนแรงซึ่งขัดต่อหลักการสากลต่อผู้ชุมนุม
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบได้สรุปผลสอบแล้วชี้ชัดว่าเป็นการกระทำเกินเหตุผิดขั้นตอนมีการทำร้ายประชาชน 5 ครั้งตลอดทั้งวันอย่างไม่มีเหตุผลรองรับ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ทำภาพเคลื่อนไหวช้าๆ การปาระเบิดของตำรวจเห็นได้ชัดเจนว่าตำรวจปาระเบิดเข้ากำแพงเพื่อต้องการให้สะเก็ดระเบิดกระจายใส่ประชาชนจนเป็นเหตุให้มีผู้หญิงตาบอด ส่วนผู้ที่ต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ครั้งนี้คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขณะนั้นเดิมมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ แต่ได้ลาออก ความรับผิดชอบต่อจากนั้นจึงต้องตกอยู่ที่นายสมชาย ดังนั้นจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้นจะมีการพิจารณาต่อไป



