ข่าว

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

23 มี.ค. 2561

ตร.ทท.บุกจู่โจมค้น 108 จุดทั่วกรุง กวาดล้างต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์ รวบ 123 ราย

 

               23 มี.ค. 61  เมื่อเวลา 01.30 น.  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อมตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 , หน่วยอรินทราช 26 , หน่วยรบสยบไพรี , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ สน.พญาไท บูรณาการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 108 จุด ทั่วประเทศ ตามยุทธการ x-ray outlaw foreigner ครั้งที่ 5 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 123 ราย

 

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

รวบ 123 ต่างด้าวผิด ก.ม.- โอเวอร์สเตย์

 

               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยว่า ยุทธการดังกล่าวเป็นการร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ในการกวาดล้างตรวจค้นแหล่งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ที่อาจแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศ เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมบัตรเครดิต , กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน , กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต , กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า โดยผลการกวาดล้าง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั่วประเทศ จำนวน 123 คน แบ่งเป็น ฐานความผิดข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” จำนวน 17 ราย สัญชาติอินเดีย 9 ราย กัมพูชา 2 ราย ปากีสถาน 2 ราย จีน 1 ราย เมียนมา 1 ราย เคนยา 1 ราย และอียิป 1 ราย จากการตรวจสอบ พบว่าในนี้มี 5 ราย ที่อยู่ในประเทศมากกว่า 2 ปี คือ นางยู กวง อายุ 38 ปี ชาวจีน อยู่ จ.เชียงราย อยู่เกิน 12 ปี , นายโกมาล ดีพ อายุ 24 ปี ชาวอินเดีย อยู่ จ.ชลบุรี อยู่เกิน 3 ปี , นายอามานดีพ ซิงส์ อายุ 27 ปี ชาวอินเดีย อยู่ จ.ชลบุรี อยู่เกิน 2 ปี , นายวิเรนดรา วาเดฟ ชาวอินเดีย อายุ 35 ปี อยู่ จ.กรุงเทพฯ อยู่เกิน 2 ปี และนายฮาน โซพี ชาวกัมพูชา อยู่ จ.สระแก้ว อยู่เกิน 2 ปี
               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า และจับกุมข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 91 ราย สัญชาติเมียนมา 62 ราย , ลาว 14 ราย , กัมพูชา 4 ราย , เวียดนาม 3 ราย , อินเดีย 3 ราย ปากีสถาน 3 ราย , เบลเยียม 1 ราย , และออสเตรเลีย 1 ราย และจับกุมข้อหาอื่นๆ อีก 15 ราย สัญชาติเวียดนาม 5 ราย , เมียนมา 3 ราย , อินเดีย 2 ราย , อังกฤษ 2 ราย , ไทย 2 ราย , และฝรั่งเศส 1 ราย จากการตรวจสอบครั้งนี้ได้ทำการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 108 เป้าหมาย แบ่งเป็นสถานศึกษา 49 เป้าหมาย และบ้านพัก 59 เป้าหมาย
               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ในส่วนของสถานศึกษาที่ชาวต่างชาติเข้ามายื่นขอวีซ่าอยู่ต่อประเภท non-ed ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่จะแฝงตัวมาก่ออาชญากรรม ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้มีแนวทางปฏิบัติร่วมกับสถานศึกษา ให้ขาดเรียนได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจตารางเรียน หากพบว่าขาดเรียนโดยไม่มีเหตุจำเป็น และไม่มีการบอกลากับทางโรงเรียน จะดำเนินการยกเลิกวีซ่าให้พ้นจากสภาพการเป็นนักเรียน ซึ่งในเดือนมีนาคม ปีนี้ มีการยกเลิกไปแล้วจำนวน 4 ราย และหากพบว่าโรงเรียนใดมีการปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบชาวต่างชาติ จะถือว่ามีความผิดข้อหาให้ที่พักพิงต่อบุคคลต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
               รวมยุทธการทั้ง 5 ครั้ง ตรวจค้นเป้าหมาย 2346 เป้าหมาย และ จับกุมผู้กระทำผิดได้ 490 คน