
"ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น"โร่พบกองปราบขอตร.สอบพยานเพิ่ม
"ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น"โร่พบกองปราบขอตร.สอบพยานฝั่งตนเพิ่มแจงเป็นประโยชน์ต่อคดี พร้อมขอหลักฐานเพื่อส่งมอบก.ยุติธรรมยันความบริสุทธิ์ ด้านตร.ยันให้ความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 22 มีนาคม 2561 "ครูปรีชา"หรือ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี นางรัตนาภรณ์ สุธาทิพย์ หรือเจ๊ บ้าบิ่น ผู้ต้องหาคดีหวย 30 ล้านบาท จ.กาญจนบุรี พร้อมนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความทนายความเดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีเพื่อนำไปยื่นต่อกระทรวงยุติธรรม และยื่นหนังสือขอให้สอบพยานฝั่งครูปรีชาในบางประเด็นเพิ่มเติม
นายวรยุทธ กล่าวว่า วันนี้ได้ทำหนังสือขอให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ยังขาดอยู่ ซึ่งเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ จึงขอให้พนักงานสอบสวนให้ความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วย โดยรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวได้แจ้งไปแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ทั้งนี้ประเด็นที่ขอให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมคือประเด็นที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเพื่อพิสูจน์ว่าทางครูคือผู้บริสุทธิ์
"ส่วนเรื่องของการร้องเรียนนั้นเป็นการแจ้งไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะพิจารณาได้ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นอย่างไรและมีข้อเท็จจริงอย่างไร ส่วนสุดท้ายแล้วจะรับหรือไม่รับก็ต้องรอฟังผลก่อนถึงจะพิจารณาว่าจะต้องไปร้องที่ไหนอย่างไรต่อหรือไม่ นอกจากนี้ได้มาขอรายละเอียดที่ขอได้ตามกรอบของกฎหมายกำหนด เช่น หลักฐานบันทึกการจับกุม บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา การแจ้งสิทธิ ฯลฯ เพื่อนำไปยื่นกับกระทรวงยุติธรรม"นายวรยุทธ กล่าว
นายปรีชา กล่าวว่า สบายใจที่ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เรามีสิทธิเสรีภาพที่เราจะใช้สิทธิตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ผมจึงเดินทางมาเพื่อใช้สิทธิของตนเองตามกฎหมาย ความคาดหวังจากการใช้สิทธิในครั้งนี้คาดว่าทางผู้ใหญ่จะให้ความเป็นธรรม มีเมตตา ในการทบทวนและดูแลในเรื่องคดีตามกฎหมาย
"อย่างไรก็ตามขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ติดตามคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้าน ตนเคารพสิทธิ์ของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งได้มีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา มีการติชมบ้าง ผมก็เคารพสิทธิของทุกท่าน การที่ผมใช้สิทธิในครั้งนี้ เนื่องจากมีการรายงานข่าวว่าครูปรีชาโดนดำเนินคดีแจ้งความเท็จ จึงอยากเรียนให้ทราบว่าที่เท็จนั้นเท็จอย่างไร จริงแล้วจริงอย่างไร เพราะตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการโต้แย้งสิทธิ์เรื่องที่มาของล็อตเตอรี่ว่าสิทธิ์จะเป็นของใคร"นายปรีชา ระบุ
นายปรีชา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ศาลแพ่งยังไม่ได้ตัดสิน เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มสืบพยานในช่วงเดือนพฤษภาคม นี้ แต่ขณะนี้ผมเองโดนข้อหาแล้ว การสอบเพิ่มเติมในครั้งนี้จึงได้ขอความอนุเคราะห์ทางพนักงานสอบสวนให้สอบพยานทางฝั่งตนเพิ่มเติม ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ตอนนี้ที่ผมเป็นผู้ต้องหาตามสิทธิของกฎหมายผมยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
นายปรีชา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเรื่องการบังคับให้รับสารภาพนั้นตนไม่ได้บอกว่าเป็นการบังคับ แต่ตนบอกว่าเป็นการโน้มน้าวจิตใจ ชักชวน ชักจูง ให้รับสารภาพ ซึ่งตอนนี้ผมเองยังไม่ผิด การเป็นผู้ต้องหานั้นผมยังบริสุทธิ์อยู่ที่จะต้องมีการต่อสู้ในขั้นกระบวนการของศาล ตนก็จะแสดงความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง หลังจากนี้จะเดินทางไปเยี่ยม
น.ส.กนกพรรณ หรือฟ้า หมวกไสว ซึ่งฟ้าก็เป็นพี่เป็นน้องกันและเป็นเพื่อนของพี่สาว เมื่อตนได้มีโอกาสมาที่กรุงเทพฯ จึงไปเยี่ยมเพื่อแสดงความเป็นกัลยานิมิตรในฐานะของ พี่ที่ดูแลน้อง ซึ่งทราบว่าฟ้ามีทนายคอยดูแลคดีให้อยู่ ส่วนตัวไม่กลัวที่ฟ้าได้ให้การกับทางบก.ปอท. เนื่องจากทางฟ้าทราบข้อมูลเพียงบางส่วน ส่วนข้อมูลเชิงลึกทางฟ้าเองก็ยังไม่ทราบ นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ทางฟ้าได้แถลงไปแล้วเกี่ยวกับคดีนี้ว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว
ด้านนางรัตนาภรณ์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนก็ยังขายล็อตเตอรี่อยู่ โดยขายล็อตเตอรี่เป็นชุด เนื่องจากไม่มีโควต้า แต่ไม่ได้ขายที่เดิมแล้ว ซึ่งได้เปลี่ยนไปขายตามร้านอาหารทั่วจ.กาญจนบุรี
ขณะที่ทางพ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. เปิดเผยว่า นายปรีชาและทนายมาขอให้ตำรวจสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก เป็นพยานที่เคยสอบไปแล้ว 1 ราย และเป็นพยานใหม่ที่ยังไม่เคยสอบปากคำอีก 1 ราย ซึ่งประเด็นที่ร้องขอให้สอบเพิ่มนั้น ก็เคยสอบปากคำไปแล้ว แต่เมื่อร้องขอมาตำรวจก็ยินดี พร้อมให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายผู้ต้องหา ส่วนกรณีที่นายปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นได้ร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ นั้น ก็สามารถทำได้ตามสิทธิ หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
"แต่ยืนยันว่าทางตำรวจไม่เคยข่มขู่ โน้มน้าวหรือบังคับให้ใครรับสารภาพแน่นอน ทั้งนี้จะมีการดำเนินคดีหรือไม่นั้นก็ต้องขอดูก่อนว่ามีส่วนไหนที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตำรวจหรือไม่นั้น "พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว
พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางกระทรวงยุติธรรมหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอจะรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจของหน่วยงาน แต่คงไม่กระทบกับตัวสำนวนที่ทำอยู่ และหากผลออกมาว่าทางดีเอสไอรับคดี ทางกองปราบก็จะส่งสำนวนทั้งหมดให้ดีเอสไอไปดำเนินการต่อ"พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว



