
สคร.10 เตือน!! ระวังเด็กจมน้ำเสียชีวิตช่วงปิดเทอม
สำนักงานควบคุมโรคที่ 10 เตือนผู้ปกครองระวังเด็กจมน้ำเสียชีวิตในช่วงปิดภาคเรียนใหญ่ พบ ด.ช. เสียชีวิตมากกว่า ด.ญ.
วันที่ 22 มี.ค.61 นายแพทย์ดนัย เจียรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กล่าวถึง สถานการณ์เด็กจมน้ำของประเทศไทย ว่า จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 10 ปี (พ.ศ.2551-พ.ศ.2560) ที่ผ่านมา มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตจำนวน 9,574 คน เฉลี่ยปีละ 958 คน โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา พบเด็กไทยจมน้ำเสียชีวิต จำนวน 708 ราย ส่วนมากเป็นเด็กเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า โดยช่วงที่เด็กจมน้ำมากที่สุดคือ เดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
ส่วนสถานการณ์เด็กจมน้ำในพื้นที่รับผิดชอบเขตสุขภาพที่ 10 จากข้อมูล 5 ปี ย้อนหลัง พ.ศ.2555-2559 พบเด็กอายุต่ำกว่า15 ปี เสียชีวิตจาการจมน้ำ จำนวน 386 คน เฉลี่ยปีละ 77 คน ส่วนใหญ่เกิดจากการลงเล่นน้ำโดยที่ว่ายน้ำไม่เป็น สถานที่เกิดเหตุส่วนมากเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รองมาคือ แหล่งน้ำธรรมชาติ
นายแพทย์ดนัย กล่าวอีกว่า ขอเตือนผู้ปกครองว่าในช่วงนี้ให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้เด็กชวนกันไปเล่นน้ำกันเองตามลำพัง และขอให้ทุกชุมชนดำเนินการดังนี้ 1.สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน 2.เฝ้าระวังและแจ้งเตือนในชุมชน เช่น ประกาศเสียงตามสาย คอยตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง 3.จัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง เช่น ถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติกเปล่า ไม้ และ 4.สอนให้เด็กรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น"
ทั้งนี้ หากพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ แต่ขอให้ช่วยด้วยการใช้มาตรการ ตะโกน โยน ยื่น ได้แก่ 1.ตะโกน คือ การเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วยและโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 2.โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และ 3.ยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422



