
นายกฯ ห่วง "หนองบัวลำภู" รายได้น้อยสุดในประเทศ
"บิ๊กตู่" ห่วง "หนองบัวลำภู" เพราะรายได้น้อยสุดในประเทศ ต้องยกระดับร่วมกับรัฐบาลไม่ควรหวาดระแวงกัน
22 มี.ค.61 เวลา 09.30 น.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมืองจ.หนองบัวลำภู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ เป็นประธานสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินของผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนประชาชน พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีมาถึงประชาชนที่มารอต้อนรับ ได้ผูกผ้าขาวม้าให้กับนายกฯและคณะ พร้อมเข้าสวมกอด
ขณะที่นายกฯ ได้เดินทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนและรองนายกฯ ที่เดินทางมาด้วยกันดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มจากทุกคน เพราะทุกคนคือคนไทยไม่ว่าจะอยู่ภาคหรือจังหวัดใด ก็แบ่งแยกไม่ได้ ต้องรักและช่วยกัน ให้ความสำคัญกับจังหวัดหนองบัวลำภู เพราะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดในประเทศ ดังนั้น ต้องยกระดับตนเองร่วมกันกับรัฐบาล โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับจังหวัดที่มีปัญหาควบคู่กับหลายจังหวัด แต่จังหวัดใดลำบากมากก็ต้องดูแลมาก วันนี้ตนเห็นหน้าตาทุกคนแล้วมีความสุข ถึงแม้จะมีรายได้น้อยที่สุดในประเทศก็ยังมีความสุข มีรอยยิ้ม จึงเป็นสิ่งที่ตนต้องทำมากขึ้น ให้สมกับที่ทุกคนมารอรับตนวันนี้ อะไรที่ทำให้พวกเราต้องลำบากและเดือดร้อน ที่ผ่านมาตนขอรับเพียงผู้เดียว ทั้งเรื่องการจัดระเบียบต่างๆในการรับตนวันนี้ ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย เพราะต้นเหตุคือตน แต่ตนก็ไม่อยากให้จัดต้อนรับอะไร เพราะทุกคนก็คือประชาชน ไม่ว่าจะนายกฯ พอถอดหัวโขนออกก็คือประชาชน และเราไม่ควรหวาดระแวงกัน ทั้งข้าราชการและประชาชน
"บิ๊กตู่" เอาใจ บอก "รัฐบาล" นี้ ให้งบมากกว่าทุก "รัฐบาล" แนะ อย่าดูแต่อะไรไร้สาระ
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราวางแผนพัฒนาภาคทุกภาคต้องเข้มแข็ง ทุกจังหวัดมีงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลนี้ให้มากขึ้นกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ดูแลคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย นี่คือความเท่าเทียมในเรื่องของโอกาส เราต้องสร้างความเชื่อมโยงให้ทุกคนสามารถสร้างอาชีพ และปัญหาของภาคเราประกอบอาชีพเกษตรเป็นหลัก ที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากเกินไป จะที่จบด้วยปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร อย่างไรก็ตาม อนาคตโลกเปลี่ยนแปลง เรามีการใช้มือถือมากที่สุดในอาเซียน เรื่องการใช้เทคโนโลยีอาจจะมากสุดในโลก แต่เราได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้หรือยัง เวลาพักผ่อนอาจจะดูบุพเพสันนิวาส แต่ก็ต้องหาเวลาหาความรู้จากโทรศัพท์บ้าง รัฐบาลมีเว็บไซต์ เช่น เรื่องพลังงาน เรื่องอื่นๆ ของแต่ละกระทรวงมีหมด อย่ามัวแต่ไปดูเรื่องราวที่ไม่เป็นสาระ ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ทุกคนสนใจหมด เช่น กรณีหวย 30 ล้านบาท ตามอยู่นั่นแหละ และหวยอย่าไปซื้อเยอะ เห็นจ้องรถนายกฯ อยู่ ไม่ออกไม่รู้นะ ตนไม่รับผิดชอบด้วย ไม่สนับสนุน ล็อตเตอรี่ก็พอสมควร อย่าไปหวังรวยมาก คนเราแล้วแต่โชคลาภ
นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราทำวันนี้ต้องมีนวัตกรรม เช่น ตัดชุดไทย แต่เราจะขายต่างประเทศได้หมดหรือไม่ เราต้องเอามาปรับให้เข้ากับสมัยใหม่ และสิ่งที่ตามมาคือเรื่องการท่องเที่ยว ขณะที่กระแสงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อด้วยละคร บุพเพสันนิวาส ทำให้คนสนใจใส่ผ้าไทย ซึ่งรัฐบาลสนับสนุน แต่อย่าหาว่ารัฐบาลใช้ประโยชน์จากละคร เพราะอะไรที่ดีก็เอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น
"บิ๊กตู่" เผย รบ. ไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการเริ่มต้น
นายกฯ กล่าวว่า ขอเวลาหน่อย วันนี้ต้องปรับทั้งสองทาง ที่ตนพูดเพื่อทำความเข้าใจประชาชน และต้องปรับการบริหารข้าราชการในการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะวันนี้ตนเป็นรัฐบาลแบบนี้ วันหน้าเป็นรัฐบาลแบบไหนตนไม่รู้ อยู่ที่ประชาชนแล้ว ที่ผ่านมาดีหรือยัง ดีตอนไหน แล้วรัฐบาลนี้ดีหรือยัง แต่มันไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการเริ่มต้น และภาษีจากทุกภาคส่วนที่ได้ รัฐบาลจะนำมาจัดสรรให้ทุกคน และอีกหน่อยประชาชนไปติดต่อราชการไม่ต้องเอาสำเนาไป เป็นการอำนวยความสะดวก เพราะบางทีไปเจอ ข้าราชการหน้างอๆทะเลาะกับที่บ้านมา
"บิ๊กตู่" แนะ จะประท้วงร้องทุกข์ ขอให้อยู่ในระเบียบ
นายกฯ กล่าวว่า ที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือกฎหมาย ที่ทำให้เกิดความเท่าเทียม เราต้องเคารพกฎหมาย จะไปประท้วงร้องทุกข์ มีกฎหมายทุกตัว ก็ขอให้อยู่ในระเบียบ รัฐบาลนี้รับทุกเรื่อง ที่ผ่านมารับมาแล้วล้านกว่าเรื่อง เฉลี่ยเดือนละ 4-5 พันเรื่องแก้ไป 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ปัญหาบางอย่างซับซ้อนยังแก้ไม่ได้ เพราะต้องไปแก้กฎหมาย รัฐบาลนี้ทำทั้งหมด ส่งคนไปดูแล เคยมีใครทำหรือไม่แบบนี้ ก่อนหน้านี้ศูนย์ดำรงธรรมเดิมที่เคยมี แต่ไม่เคยทำแบบนี้ ดังนั้น นี่คือช่องทางที่ท่านจะร้องเรียนได้ แต่ก็ขอให้ร้องเรียนแบบมีข้อเท็จจริง บางอย่างอธิบายเข้าใจง่ายแก้จบ
"บิ๊กตู่" ปวดหัว บัตรคนจน ให้เงินสดเลย กลัวเอาไปเฮฮา เล่นหวย
"เรื่องการทุจริตที่เกิดจากต่างคนต่างยอม มีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ เสียเพื่อต้องการได้ประโยชน์นี่คือกลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่สองเพราะความไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง ไม่รักษาสิทธิ์ เช่น งบคนไร้ที่พึ่งที่ประชาชนไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ ดังนั้น ต้องฟังบ้าง วันนี้มีบัตรสิทธิของคนรายได้น้อย หลายคนบอกทำ ทำไมบัตรเสียเวลา เอาเงินมาให้เลยดีกว่า แล้วมันจะได้ซื้อของอย่างนี้หรือไม่ พ่อบ้านฟังไว้นะ อยากได้เป็นจำนวนเงิน แต่แม่บ้านบอกถ้าให้แบบนั้นเขาไม่ได้ เดี๋ยวจะไปใช้เฮฮาเสียมากกว่า วันนี้ต้องการให้ครอบครัวมีข้าวกิน มีของอุปโภคภายในบ้าน พ่อบ้านก็เอาหน่อยน่ะ มีคนเสนอบอกอันนี้ให้โอนบัญชีเมีย สามีก็บอกกลัวเมียเอาไปเล่นหวยอีก" นายกฯ กล่าว



