
เทือกปัดโยนผิดจนท.เหตุคาบอมบ์โก-ลก
สุเทพ ยันรัฐบาลไม่ได้โยนความผิดให้ จนท.หลังเหตุคาร์บอมบ์ที่สุไหงโกลก โวสถานการณ์รุนแรงลดลงกว่าสมัยรัฐบาล แม้ว-สมัคร-สมชาย
(8ต.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่าอาจมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายเตรียมการก่อเหตุป่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน ในเดือนต.ค.นี้ ว่า ได้ติดตามข่าวทุกข่าว และระวังทุกด้านทุกเรื่อง และป้องกันให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าได้รับรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องข่าวไม่มีใครนำมาพูดกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางทหารได้รายงานเกี่ยวกับข้อขัดข้องเรื่องเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิด ที่ไม่สามารถตรวจพบระเบิดจนทำให้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโกลกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ลงไปดูในพื้นที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุอาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ขาดความคล่องตัวในการดูแลสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น แต่เพราะพื้นที่มีมาก ชุมชนมีมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามตั้งด่านตรวจสกัด แต่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่าอาจมีหลุดรอดไปบ้าง ก็ต้องปรับการทำงานและแก้ไขต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำแนวทางเดิมคือให้ทหารเข้ามาช่วยดูแลในพื้นที่ชุมชน นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องอธิบายก่อนว่าแนวทางเดิมที่กล่าวมาของรัฐบาลเดิม คือการอุ้มฆ่า ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ทำ เพราะหน้าที่ของรัฐบาลคือป้องกันและหากพบว่าใครทำความผิด ก็ต้องสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐาน ก่อนจับกุมดำเนินคดี ขณะเดียวกันจะเร่งกระบวนการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนตระหนักว่าการอยู่ร่วมกับประชาชนคนไทยด้วยกันนั้นมีความสุขกว่าที่จะหันหน้าไปหาผู้ก่อการร้าย
เมื่อถามว่าแต่พฤติกรรมของคนร้ายถือว่าอุกอาจและท้าทาย เพราะลงมือก่อเหตุในช่วงกลางวัน นายสุเทพ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายก็ทำเช่นนี้มาโดยตลอด แต่เราพยายามป้องกันและจะทำต่อไป เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ที่มีการพยายามเบี่ยงประเด็นให้ดูเหมือนเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ใช่ ตนไม่เคยพูดอะไรที่เป็นการโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ ตรงกันข้ามตนกลับเห็นใจเจ้าหน้าที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ทำงานในพื้นที่ ต้องเสี่ยงชีวิตและทำงานด้วยความยากลำบาก และที่ผ่านมาตนก็เป็นกำลังให้ตลอด ยืนยันว่าข้อกังวลดังกล่าวไม่มีแน่นอนที่ฝ่ายรัฐบาลจะพูดจาในลักษณะตำหนิ ติติง โดยความผิดให้เจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่าแต่ประชาชนในพื้นที่บางส่วนดูเหมือนจะน้อยใจที่รัฐบาลให้ความสนใจแก้ปัญหาการเมืองมากกว่าการลงพื้นที่แก้ปัญหาภาคใต้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าสื่อมวลชนต่างหากที่น้อยใจ เพราะชาวบ้านคงไม่น้อยใจ เนื่องจากตนได้ลงพื้นที่เป็นประจำ ตั้งแต่เกิดปัญหาในภาคใต้ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่น้อยกว่ารัฐบาลนี้อีก แม้แต่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ยังเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เป็น 10 ครั้ง และในวันที่ 12 ต.ค.นี้นายกษิตก็จะนำคณะทูตจากประเทศต่างๆลงไปดูสถานการณ์ในพื้นที่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าวตนก็จะลงพื้นที่เช่นเดียวกัน ซึ่งไปคนละงาน แต่อาจไปเจอกัน
นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนการลงพื้นที่ของตนนั้นจะเน้นการพูดคุยกับประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการทำประชาคม ซึ่งเราจะคัดเลือกประชาชนจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนในแต่ละหมู่บ้านแล้วมาทำประชาคมกันว่าทำอย่างไรถึงจะให้คนที่ยากจนมีรายได้ดีขึ้น
ต่อข้อถามว่าแต่ดูเหมือนว่ายิ่งลงพื้นที่สถานการณ์กลับยิ่งรุนแรงขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า สถานการณ์เบาลง น้อยกว่าสมัยรัฐบาลนายสมชาย รัฐบาลนายสมัคร หรือรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่พอถูกนำเสนอเป็นข่าวเกี่ยวกับรูปแบบการก่อเหตุคนจึงให้ความสนใจมากขึ้น ยืนยันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในรัฐบาลนี้ ถ้านับปีต่อปี หรือเดือนต่อเดือนถือว่าน้อยกว่าช่วงก่อนๆ ที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลยินดี เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้คนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือเกิดเหตุร้าย และยังต้องทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ ส่วนมาตรการการลงโทษที่หลายฝ่ายอาจยังติดใจสงสัยนั้น ตนจะนำมาแถลงข่าวว่าสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้กี่คดี แล้วได้รับการลงโทษอย่างไร โดยต้องดูไม่ให้ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะลงพื้นที่ภาคใต้หลังการประชุมอาเซียน นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรีของไทยและมาเลเซียได้พูดคุยกัน โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่าจะหาเวลาลงไปเยี่ยมโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้ ส่วนกำหนดการจะเป็นเมื่อไหร่นั้นตนไม่ทราบ คิดว่าคงจะมีการนัดหมายกันอีกครั้ง



