
รมต.วัฒนธรรมฝรั่งเศสฉาวพันซื้อบริการเด็กไทย
รัฐมนตรีวัฒนธรรมฝรั่งเศสถูกเรียกร้องให้ลาออกเพราะเคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับการซื้อบริการทางเพศเด็กชายไทย
(8ต.ค.) เฟรเดอริค มิตแตรองด์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมวัย 62 ปีของฝรั่งเศส หลานชายของอดีตประธานาธิบดีฟรังซัวร์ มิตแตรองค์ ผู้ล่วงลับของฝรั่งเศส กำลังถูกรุมโจมตีหนักมากขึ้นต่อหนังสือนวนิยายกึ่งอัตชีวประวัติ (autobiographical novel)"ชื่อ "ลา โมแว วี" หรือ "เดอะ แบด ไลฟ์"(``La mauvaise vie'' or ``The Bad Life") ที่เขาเขียนเมื่อ 4 ปีก่อน บรรยายชีวิตวัยเด็กอันเจ็บปวดและความเป็นบุคคลรักร่วมเพศ ที่มีตอนหนึ่งบรรยายถึงนิสัยไม่ดีของเขาเรื่องจ่ายเงินซื้อบริการเด็กชายในไทย ซึ่งในหนังสือไม่ได้ระบุอายุ และนายมิตแตรองค์ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งในเวลาต่อมาว่า เขาไม่ใช่ผู้ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก แต่ได้ใช้คำว่า" เด็กชาย"ในความหมายกว้างๆ
นายเบอร์นัวต์ ฮามอน โฆษกพรรค"สังคมนิยม" ของฝรั่งเศสออกมาสนับสนุนเมื่อวันพุธ ต่อข้อกังขาของนางมารีน เลอ เปน หัวหน้าพรรคขวาสุดขั้ว" เนชั่นแนล ฟรอนต์" เรื่องความเหมาะสมของนายมิตเตอร์รองค์ในตำแหน่งรัฐมนตรีวัฒนธรรม โดยนายฮามอนบอกว่าช็อคต่อข้อความในหนังสือและตั้งคำถามว่าในขณะที่ฝรั่งเศสกำลังร่วมมือกับไทยในการปราบปรามทัวร์ทางเพศนี้ ฝรั่งเศสกลับมีรัฐมนตรีหนึ่งผู้เปิดเผยตัวเองว่าเป็นผู้ใช้บริการ (At a time when France is engaged with Thailand to fight against the curse of sex tourism, here we have a government minister who himself explains that he is a consumer,) ซึ่งมีขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์ นางเลอ เปน ได้อ่าน
บทคัดย่อบางตอนของหนังสือทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง และเรียกร้องให้นายมิตแตรองค์ลาออก
ตอนที่หนังสือออกจำหน่ายปี 2548 นั้น หนังสือได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักวิจารณ์ และมีการพาดพิงถึงน้อยมากในส่วนเกี่ยวกับเซ็กซ์ ทัวร์ ในตอนนั้น นายมิตแตรองค์ทำงานด้านโทรทัศน์อยู่ แต่ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี่ เพิ่งแต่งตั้งเขาเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรมเมื่อมิถุนายนปีนี้ หนังสือเล่มนี้มีกำหนดแปลเป็นภาษาอังกฤษในปีหน้า แต่ได้จุดชนวนกลายเป็นประเด็นใหญ่ในฝรั่งเศส หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายมิตแตรองค์ออกมากล่าวปกป้องนายโรมัน โปลันสกี้ ผู้กำกับภาพยนต์ชื่อดังวัย 76 ปี ผู้ถูกจับกุมตัวที่สวิตเซอร์แลนด์จากข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ เรื่องมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงวัย 13 ปีคนหนึ่งในนครลอส แองเจลีสเมื่อปี 2520 หลังจากเขาได้ลี้ภัยจากสหรัฐฯไปอาศัยอยู่ในกรุงปารีสมานานหลายปีแล้ว



