
อยุธยาเร่งทำแนวป้องกันน้ำท่วมภาคกลางจ่อวิกฤติ
แม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่อท่วมกรุงเก่า ประกาศ 9 อำเภอ ประสบภัยพิบัติ ลพบุรี-อ่างทอง-สิงห์บุรี เจอสถานการณ์วิกฤติ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมที่พระตำหนักสิริยาลัย เขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยมีทหารจากโรงงานซ่อมยาง กรมสรรพาวุธทหารบก เร่งทำแนวป้องกันน้ำท่วมแบบน็อกดาวน์ และทำแนวกระสอบทรายความยาวประมาณ 100 เมตร และสูงประมาณ 180 เซนติเมตร
นายวิทยากล่าวว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มสูงอีกอย่างน้อย 60 เซนติเมตร จากการระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ถูกน้ำท่วมอย่างแน่นอน จึงขอให้ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม เป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับสูงสุด เพราะมีน้ำทะเลหนุน
นายวิทยากล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ประกาศให้ 9 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ คือ พระนครศรีอยุธยา ผักไห่ บางบาล เสนา บางปะหัน บางปะอิน มหาราช บางไทร และนครหลวง รวม 9 อำเภอ 69 ตำบล 310 หมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในคลองหลายสายที่รับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวถูกน้ำท่วมแล้ว โดยเฉพาะ ต.บางหัก ต.บางหลวง ต.วัดตะกู ต.บางหลวงโดด ต.กบเจา ต.น้ำเต้า อ.บางบาล ชาวบ้านต้องอพยพออกมาพักอาศัยอยู่ริมถนนชั่วคราว ขณะที่ ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน วัดวาอาราม ต้องขนของหนีน้ำ รถยนต์ต้องจอดริมถนน ชาวบ้านเดินลุยน้ำและใช้เรือสัญจร ที่ อ.เสนา น้ำจากแม่น้ำน้อยได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ตามริมแม่น้ำและไหลล้นเข้าท่วมตลาดบ้านแพน ตลาดเก่าแก่
นายเอนก สีหามาตย์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร กล่าวว่า ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะกระแสน้ำไหลแรงและเพิ่มปริมาณ จะส่งผลกระทบต่อตลิ่งที่มีแหล่งโบราณสถานตั้งอยู่
ที่ จ.ลพบุรี สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มเข้าขั้นวิกฤติทุกขณะ หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำออกจากท้ายเขื่อน ประกอบกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้ อ.บ้านหมี่ เกือบจมบาดาลแล้ว โดยที่ริมฝังคลองป่าสัก-ชัยนาท อ.บ้านหมี่ ที่เป็นเส้นทางน้ำหลักในการผันน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 10 ตำบล 65 หมู่บ้าน 4,470 หลังคาเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 5,6278 ไร่
ส่วนที่ จ.อ่างทอง นายวิศว ศศิสมิต ผู้ว่าฯ อ่างทอง กล่าวว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ นับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้แก่ ต.จำปาหกล่อ ต.บ้านอิฐ ต.บางแก้ว เทศบาลเมืองอ่างทอง ต.โผงเอง อ.ป่าโมก มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 282 ครอบครัว พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2,217 ไร่
วันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง จ.อ่างทอง และได้มอบนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ให้ทุกหน่วยงานร่วมกัน ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทันท่วงที
เช่นเดียวกับที่ จ.สิงห์บุรี หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำส่งผลให้ บ้านท่างาม หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ได้รับผลกระทบ ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นล้นตลิ่ง และเริ่มไหลเอ่อเข้าท่วมทั้ง 2 หมู่บ้าน 40 หลังคาเรือน ชาวบ้านขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่บริเวณริมคลองชลประทาน พร้อมทั้งสร้างเพิงพักชั่วคราว



